ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 7

คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"รอยร้าวบนผนังศิลาจารึกนี้ มิได้เกิดจากกาลเวลา หากแต่เกิดจากร่องรอยกระบี่ที่ถูกลบเลือนด้วยเจตจำนงอันยิ่งใหญ่" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยกระแสพลังปราณอันเยียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำลับหลังน้ำตกอัคคี ภายในเขตหวงห้ามของสำนักกระบี่เมฆา ไป๋จินเฉินยืนนิ่งสงบ ร่างกายในชุดศิษย์สีเทาหมองคล้ำไม่ได้ทำให้รัศมีแห่งมหาเทพกระบี่ผู้เคยสะเทือนเก้าชั้นฟ้าลดทอนลงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก กวาดมองรอยบากนับพันบนผนังหินที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยค่ายกลสังหารที่หากผู้ไร้ซึ่งปัญญาเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว เส้นชีพจรทั่วร่างคงระเบิดเป็นจุลไปนานแล้ว ด้านหลังของเขา ห่างออกไปเพียงครึ่งก้าวคือเงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกในดินแดนบูรพา มู่หร่านชิง นางเซียนผู้เย็นชาต่อหล้าฟ้าดิน ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตาดอกท้อคู่คลาสสิกจับจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งศิษย์พี่ใหญ่ในนาม และสหายร่วมทางในวิถีแห่งการฝืนลิขิตฟ้า นางไร้ซึ่งวาจาใดๆ ทว่ากลิ่นอายความห่วงใยที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรกลับอบอุ่นจนทำให้ความหนาวเหน็บในถ้ำลึกลดทอนลง "ศิษย์พี่ใหญ่..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "ค่ายกลสะบั้นวิญญาณเก้าชั้นฟ้านี้ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณเมื่อร้อยปีก่อนยังต้องสังเวยโลหิตที่นี่ ท่านมั่นใจแล้วหรือว่าจะเปิดมันด้วย 'วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' ของท่าน?" ไป๋จินเฉินมิได้หันกลับไปมอง นางยังคงเป็นเช่นนี้... เย็นชากับคนทั้งโลก แต่กลับยอมมอบจิตวิญญาณและลมหายใจให้แก่เขาผู้เดียว มุมปากของเด็กหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนดุจพญามังกรเหยินฟ้า "ร่านชิง เจ้าก็รู้ดีว่าวิถีกระบี่ในใต้หล้า มิได้มีไว้เพื่อก้มหัวให้แก่กฎเกณฑ์สวรรค์... รอยร้าวพวกนี้ ไม่ใช่ค่ายกล แต่คือ 'บันได' ต่างหาก" สิ้นคำพูด นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของไป๋จินเฉินก็สะบัดออกไปคราหนึ่ง! *เปรี้ยง!* คลื่นกระบี่สีครามเข้มพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วราวสายฟ้าฟาด แหวกผ่านอากาศจนเกิดเสียงคำรามกึกก้อง คลื่นพลังปราณมิได้ทำลายผนังศิลาให้พังทลาย หากแต่ไปกระทบเข้ากับจุดอับสายตาของค่ายกลโบราณอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ประหนึ่งกุญแจที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไขแม่กุญแจดอกนี้โดยเฉพาะ เสียงกลไกโบราณดังขึ้นครืดคราด ฝุ่นผงอายุกาลนับหมื่นปีร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ ก่อนที่ผนังหินศิลาเบื้องหน้าจะค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นรัศมีสีทองอร่ามที่สาดส่องทะลักออกมาจนแสบตา! กลิ่นอายโบราณกาลอันหนักอึ้งกดทับลงมาทันที ราวกับมีมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่จากบรรพกาลกำลังก้าวลงมาจากฟ้าร้องคำรามใส่หัวใจของผู้อยู่เบื้องล่าง มู่หร่านชิงขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางก้าวเท้าขึ้นมาขนาบข้างไป๋จินเฉินโดยสัญชาตญาณ พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์ถูกขับเคลื่อนขึ้นปกป้องร่างทันทีเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ "นั่นคือ..." ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เบื้องหลังผนังศิลาที่เปิดออก คือแท่นหินอัคนีสีดำสนิท บนนั้นมีเศษชิ้นส่วนโลหะโบราณที่สลักลวดลายอักขระฟ้าดินนับไม่ถ้วน วางสงบนิ่งอยู่ ทว่าเพียงแค่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในเศษโลหะชิ้นนั้น แม้แต่หัวใจของมหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิดอย่างไป๋จินเฉินยังต้องเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์... ไม่ผิดแน่" ไป๋จินเฉินพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาคู่นคมทอประกายวับวาดด้วยความตื่นตะลึงและยินดีอย่างหาที่เปรียบมิได้ ในชาติภพก่อน เมื่อเขายังครองตำแหน่งมหาเทพกระบี่ไร้พ่าย เขาก็เคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับคัมภีร์บทนี้ มันคือศาสตร์ลับที่ถือกำเนิดขึ้นก่อนที่ยุคสมัยแห่งเซียนจะเริ่มต้น เป็นเคล็ดวิชาที่สามารถตัดขาดโซ่ตรวนแห่งสวรรค์และสร้างวิถีแห่งการหลุดพ้นด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว น่าเสียดายที่มันสูญหายไปในมหาสสงครามบรรพกาล ไม่มีใครคาดคิดว่าเศษชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งบันทึก "กระบวนท่าที่สิบ" เอาไว้ จะถูกซ่อนเอาไว้ในสำนักกระบี่เมฆาอันเป็นจุดเริ่มต้นในชาตินี้ของเขา "ท่านต้องการมันใช่ไหม?" มู่หร่านชิงเอ่ยถาม น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ แต่แววตาเริ่มมีความกังวลปรากฏขึ้นเล็กน้อย "ข้ารู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่หลับใหลอยู่ภายในเศษชิ้นส่วนนั้น มันไม่ใช่สมบัติธรรมดา แต่มันคือคำสาป" "คำสาปหรือ?" ไป๋จินเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายแววท้าทายอย่างดุดล "ในเมื่อฟ้าดินยังกล้าสาปส่งชีวิตของข้าให้เกิดมาเป็นศิษย์สวะผู้นี้ เหตุใดข้าจะต้องเกรงกลัวคำสาปของเศษกระดาษแผ่นเดียว ร่านชิง คอยคุ้มกันให้ข้า ข้าจะหลอมรวมเศษชิ้นส่วนนี้เดี๋ยวนี้!" เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นหินอัคนีสีดำ ยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสกับเศษคัมภีร์โบราณชิ้นนั้น ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาห่างจากผิวโลหะเพียงไม่ถึงศอก ท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกถ้ำลับที่เคยเงียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา! *ครืนนน—!* เสียงอสนีบาตคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขาเมฆา แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์ระดับมหาประลัยพุ่งทะยานลงมาจากนهدเมฆสีชาด ราวกับว่าการมีอยู่ของคัมภีร์ชิ้นนี้กำลังท้าทายอำนาจสูงสุดของกฎแห่งฟ้าดิน และพวกมันจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องมันเป็นอันขาด! มู่หร่านชิงสะบัดมือขวา กระบี่เซียนน้ำแข็งปรากฏขึ้นในกำมือทันที รัศมีสีขาวเย็นยะเยือกแผ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต้านทานแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา นางหันไปมองไป๋จินเฉินด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ระวังตัวด้วย! มีคน... กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่" ในความมืดมิดของทางเข้าถ้ำลับ เงาร่างสายหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคงดังก้องกังวานไปทั่ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ไร้ค่ากับนางเซียนผู้เย็นชา ไม่นึกเลยว่าความลับของสำนักเราจะถูกพวกเจ้าสองคนค้นพบเข้าจริงๆ!" ไป๋จินเฉินชักมือกลับเล็กน้อย เขายังคงไม่หันไปมองผู้มาเยือน นัยน์ตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์เบื้องหน้า ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%