ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 2

แกงเลียงหม้อแรก

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"อย่าขยับ! ฉันเตือนคุณแล้วนะว่าอย่าเข้ามาใกล้กว่านี้!" รินรดาร้องเสียงหลง มือที่สั่นเทาคว้าสากหินบนเคาน์เตอร์ไม้เก่าขึ้นมาเป็นอาวุธปกป้องตนเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดชะงักลงที่หน้าบานประตูห้องครัวที่ปิดสนิท เงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนทาบลงบนผ้าม่านลูกไม้สีซีด กลิ่นบุหรี่ฉุนกึกโชยผ่านรอยแยกของวงกบเข้ามาจนรินรดารู้สึกสะอิดสะเอียน เธอพยายามข่มหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบไว้ภายใต้อกข้างซ้าย ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง "คุณริน... เราไม่ได้มาเพื่อทำร้าย แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมเปิดบัญชีที่ยายคุณทิ้งไว้ให้ พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น" เสียงทุ้มแหบพร่าของชายคนกลางลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะที่ฟังดูคุกคามยิ่งกว่าคำพูดใดๆ รินรดาไม่ตอบ เธอถอยหลังกรูดไปพิงผนังครัวที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา ดวงตาคู่สวยจดจ้องไปที่หม้อดินเผาใบเก่งของยายที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านที่เพิ่งจุดไฟติด เสียงน้ำเดือดปุดๆ เริ่มส่งเสียงแข่งกับจังหวะหัวใจของเธอ นี่คือสิ่งที่เธอเลือกแล้ว—ถ้าวันนี้จะต้องจบลงที่นี่ อย่างน้อยเธอก็ขอทำในสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จ เธอเมินเฉยต่อความวุ่นวายภายนอก แล้วหันกลับมาหาวัตถุดิบที่วางเรียงราย ใบตำลึงที่เด็ดสดๆ จากสวนข้างบ้านวางคู่กับฟักทองแก่จัดและพริกไทยเม็ดหอมกรุ่น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ความทรงจำเกี่ยวกับรสมือของยายพรั่งพรูเข้ามาเหมือนสายน้ำ เธอต้องทำให้ได้... แกงเลียงหม้อนี้จะต้องเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอยังคงรักษารากเหง้าของตระกูลเอาไว้ได้ แม้ในยามที่ลมมรสุมกำลังพัดกระหน่ำ รินรดาตักกะปิอย่างดีลงในครกหิน กลิ่นหอมฟุ้งของกะปิชั้นดีปะทะจมูกพร้อมกับหอมแดงที่ตำจนละเอียด มือของเธอเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับถูกสับสวิตช์บางอย่างที่อยู่ในสายเลือด ทุกจังหวะการตำ ทุกจังหวะการปรุง เป็นการสื่อสารกับดวงวิญญาณของยายที่เธอโหยหามาตลอด "ไม่ได้ยินที่พูดหรือไง!" เสียงตะโกนจากข้างนอกเริ่มดังขึ้นพร้อมกับการกระแทกประตูจนบานพับสั่นไหว รินรดาไม่แยแส เธอเทเครื่องแกงลงในหม้อน้ำซุปที่เริ่มเดือดพล่าน กลิ่นพริกไทยเม็ดหอมเตะจมูกผสมผสานกับกลิ่นกะปิย่างจนหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว กลิ่นนี้แหละ... กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย กลิ่นที่ทำให้เธอนึกถึงอ้อมกอดของยายยามที่เธอร้องไห้จากการถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็ก เธอค่อยๆ บรรจงใส่ฟักทองลงไปตามด้วยยอดตำลึงสดสีเขียวขจี มือของเธอขยับอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอม ราวกับกำลังกล่อมเด็กน้อยให้หลับใหล "สวยงาม... ยายพูดถูกเสมอ รสชาติที่แท้จริงต้องมาจากความรักและความสงบ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เคยหนักแน่นก็เงียบลงไปดื้อๆ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านไม้เก่าหลังนี้อีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าสบายใจ แต่มันคือความเงียบที่เหมือนพายุกำลังจะถล่ม รินรดาชะงักมือที่กำลังจะตักแกงใส่ถ้วย เธอรู้สึกถึงสายตาบางอย่างที่มองลอดเข้ามาจากช่องว่างเหนือประตู ความรู้สึกเหมือนถูกล่าทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกซู่ *ปัง!* ประตูครัวถูกถีบจนหลุดออกจากบานพับ ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางครัว กลิ่นอายของความตายและความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่ว รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้า พร้อมกับทัพพีในมือที่เธอถือไว้แน่น ชายคนนั้นขยับแว่นตาดำเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปมองหม้อแกงบนเตาที่ควันยังกรุ่น ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "แกงเลียงงั้นเหรอ?" เขาเอ่ยพลางก้าวเข้ามาใกล้รินรดาอีกหนึ่งก้าว "รู้ไหมว่ากลิ่นนี้... มันทำให้ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมาจับใจเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายนะรินรดา... เพราะแม่ของฉันไม่ได้ตายดีเหมือนยายของเธอหรอก" รินรดาสะดุดกึก ความสงสัยพุ่งเข้าสู่สมอง เธอจำชายคนนี้ไม่ได้ แต่คำพูดของเขาบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าหนี้สิน "คุณเป็นใคร?" เธอถามเสียงสั่น แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบ เขาหยิบถ้วยแกงเลียงขึ้นมาตักน้ำซุปชิมอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวางถ้วยลงช้าๆ และเผยรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ "ฉันคือคนที่รู้ว่าทำไมร้านนี้ถึงต้องถูกทำลายทิ้ง... และถ้าเธอยังอยากรอดไปจนถึงวันพรุ่งนี้ จงบอกมาว่า 'สูตรลับหน้าสุดท้าย' ของยายเธออยู่ที่ไหน ก่อนที่แกงเลียงหม้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิตเธอจริงๆ" ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ครัวคุณยาย" ในตอนที่ 2 นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%