“ถ้าจะกลับมาที่นี่เพื่อมานั่งเสียเวลาถอนหายใจทิ้งไปวันๆ ฉันว่าเธอควรเก็บกระเป๋าแล้วนั่งรถไฟกลับเข้ากรุงเทพฯ ไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่านะคะ ริน”
เสียงแหบพร่าของ ‘ป้าอิ่ม’ แม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่กับยายมานานดังขึ้น พร้อมกับเสียงกวาดไม้กวาดทางมะพร้าวที่กระทบพื้นดินดัง *แกรก... แกรก...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินรดาชะงักมือที่กำลังพยายามปลดล็อกกลอนประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่า เธอไม่ได้หันไปมองอีกฝ่าย แต่สัมผัสได้ถึงสายตาที่ทอดมองมาอย่างประเมินค่า
“รินไม่ได้จะมานั่งหายใจทิ้งค่ะ ป้าอิ่ม” รินรดากล่าวเสียงเรียบ แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความรู้สึกประหม่าที่ยากจะปิดบัง “รินมาเพราะสัญญา... และเพราะรินเชื่อว่ายังมีสิ่งที่ยายทิ้งไว้ให้รินค้นหา”
*กึก*
เสียงล็อกประตูหลุดออก รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของฝุ่นผงจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหอมของดอกแก้วที่โชยมาจากสวนหลังบ้านทะลุเข้ามาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานกว่าสิบปี กลิ่นของ ‘บ้าน’ ที่ไม่ได้หมายถึงแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่หมายถึงหัวใจที่เคยแตกรสไปเมื่อคราวที่ยายจากไป
รินก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ตัวบ้านยังคงอบอวลไปด้วยร่องรอยของอดีต เครื่องครัวทองเหลืองที่ถูกขัดจนขึ้นเงาห้อยเรียงรายอยู่เหนือเคาน์เตอร์ไม้ ภาพถ่ายขาวดำที่ใส่กรอบไม้ติดไว้บนฝาผนัง ทุกอย่างดูเหมือนหยุดนิ่ง—เหมือนกับว่ายายยังคงเดินวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนี้ เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในมิติที่ตาเห็น
มือเรียวบางของรินเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้องครัว พื้นผิวของมันเรียบเนียนจากการใช้งานมานับทศวรรษ เธอขยับไปที่ลิ้นชักชั้นล่างสุด ซึ่งยายเคยบอกไว้เสมอว่า ‘สมบัติล้ำค่าที่สุดของยายอยู่ที่นี่’
รินดึงลิ้นชักออกมา สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ด้านในคือสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่บัดนี้แตกลายงาตามกาลเวลา หน้ากระดาษข้างในเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลและมีรอยด่างจากน้ำมันเก่าๆ ที่กระเซ็นใส่เมื่อนานมาแล้ว เธอค่อยๆ ประคองสมุดเล่มนั้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ ราวกับว่าหากเธอวางแรงเกินไป กลิ่นไอของวันวานที่อัดแน่นอยู่ข้างในจะระเหยหายไปหมดสิ้น
“ทำไมต้องเป็นตอนนี้...” รินพึมพำกับตัวเอง มือที่เปิดหน้าสมุดสั่นน้อยๆ “ทำไมต้องเป็นริน...”
ทันใดนั้น เสียงเคาะไม้ที่ดังเป็นจังหวะหนักแน่นจากหน้าบ้านก็ทำให้รินสะดุ้งสุดตัว เธอไม่ได้รอให้ใครมาเปิดประตู เพราะคนคนนั้นถือวิสาสะผลักบานประตูไม้เข้ามาด้วยความคุ้นเคย
“ผมเอาตะไคร้หอมกับใบกะเพราแดงที่เพิ่งตัดจากสวนมาให้ครับ... อ้อ แล้วก็ผักชีฝรั่งชุดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ด้วย”
นายเมฆ ก้าวเข้ามาในครัวด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูจะเข้ากับพื้นดินและต้นไม้มากกว่าผู้คน สวมเสื้อเชิ้ตผ้าป่านสีมอมๆ ที่มีรอยเปื้อนดินจางๆ แต่กลับดูสง่างามอย่างประหลาดในความรู้สึกของริน
“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ เมฆ” รินถาม พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ผมก็แค่เอาของมาส่งตามหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดี” เมฆวางตะกร้าสานลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเหลือบมองสมุดในมือของริน แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง “คุณเปิดมันแล้วเหรอ? เล่มที่ยายบอกว่า... ถ้ายังไม่พร้อม ก็อย่าได้แตะต้องมันเด็ดขาดน่ะ”
“ฉันพร้อมแล้ว” รินตอบเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ “ยายทิ้งสูตรอาหารพวกนี้ไว้ให้ฉัน เพื่อให้ฉันพิสูจน์อะไรบางอย่าง...”
“ยายไม่ได้ทิ้ง ‘สูตรอาหาร’ ไว้ให้คุณหรอก ริน” เมฆขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นของดินและฝนจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้รินรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า “ยายทิ้ง ‘คำสารภาพ’ ไว้ในนั้นต่างหาก... และถ้าคุณเปิดหน้าสุดท้ายออก คุณจะรู้ว่าทำไมร้านนี้ถึงต้องปิดตัวลงในวันที่คุณจากไป”
รินนิ่งไป มือที่ถือสมุดสั่นระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพลิกไปที่หน้าสุดท้ายของสมุดตามคำบอก—แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ไม่ใช่สูตรอาหาร ไม่ใช่ข้อความสั่งเสีย แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถูกแทรกไว้ในช่องลับของปกหลัง ในรูปนั้นคือยายที่กำลังยืนอยู่กับชายปริศนาคนหนึ่งที่ใบหน้าถูกขีดฆ่าทิ้งด้วยหมึกสีแดงฉาน และมีลายมือหวัดๆ ของยายเขียนกำกับไว้ใต้ภาพว่า...
*‘อย่าเชื่อใจคนที่ยื่นมือเข้ามาหาเจ้าในยามที่เจ้าหิวโหยที่สุด... แม้แต่เขาก็ตาม’*
รินเงยหน้าขึ้นมองเมฆที่ยืนนิ่งอยู่ในเงามืดของห้องครัว แสงไฟสลัวจากหน้าต่างฉายให้เห็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อน... รอยยิ้มที่ดูราวกับเขากำลังรอคอยช่วงเวลานี้มาตลอดสิบปี
“คุณรู้จักคนในรูปนี้ใช่ไหม เมฆ?” รินถามเสียงสั่น พยายามถอยหลังหนี แต่หลังของเธอกลับชนเข้ากับเคาน์เตอร์ไม้เสียแล้ว
“ผมไม่ได้แค่รู้จักเขาครับ ริน” เมฆก้าวเข้าประชิดตัวจนรินสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบจากลมหายใจของเขา “ผมคือคนที่ยายสั่งให้มาเฝ้าดูคุณ เพื่อไม่ให้คุณเปิดสมุดเล่มนี้จนกว่าจะถึงเวลาที่... เขาจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน”
เสียงประตูด้านนอกถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินตรงเข้ามาในบ้าน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความทรงจำและปริศนาในบทแรกนะคะ หวังว่ารี้ดเดอร์จะอยู่ลุ้นไปพร้อมกับรินรดาในตอนต่อไปค่ะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 1
กลิ่นไอจากวันวาน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!