ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 30

พลังปราณทะลวงขีดจำกัด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
อณูพลังปราณสีครามเข้มระเบิดออกรอบกายของไป๋จินเฉินราวกับคลื่นมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง พื้นหินผาโบราณสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนเกิดรอยร้าวลึกนับพันเส้น แผ่นดินใต้ร่างเขากำลังแตกสลายกลายเป็นผุยผงด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้ "จินเฉิน... ท่านฝืนทะลวงขอบเขตเร็วเกินไปแล้ว!" เสียงของมู่หร่านชิงดังแทรกเสียงคำรามของสายฟ้าเบื้องบน นางเซียนผู้สง่างามและเยือกเย็นเสมอมา บัดนี้ใบหน้ากลับปรากฏร่องรอยความตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียนนุ่ม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางสะบัดพลิ้วไหวตามพายุพลังปราณที่แปรปรวน นางพยายามยื่นมือเรียวบางออกไปเพื่อถ่าย ถ่ายทอดพลังปราณคุ้มกันให้เขา แต่กลับถูกแรงสะท้อนมหาศาลผลักกระเด็นจนต้องถอยหลังไปสามก้าว ไป๋จินเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองความห่วงใยนั้น ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังท้องนภามืดครึ้มเบื้องบน ที่ซึ่งเมฆทัณฑ์สวรรค์สีม่วงเข้มกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ประหนึ่งมีดวงตาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์กำลังจ้องมองลงมาเพื่อพิพากษา ‘คนบาป’ ที่บังอาจท้าทายกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร "ถอยไป ร่านชิง..." เสียงทุ้มต่ำของไป๋จินเฉินเอ่ยขึ้นอย่างยากเย็น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เม็ดเหงื่อผสมหยาดโลหิตไหลอาบใบหน้าคมคาย "วิถีกระบี่ของข้า... ไม่เคยมีคำว่าถอยหลังอยู่แล้ว" "แต่ทัณฑ์สวรรค์เก้าสายนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ด้วยร่างเนื้อ!" มู่หร่านชิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเย็นชาที่นางเคยใช้ป่าวประกาศต่อโลกหล้าพลลายหายสิ้น เหลือเพียงความกังวลระคนหวาดหวั่นที่สั่นคลอนหัวใจเซียนของนาง "หากท่านพลาดพลั้ง วิญญาณของท่านจะแตกดับ ไม่หลงเหลือแม้แต่โอกาสได้กลับชาติมาเกิดอีกเป็นครั้งที่สอง!" "ถ้าสวรรค์ไม่ยอมให้ข้าเดินไปถึงจุดสูงสุด..." ไป๋จินเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปากอย่างทะนงตน "ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ผ่าสวรรค์ออกเป็นสองซีกเสีย!" เปรี้ยง! สิ้นเสียงคำราม สายฟ้าสีทองคำสายแรกฟาดผ่าลงมาจากใจกลางเมฆหมอก ดุจหอกอัคคีจากสรวงสวรรค์ที่พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพ ไป๋จินเฉินไม่หลบหลีก เขายืนหยัดตระหง่าน แขนเสื้อสะบัดวูบ ฝ่ามือขวาคว้าจับด้ามกระบี่โบราณที่ปักอยู่กับพื้นดิน พลังปราณทั้งหมดในตันtian (ตันเถียน) ถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุด อักขระโบราณนับแสนตัวสลักลึกลงบนผิวเนื้อของเขาเปล่งแสงเจิดจ้า ชิ้ง! เสียงกระบี่ก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับมังกรครามคำรามก้องฟ้า ไป๋จินเฉินชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือยังแทบจับไม่ทัน ประกายกระบี่สีครามประกายแสงเจิดจ้าพุ่งสวนสายฟ้าอัคคีขึ้นไปปะทะกันกลางอากาศ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา แรงปะทะแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนต้นไม้ใบหญ้ารอบรัศมีร้อยลี้ราบเป็นหน้ากลอง มู่หร่านชิงยกแขนเสื้อขึ้นบังกระแสลมปราณที่กวาดผ่านนาง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อมองภาพเบื้องหน้า ไป๋จินเฉินในยามนี้ราวกับเทพสงครามผู้จุติลงมาล้างบางโลกหล้า แม้ร่างกายของเขาจะเริ่มมีรอยปริแตกและมีเลือดไหลซึมออกมาตามผิวหนัง