ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 24

การเดินทางสู่ดินแดนลับเซียนโบราณ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ห้วงมิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวจนกลายเป็นรอยฉีกขาดสีครามเข้ม ราวกับผืนผ้าแพรชั้นดีถูกกรงเล็บอสุรกายกระชากจนขาดวิ่น กลิ่นอายโบราณที่หลับใหลมานานนับแสนปีทะลักทะลายออกมาประดุจเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลาย แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงบนบ่าจนกระดูกลั่นกรอบ แต่ท่ามกลางพายุพลังงานที่พร้อมจะฉีกกระชากสรรพชีวิตให้แหลกเป็นจุล ร่างของบุรุษชุดดำสนิทกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายเท้าแตะอยู่บนความว่างเปล่าราวกับเหยียบย่างอยู่บนพื้นหญ้าอันสงบเงียบ ไป๋จินเฉินปรายตามองรอยแยกมิติที่มีอักขระโบราณนับหมื่นตัวเวียนว่ายอยู่ภายใน แววตาของเขาปรากฏประกายความทรงจำอันยาวนานพาดผ่าน ดุจดั่งเซียนผู้เฒ่าที่กำลังมองดูรอยเท้าของตนเองในอดีตชาติ "แดนลับเซียนโบราณ... สถานที่ที่ครั้งหนึ่งข้าเคยใช้ลับคมกระบี่เล่มเก่า น่าเสียดายที่กาลเวลาผ่านผัน แม้แต่ค่ายกลดาราดับสูญก็ยังหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวความรกร้าง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของห้วงมิติ ข้างกายเขาคือมู่หร่านชิง นางเซียนผู้สง่างามไร้ที่ติ เรือนร่างระหงอยู่ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆา อาการเย็นชาและห่างเหินที่นางมักใช้ตีตัวออกห่างจากผู้คนทั่วหล้า บัดนี้กลับละลายหาย Wไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยยามเมื่อนางอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ ดวงเนตรคู่คมกวาดตามองความอันตรายเบื้องหน้า ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยที่มอบให้เพียงเขาคนเดียว "จินเฉิน... พลังงานภายในรอยแยกนั้นปั่นป่วนเกินกว่าที่ขอบเขตพลังในปัจจุบันจะรับไหว แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียนแท้จริงหากก้าวเข้าไปอย่างไร้การป้องกัน ก็ยังต้องแหลกสลายกลายเป็นธุลีในพริบตา ท่านมั่นใจแล้วหรือ?" ไป๋จินเฉินมิได้หันกลับมามอง แต่มือเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว นิ้วเรียวเคาะเบาๆ สามครั้ง จังหวะนั้นเสียงสะท้อนดังกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล "ความมั่นใจหรือ? ร่านชิง เจ้าก็รู้ว่าวิถีกระบี่ของข้ามิเคยรู้จักคำว่า 'ถอยหลัง' มีเพียงการก้าวไปข้างหน้าเพื่อตัดผ่านอุปสรรค ต่อให้เบื้องหน้าคือทัณฑ์สวรรค์หรือขุมนรกโลกันต์ หากข้าต้องการจะเดินผ่าน มีหรือที่ฟ้าดินจะกล้าขวางทาง?" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนอย่างไร้ขีดจำกัดนี้ หากออกจากปากผู้อื่นคงเป็นเพียงคำโอ้อวดของคนโง่เขลาเบาปัญญา แต่เมื่อเปล่งออกมาจากริมฝีปากของไป๋จินเฉิน มันกลับหนักแน่นดุจประกาศิตแห่งสวรรค์ มู่หร่านชิงมองแผ่นหลังนั้น หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งนับหมื่นปีกลับไหววูบคล้ายคลื่นกระทบฝั่ง นางไม่เคยคิดจะห้ามปรามเขา เพราะนางรู้ดีว่าวิถีของบุรุษผู้นี้คือการฝืนลิขิตฟ้า และนางยินดีที่จะก้าวเดินเคียงข้าง ไม่ว่าจะต้องตกลงสู่นรกภูมิหรือขึ้นสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้าก็ตาม "ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะไปกับท่าน" มู่หร่านชิงกล่าวสั้นๆ แต่น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กระบี่เจ็ดดาราประจำกายเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างในรัศมีร้อยลี้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ไป๋จินเฉินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและประกายตาสว่างวาบ "ดี จับมือข้าไว้" มือหนายื่นออกไป ฝ่ามืออุ่นร้อนสัมผัสกับมือนุ่มที่เย็นเฉียบดั่งหยกขาวของนางเซียนอันดับหนึ่งแห่งแดนบูรพา ในวินาทีที่ปลายนิ้วประสานกัน กระแสพลังปราณสองขั้ว หยินและหยาง ระเบิดประสานกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายสายฟ้าสีทองแล่บแปลบปลาบไปทั่วบริเวณ ทั้งสองก้าวเท้าพร้อมกัน พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางรอยแยกมิติสีครามเข้มในพริบตา! *ตูมมม—!* เสียงคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกหล้ากำลังจะแตกสลาย ร่างของทั้งสองหายลับเข้าไปในความมืดมิดของแดนลับเซียนโบราณ แรงระเบิดจากการปิดตัวลงของประตูมิติแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำลายยอดเขานับสิบลูกในละแวกใกล้เคียงให้ราบเป็นหน้ากลอง ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆาให้กลายเป็นสีเลือด ภายในห้วงมิติที่เวิ้งว้างและเต็มไปด้วยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล ไป๋จินเฉินและมู่หร่านชิงร่วงหล่นลงมาตามกระแสธารแห่งกาลเวลา รอบกายเต็มไปด้วยเศษซากอารยธรรมโบราณ ทั้งวิหารที่ลอยเคว้งคว้าง โครงกระดูกของสัตว์อสูรบรรพกาลขนาดมหึมาที่ใหญ่โตราวกับภูเขา และกระแสลมปราณที่คมกริบราวกับใบมีดนับล้านเล่มพัดผ่านตลอดเวลา "ระวัง!" ไป๋จินเฉินดึงร่างของมู่หร่านชิงเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักด้วยมือเพียงข้างเดียว *ฉัวะ!* แสงกระบี่สีครามประกายแสงเจิดจ้าผ่าผืนความมืดมิดออกเป็นสองซีก คลื่นกระบี่อันทรงพลังปัดเป่าพายุใบมีดปราณที่พุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตจนแตกสลายไปในอากาศ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ถูกชักออกจากฝักจนสุดเล่มนั้นเอง จิตสัมผัสของมหาเทพกระบี่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงันของแดนลับแห่งนี้ พื้นดินเบื้องล่างที่ควรจะเป็นความว่างเปล่า กลับสั่นสะเทือนขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาสสีแดงฉานนับล้านคู่ค่อยๆ ลืมขึ้นในความมืดมิดรอบทิศทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งชวนขนหัวลุกที่ดังสะท้อนก้องมาจากทุกสารทิศ—เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์อสูร แต่เป็นเสียงของมนุษย์... หรือบางสิ่งที่เคยเป็นมนุษย์ *กึก... กึก... กึก...* เงาร่างนับร้อยในชุดเกราะโบราณขึ้นสนิมเขรอะ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอก พวกมันถืออาวุธที่อาบย้อมด้วยกลิ่นอายโลหิต และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ไอพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างเงาเหล่านั้น ล้วนแต่อยู่ใน "ขอบเขตเซียนแท้จริง" ขั้นสูงสุดทุกตน! มู่หร่านชิงขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างประหลาดจากเงาร่างเบื้องหน้า "จินเฉิน... พวกมันไม่ใช่ภูตผีธรรมดา แต่พวกมันคือ... ยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่โบราณที่หายสาบสูญไปเมื่อสามแสนปีก่อน!" ไป๋จินเฉินไม่ตอบคำถาม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคมกราดมองตรงไปยังเงาร่างที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งสวมมงกุฎทองคำและถือกระบี่หักสะบั้น แต่มันกลับส่งแรงกดดันมากที่สุด ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของไป๋จินเฉินกระตุกวูบไม่ใช่ความแข็งแกร่งของศัตรูเบื้องหน้า แต่เป็นภาพสะท้อนบนใบดาบของเงาร่างนั้น—มันปรากฏภาพใบหน้าของ "ศิษย์พี่ใหญ่" อีกคนหนึ่ง... บุคคลที่เขาคิดว่าตายตกไปพร้อมกับสงครามเทวะเมื่ออดีตชาติกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่ ณ จุดลึกที่สุดของแดนลับ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของไป๋จินเฉินโดยตรง: *"น้องเล็ก... ในที่สุดเจ้าก็กลับมา... เจ้าพร้อมที่จะชดใช้หนี้เลือดเมื่อชาติก่อนแล้วหรือยัง?"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%