“ถ้ามือยังสั่นแบบนี้ พริกแห้งพวกนี้ก็คงไหม้คากระทะแทนที่จะหอมนวลนะริน”
เสียงทุ้มต่ำของเมฆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในครัวไม้เก่าแก่ เขายืนพิงกรอบประตูพลางกอดอก สายตาคมกริบจดจ้องไปยังมือของหญิงสาวที่กำลังกำตะหลิวไม้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด รินรดาชะงักไปชั่วครู่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นเต้นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“มันไม่ใช่แค่เรื่องการคุมไฟนะคะคุณเมฆ แต่มันคือการคุมความรู้สึกตัวเองด้วย ยายเคยบอกว่าถ้าใจเราว้าวุ่น พริกแกงที่ออกมาจะมีแต่รสชาติแห่งความโกรธเคือง” รินรดาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากกระทะทองเหลืองเบื้องหน้า
ในกระทะนั้น พริกแห้งเม็ดใหญ่ที่ผ่านการแช่น้ำจนนุ่มและโขลกละเอียดกับข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และกะปิอย่างดี กำลังถูกคั่วด้วยไฟอ่อน กลิ่นของมันเริ่มเปลี่ยนไปจากความฉุนกึกในช่วงแรก กลายเป็นกลิ่นหอมอบอวลที่ซึมลึกเข้าสู่โพรงจมูก กลิ่นของสมุนไพรสดที่เธอไปเก็บมาจากสวนหลังร้านเมื่อเช้านี้ มันมีชีวิต... มันกำลังสื่อสารกับเธอ
“งั้นบอกฉันสิ ว่าตอนนี้เธอกำลังคั่วความรู้สึกแบบไหนลงไป” เมฆก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นดินและกลิ่นใบไผ่จากตัวเขาจางๆ ปะทะกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นในอากาศ เขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่เขามาเพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ
รินรดานิ่งไป อดีตที่พยายามฝังกลบไว้ในตู้เอกสารที่ออฟฟิศใจกลางกรุงดูเหมือนจะย้อนกลับมาในรูปแบบของกลิ่นพริกแกงที่เตะจมูก เธอจำได้ว่าวันที่สูญเสียคุณยายไป กลิ่นนี้แหละที่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ติดตัวเธอมา ความอาวรณ์ ความเหงา และความหวาดกลัวที่จะต้องยืนอยู่ในครัวนี้เพียงลำพังเริ่มสั่นคลอนความมั่นใจของเธอ
“ฉันกำลังคั่ว... ความพยายามค่ะ” เธอพึมพำ ก่อนจะเริ่มขยับตะหลิวให้เร็วกว่าเดิมเล็กน้อย จังหวะการผัดที่สม่ำเสมอทำให้เครื่องแกงเริ่มจับตัวเป็นก้อนที่สวยงามและส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสวน กลิ่นเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านยายกำลังคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ปลายนิ้วของเธอ
“ดี” เมฆพยักหน้าเบาๆ สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป มันไม่มีความเย้ยหยัน แต่เต็มไปด้วยความนับถือ “กลิ่นแบบนี้แหละที่คนแถวนี้รอคอย แต่ริน... อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในพริกแกงไม่ใช่แค่สมุนไพร แต่มันคือจิตวิญญาณของคนทำ เธอยังทิ้งความเสียใจไว้ข้างหลังไม่หมดใช่ไหม”
รินรดาหยุดมือทันที กลิ่นพริกแกงที่หอมฟุ้งเริ่มเปลี่ยนทิศทางตามกระแสลมที่พัดผ่านหน้าต่างครัว เธอหันไปสบตากับเมฆ แววตาของเธอสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “คนเราจะทิ้งความทรงจำที่เจ็บปวดไปได้ง่ายๆ ด้วยการผัดพริกแกงหม้อเดียวได้ยังไงกันคะ”
“ไม่ต้องทิ้งหรอก แค่เปลี่ยนมันให้เป็นรสชาติ” เมฆเอื้อมมือไปหยิบครกหินใบเก่าข้างๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะ “ยายของเธอมักจะบอกเสมอว่า เครื่องเทศแต่ละชนิดมีความแข็งกร้าวในตัวมันเอง แต่ถ้าเรารู้จักวิธีนวด วิธีโขลก และวิธีคั่วให้พอเหมาะ ความแข็งกร้าวนั้นจะกลายเป็นความนุ่มนวล ชีวิตก็เหมือนกัน ริน... ตอนนี้ยังมีอะไรที่เธอยังไม่ได้ใส่ลงไปในหม้อนี้”
รินรดานิ่งงัน เธอไล่เรียงส่วนผสมในความคิด กะปิจากคลองโคน กะทิสดคั้นเองจากสวนเมฆ พริกแห้งเม็ดบาง... ทุกอย่างครบถ้วนแล้ว แต่ทำไมกลิ่นถึงยังขาดความ “มีชีวิต” บางอย่างไป
“ฉันลืม... กลิ่นอายของคนรอค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะตัดสินใจหยิบใบโหระพาที่เหลืออยู่ในกำมือลงไปคลุกเคล้า กลิ่นหอมระเบิดออกมาอีกครั้งจนคนทั้งคู่ต้องหลับตาลงรับสัมผัสแห่งความทรงจำนั้น
ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังลงตัว ความเงียบที่แสนอบอุ่นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูหน้าร้านที่ดังรัวและหนักแน่นผิดปกติ รินรดาชะงัก เธอวางตะหลิวลงบนขอบกระทะ หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงเคาะนั้นไม่ใช่เสียงของลูกค้าขาประจำที่คุ้นเคย แต่มันเหมือนเสียงของคนที่ต้องการบุกรุกเข้ามาทำลายความสงบที่เธอเพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้เพียงครึ่งค่อนวัน
เมฆหรี่ตามองไปทางหน้าร้าน สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นทันที เขาขยับตัวมาบังหน้าประตูครัวไว้ราวกับเป็นกำแพงด่านสุดท้าย “ริน อย่าเพิ่งออกไป”
“ใครกันคะ” เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น
เมฆไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่ชี้มือไปที่ประตูหน้าร้านที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับแทบหัก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศสวนชนบทก้าวเข้ามาหยุดนิ่งกลางร้าน ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“ในที่สุดก็เจอตัวเสียทีนะ รินรดา... ทนายส่งเอกสารไปที่บ้านที่กรุงเทพฯ ตั้งหลายรอบ แต่เธอกลับเลือกที่จะมามุดหัวทำกับข้าวอยู่ในรูหนอนแบบนี้งั้นเหรอ” ชายคนนั้นกล่าวพลางวางซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนาลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน จนกลิ่นพริกแกงที่เคยหอมอบอวลในอากาศดูจะจืดจางลงไปถนัดตา
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอจดจำใบหน้าของคนผู้นี้ได้แม่นยำ... เขาคือคนเดียวกับที่เคยยืนอยู่ข้างเตียงในโรงพยาบาลในวันที่เธอสูญเสียทุกอย่างไป และเขาก็คือคนที่จะมาพราก "สูตรลับ" ชิ้นสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่ไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 5 นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 5
กลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!