ควันสีเทาจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากแก้วกาแฟเอสเพรสโซ่ราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
เศษไม้เนื้อดีจากประตูที่ถูกพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาลยังคงเกลื่อนกลาดอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง แต่ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสายตาและตรึงลมหายใจของเอเลน่าเอาไว้ กลับเป็นร่างสูงโปรดในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงสีดำสนิท ประดับอินทรธนูทองคำอร่ามตาของผู้บัญชาการสูงสุดแห่งราชสำนัก—"แกรนด์ดุ๊กคาลอส ดราโกเวียน"
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเอกสารบัญชีการเงินนับร้อยหน้าที่กองระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเอเลน่าที่ยืนตัวตรงเป็นไม้บรรทัดเพื่อรักษาความสง่างามเอาไว้
"ท่านผู้บัญชาการ... ดูเหมือนว่าการมาเยือนอย่างไร้มารยาทของท่าน จะทำให้ทรัพย์สินของสมาคมการเงินเสียหายไปไม่น้อยเลยนะคะ" เอเลน่าเปิดฉากทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าซ่อนความหวาดระแวงไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็น
คาลอสไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม กลิ่นอายความเป็นผู้นำและกลิ่นอายสงครามจางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามรู้สึกราวกับออกซิเจนในห้องนี้กำลังลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว
"ความเสียหายแค่นี้ เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอพยายามปกปิดฉันอยู่... เอเลน่า วอน แอนเดอร์สัน" คาลอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนน่าอึดอัด เขายื่นมือหนาลงไปหยิบสมุดบัญชีลับเล่มเล็กที่เอเลน่าเพิ่งซ่อนไว้ใต้กองกระดาษขึ้นมาพลิกดู "กองทุนสำรองที่เธอแอบดึงมาจากเขตชายแดน... คิดจะเอาไปช้อนซื้อหุ้นเหมืองแร่ของตระกูลวอล์คเกอร์ที่กำลังจะล้มละลายงั้นเหรอ? เธอช่างกล้าหาญ หรือว่าโง่เขลากันแน่ ที่เอาอนาคตของตัวเองไปเดิมพันกับกระดานเงินตราที่ไม่มีวันชนะ"
เอเลน่ากัดริมฝีปากแน่นเล็กน้อยโดยไม่ให้เขาสังเกตเห็น ความฉลาดเป็นกรดของชายผู้นี้ไม่เคยลดลงเลยจริงๆ เขามองทะลุแผนการมูลค่าล้านเหรียญของเธอได้ด้วยการกวาดตามองเพียงครั้งเดียว
"ฉันไม่ได้โง่ค่ะ... แต่ฉันกำลังสร้างทางรอด ในเมื่อพวกขุนนางชั้นสูงพยายามจะเหยียบย่ำเราให้จมดิน การใช้เงินซื้ออำนาจคืนคือหนทางเดียวที่สะอาดที่สุด" เอเลน่าเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
คาลอสจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคมคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ... เบื้องหลังความเย่อหยิ่งและท่าทีที่แข็งกร้าวของเอเลน่า เขาเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเธอนอนไม่หลับมาสามวันติดต่อกัน ใต้ดวงตากลมโตคู่นั้นมีรอยคล้ำจางๆ ที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเครื่องสำอาง และปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันไว้นั้นกำลังสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าสะสม
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดเพื่อรอการปะทะ แต่เป็นความเงียบที่เปิดเผยช่องว่างในใจของมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง
คาลอสถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่สะสมไม่แพ้กัน เขาโยนสมุดบัญชีเล่มนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง พร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองช้าๆ
"เธอรั้นเกินไปแล้ว... เอเลน่า" เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลง เจือไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและ... ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "รู้ไหมว่าถ้าแผนนี้ล้มเหลว คนแรกที่จะถูกลากไปประหารไม่ใช่พวกขุนนางพวกนั้น... แต่คือเธอ"
เอเลน่าชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น ความแข็งกระด้างในใจของเธอคลายลงอย่างน่าประหลาด เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอโชว์แตะจมูกของคาลอส
"ถ้าฉันกลัวความตาย ฉันคงไม่ยอมกลับมาจากหลุมศพหรอกค่ะ..." เอเลน่าเอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอยื่นมือออกไปรินกาแฟอุ่นๆ ส่งให้เขา "ดื่มเสียหน่อยเถอะค่ะ... ท่านผู้บัญชาการ ดูท่าทางท่านเองก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเหมือนกันสินะคะ"
คาลอสมองแก้วกาแฟในมือเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความใกล้ชิดที่เกิดจากการหักโหมทำงานหนักและเผชิญหน้ากับความกดดันร่วมกัน ทำให้เกราะป้องกันอันแข็ง
กร้าวของมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งพังทลายลงอย่างเงียบเชียบ คาลอสเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบื้องหน้า ดวงตาคมคายฉายแววอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ถ้าเธอพัง... ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้กระดานเงินตราพวกนี้หลุดรอดไปเด็ดขาด" คาลอสกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนหัวใจของเอเลน่าเต้นระรัวผิดจังหวะ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปราะบางนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากด้านนอกหน้าต่างคฤหาสน์... ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเหล็กชั้นล่างที่ดังโครมครามพร้อมกับเสียงตะโกนก้องของราชองครักษ์
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกรนด์ดุ๊กคาลอส และ เอเลน่า วอน แอนเดอร์สัน! พวกท่านถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกันยักยอกเงินคลังหลวง!"
คาลอสลุกขึ้นยืนทันที นัยน์ตากลับมาคมกริบและเย็นชาดั่งน้ำแข็งอีกครั้งในพริบตาเดียว เขาหันมามองเอเลน่าที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มเยาะขึ้นมาอย่างท้าทาย
"ดูเหมือนว่า... พวกหนูสกปรกจะรีบออกมาจากท่อระบายน้ำเร็วกว่าที่คิดนะคะ" เอเลน่ากล่าวพลางหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้วงเงินขึ้นมาคั่นระหว่างนิ้ว "เราจะต้อนรับพวกเขายังไงดีคะ... ท่านผู้บัญชาการ?"
คาลอสแค่นIหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ก่อนจะคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมากดโทรออกหาคนสนิท "เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว และโอนเงินทั้งหมดห้าร้อยล้านเหรียญเข้าบัญชีสำรองของเอเลน่าเดี๋ยวนี้—"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับแผนการอันแยบยลนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
- เอวาลินน์ปลายพู่กัน -
จักรพรรดินีผู้ถูกเนรเทศกับแผนการณ์ยึดครองกระดานการเงิน•ตอนที่ 9
เบื้องหลังความสง่างาม
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกเนรเทศกับแผนการณ์ยึดครองกระดานการเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!