“ถ้าคุณยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รากผักชีพวกนี้คงได้กลายเป็นปุ๋ยก่อนจะได้ลงหม้อแกงแน่ค่ะ”
เสียงนุ่มทุ้มทว่ากังวานด้วยจังหวะที่เด็ดขาดดังขึ้นจากทางรั้วไม้ระแนง รินรดาชะงักมือที่กำลังวุ่นอยู่กับการแกะกล่องอุปกรณ์ทำครัวเก่าเก็บของยาย เธอวางทัพพีไม้ในมือลงแล้วหันไปมองต้นเสียงด้วยความงุนงง บนรั้วเตี้ยกั้นเขตแดนมีตะกร้าหวายใบเขื่องวางสงบนิ่งอยู่ โดยมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีหม่นยืนพิงเสาไม้ สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอโดยตรง แต่กลับจดจ้องไปที่กลุ่มใบสีเขียวสดของผักชีฝรั่งที่วางพ้นขอบตะกร้าออกมา
รินรดาเดินไปที่รั้วด้วยความระแวดระวัง กลิ่นดินจางๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรสดโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและซื่อตรงจนน่าประหลาดใจ
“คุณคือ... เพื่อนบ้านคนใหม่ที่ยายเคยพูดถึงหรือเปล่าคะ?” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอเจือความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย
“ผมชื่อเมฆครับ... ขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามานะครับ เห็นว่าคุณเพิ่งย้ายเข้ามาทำร้านได้ไม่กี่วัน และจากที่ผมสังเกตเห็นผ่านหน้าต่าง... ดูเหมือนว่าครัวของคุณจะขาด ‘ชีวิต’ ไปนิดหน่อย”
เขาไม่ได้พูดล้อเล่น แววตาของเขาที่สบประสานมานั้นเรียบเฉยทว่าลุ่มลึก เหมือนคนที่มีความลับซ่อนอยู่ในใจไม่ต่างจากตัวเธอ รินรดามองดูตะกร้าในมือเขา ในนั้นมีทั้งข่าอ่อนสีขาวนวล ตะไคร้ที่ถูกหั่นปลายอย่างพิถีพิถัน และใบกะเพราแดงที่ยังคงหยดน้ำค้างเกาะอยู่บนใบ ดูออกทันทีว่าคนจัดตะกร้านี้ไม่ได้มองพืชผักเป็นแค่สินค้า แต่มองเป็นสมบัติล้ำค่า
“ทำไมถึงเอามาให้ฉันคะ? เรายังไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”
เมฆหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนใบไม้ไหว “ร้านของยายคุณ... เคยเป็นหัวใจของย่านนี้ การที่มันเงียบเหงาไปนานเกินไป ทำให้คนที่คุ้นเคยกับรสชาติแบบเดิมรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ผมแค่ไม่อยากให้กลิ่นควันไฟหายไปจากซอยนี้อีกนานนักน่ะครับ”
รินรดาเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดจากอดีตที่พยายามกลบฝังเริ่มสั่นคลอน เธอรับตะกร้ามาถือไว้ น้ำหนักของมันเตือนให้รู้ว่าชีวิตใหม่ของเธอที่นี่ไม่ใช่แค่การมาพักร้อน แต่มันคือการแบกรับวิญญาณของร้านอาหารที่เธอเคยหลงลืมไปนานแสนนาน
“คุณรู้เรื่องร้านนี้ดีแค่ไหนคะ?” เธอถามหยั่งเชิง ขณะสายตาจับจ้องไปที่ใบกะเพราแดงนั่น “ร้านนี้ไม่ได้ขายแค่ความอิ่มท้องนะคะ แต่มันคือเรื่องของคนที่มีปมหลัง... เรื่องที่บางทีเราก็ไม่อยากจะจำ”
เมฆนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสบตารินรดาอย่างไม่หลบเลี่ยง จังหวะการหายใจของเขาดูมั่นคงจนทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ “อาหารไทยไม่ได้มีไว้แค่กินเพื่ออยู่ครับรินรดา... มันมีไว้เพื่อเยียวยา สำหรับคนที่ยังก้าวข้ามอดีตไม่ได้ รสชาติของเครื่องแกงที่คุณกำลังจะทำในวันนี้ คือยาดีที่สุดที่จะพาคุณกลับมาหาตัวเอง”
เขาหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินไปทางสวนของเขา ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่หน้าบ้านเพียงลำพังพร้อมตะกร้าวัตถุดิบที่ดูเหมือนจะมีความหมายมากกว่าแค่ของกินเล่น แต่ก่อนที่เขาจะลับสายตาไป รินรดาก็เผลอเรียกเขาไว้
“เดี๋ยวค่ะ! แล้ว... คุณจะแนะนำไหมคะว่าวัตถุดิบชุดแรกที่ฉันต้องเปิดครัววันนี้ คืออะไร?”
เมฆหันกลับมาเพียงครึ่งตัว มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยที่ดูคล้ายกับความเอ็นดูผสมความท้าทาย “ลองแกงคั่วหอยขมดูสิครับ... ถ้าคุณจำ ‘รสชาติสุดท้าย’ ที่ยายเคยทำได้ แม่นยำพอที่จะทำให้มันออกมาเหมือนเดิมล่ะก็นะ”
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงไปกลางใจ รินรดาชะงักกึก ความทรงจำสีจางๆ เกี่ยวกับวันสุดท้ายที่ยายล้มป่วยและสูตรลับที่ยังเขียนไม่จบในสมุดบันทึกเล่มหนาแล่นเข้ามาในหัว ความหอมของกะทิและกลิ่นเครื่องแกงที่เคยอบอวลอยู่ในบ้านหลังนี้ผุดพรายขึ้นมาอย่างรุนแรง
เธอเดินกลับเข้าครัวด้วยมือที่สั่นเทา วางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่ใต้กองใบกะเพรา... มันคือกระดาษโน้ตสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่มีลายมือคุ้นตาของยายเขียนไว้ด้วยหมึกที่เกือบจะจางหาย
*‘ถ้าอยากรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่ในเครื่องแกง... จงอย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในร้านนี้ ไม่ใช่ยาย แต่คือคนที่ถือจวักคนสุดท้าย’*
หัวใจของรินรดาเต้นระรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง เธอกำกระดาษโน้ตใบนั้นไว้แน่นก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่เธอกลัวที่สุดมาตลอดสามปี เธอเดินไปที่หน้าตู้เย็นเก่าๆ ตู้เดียวกับที่ยายเคยห้ามไม่ให้ใครเปิดออกถ้ายังไม่ถึงเวลา แล้วเธอก็พบว่าประตูตู้แง้มค้างไว้เพียงนิดเดียว ทั้งที่เธอมั่นใจว่าล็อกไว้อย่างดีตั้งแต่เมื่อคืน
ในความเงียบงันของห้องครัว กลิ่นหอมของเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยโชยออกมาจากในตู้เย็น กลิ่นที่รุนแรงจนน่าขนลุก ราวกับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ กำลังรอให้เธอหยิบมันออกมาใช้งาน เพื่อเริ่ม ‘พิธีกรรม’ บางอย่างที่ยายเคยทิ้งเอาไว้เป็นปริศนา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ครัวคุณยาย" ในตอนที่ 3 นี้ด้วยกันนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 3
เพื่อนบ้านผู้รู้ใจ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!