แต่จิตวิญญาณแห่งกระบี่กลับยิ่งคมกริบและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน "สายที่สอง... กำลังมาแล้ว!" มู่หร่านชิงอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ สายฟ้าสายที่สองไม่ได้ตกลงมาอย่างโดดเดี่ยว แต่มันมาพร้อมกับอสนีบาตเก้าสายที่ประสานกันเป็นตาข่ายเพลิง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่ไป๋จินเฉินยืนอยู่ แรงกดดันนี้หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า แม้แต่หินผาเบื้องล่างยังยุบตัวลงไปหลายฟุต ไป๋จินเฉินเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าที่กำลังพุ่งดิ่งลงมา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากการที่พลังปราณทะลักล้นเกินขีดจำกัด แต่ในดวงตากลับปรากฏประกายแห่งความตื่นเต้นเร้าใจ นี่คือความรู้สึกของการก้าวข้ามขีดจำกัด... นี่คือรสชาติของการฝืนลิขิตฟ้าที่เขาโหยหามานานแสนนานในชาติภพนี้! "เข้ามาสิ!" เขาคำรามลั่น ประสานเคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์ที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำเข้ากับพลังปราณเซียนแท้จริงที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน ร่างกายของเขาเปล่งแสงสว่างจ้าเจิดจ้าแข่งกับแสงของดวงอาทิตย์ วิถีกระบี่ไม่ได้มีไว้เพื่อยอมจำนนต่อฟ้าดิน แต่มีไว้เพื่อแหกกฎและสร้างเส้นทางของตนเองขึ้นมาใหม่! กระบี่ในมือวาดออกเป็นวงโค้งสมบูรณ์แบบ ท้องฟ้าที่มืดครึ้มถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวด้วยรังสีคมกริบของกระบี่ การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัว คลื่นกระแทกมหาศาลผลักมู่หร่านชิงจนต้องถอยร่นไปอีกหลายก้าว นางพยายามประสานอินทร์สร้างม่านพลังป้องกันตนเอง แต่แรงสะท้อนกลับทำให้เลือดสีชาดไหลรินออกจากมุมปากของนาง ทว่านางไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองแม้แต่น้อย สายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่ร่างของชายหนุ่มท่ามกลางพายุสายฟ้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งเป็นห่วง หวาดกลัว และ... ความศรัทธายิ่งยวด "จินเฉิน... ท่านต้องรอดนะ" นางพึมพำกับตนเอง เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ท่ามกลางแสงสว่างวาบและเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้า ไป๋จินเฉินสัมผัสได้ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ขอบเขตพลังปราณที่เคยติดคั้นมาเนิ่นนานราวกับกำแพงเหล็ก บัดนี้กำลังพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกเบาสบายราวกับหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งโลกมนุษย์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย พลังปราณเซียนแท้จริงหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาก้าวข้ามผ่านประตูแห่งความเป็นอมตะได้แล้ว! ทว่า... ในวินาทีที่สายฟ้าสายที่สามซึ่งทรงพลังที่สุดกำลังจะผ่าลงมาเป็นบทสรุปของทัณฑ์สวรรค์ เมฆหมอกสีม่วงเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึก แรงกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่ทวีปทั้งทวีปต้องสั่นสะท้านพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติที่เปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน เงาร่างมหึมาสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้า ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งคู่ใหญ่เท่าภูเขา ค่อยๆ ลืมขึ้นมองลงมายังไป๋จินเฉินจากเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคนในรัศมีหมื่นลี้ "ฮ่าๆๆ... คิดว่าก้าวสู่ขอบเขตเซียนแท้จริงแล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้งั้นรึ มหาเทพไป๋..." ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%