ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 6

การท้าทายจากศิษย์เอกตระกูลหลิว

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ในตลาดค้าสมุนไพรกลางเมืองหลวง มักเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ครับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับฝูงม้าศึกเหยียบย่ำแผ่นศิลาปูพื้นดังสะท้านไปทั่วตรอกซอกซอย พ่อค้าแม่ขายต่างพากันเก็บแผงสินค้าและหลบหลีกเข้ามุมมืดด้วยความหวาดกลัว รัศมีพลังปราณระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดดันบรรยากาศรอบด้านจนแทบหายใจไม่ออก และผู้ที่สร้างความโกลาหลนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก "หลิวเทียนฮ่าว" ศิษย์เอกแห่งตระกูลหลิว ผู้มีชื่อเสียงในความอำมหิตและหยิ่งผยอง “หลีกไป! หากไม่อยากให้แผงยาโสโครกของพวกเจ้ากลายเป็นเศษผง!” หลิวเทียนฮ่าวในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ครามก้าวเดินอย่างองอาจ สายตาคมกริบกวาดมองรอบกายด้วยความดูแคลน เป้าหมายของมันในวันนี้คือการตามล่าหาซื้อ "โสมโลหิตมังกรพันปี" เพื่อนำไปประจบประแจงผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆา แต่ทว่า... สิ่งล้ำค่าชิ้นนั้นถูกบุรุษผู้หนึ่งชิงตัดหน้าไปก่อนแล้วในราคาสูงลิบลิ่ว และบุรุษผู้นั้นกำลังยืนจิบชาอย่างใจEเย็นอยู่ริมหน้าต่างโรงเตี๊ยมชั้นสอง โดยมีหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์คอยรินชาให้อย่างนิ่มนวล ไป๋จินเฉินวางจอกชาลงช้าๆ นัยน์ตาคู่คมกริบดุจคมกระบี่ทอดมองลงไปยังเบื้องล่าง ความเงียบงันรอบตัวเขาสะท้อนถึงความทะนงตนที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ขณะที่มู่หร่านชิงเพียงปรายตามองกลุ่มคนเบื้องล่างด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง รัศมีเซียนอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจทำให้อากาศรอบโต๊ะของพวกเขาลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ “ท่านพี่...” มู่หร่านชิงเอ่ยเสียงเรียบ ริมฝีปากบางเฉียบขยับเพียงเล็กน้อย “สุนัขบ้ากลุ่มนี้ส่งเสียงรบกวนเวลาดื่มชาของข้า” “ปล่อยให้มันเห่าไปเถอะครับ รำคาญก็แค่สั่งสอนให้รู้สำนึก” ไป๋จินเฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน “ในเมื่อพวกมันอยากลิ้มรสความตาย เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีก็ควรต้อนรับให้สมเกียรติ” โครม! ประตูไม้สักทองของโรงเตี๊ยมถูกพลังปราณกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล หลิวเทียนฮ่าวทะยานร่างขึ้นมาบนชั้นสองพร้อมกับองครักษ์เงาอีกสี่คน ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสอดส่ายหาตัวการที่กล้าแย่งชิงสมุนไพรของมัน “ไอ้สวะที่ไหนกล้าดีแย่งโสมโลหิตมังกรจากตระกูลหลิว!” หลิวเทียนฮ่าวคำรามลั่น กลิ่นอายพลังปราณระเบิดออกจนโต๊ะเก้าอี้รอบด้านสั่นสะเทือน “คุกเข่าลงแล้วกราบขอข้าสามครั้ง ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตให้พวกเจ้าสักครึ่งศพ!” ไป๋จินเฉินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองมัน เขายังคงใช้ปลายนิ้วเคาะขอบจอกชาเป็นจังหวะชamatช้า ท่าทีที่เย่อหยิ่งและไม่แยแสนี้ยิ่งทำให้หลิวเทียนฮ่าวเดือดดาลจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ “เจ้า…! รนหาที่ตายนัก!” หลิวเทียนฮ่าวสะบัดมือเรียกกระบี่ประจำกาย "พยัคฆ์คำราม" ออกมาจากแหวนมิติ แสงสีฟ้าเจิดจ้าบาดตาพร้อมกับเสียงคำรามก้องราวกับพยัคฆ์ร้ายสะท้านภพ มันพุ่งเข้าหาไป๋จินเฉินด้วยความเร็วสูง หมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียวเพื่อประกาศศักดา ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไม่มีใครมองเห็นว่าไป๋จินเฉินขยับตัวตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกที ร่างของมหาเทพกระบี่ก็หายไปจากที่นั่งแล้ว ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าของหลิวเทียนฮ่าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวของไป๋จินเฉินยกขึ้น ชี้ตรงไปยังหว่างคิ้วของหลิวเทียนฮ่าวอย่างแผ่วเบา ปัง! คลื่นกระแสพลังปราณที่ไร้รูปแต่ทรงพลังดุจภูเขาถล่มอัดกระแทกใส่ร่างของหลิวเทียนฮ่าวอย่างจัง กระบี่พยัคฆ์คำรามในมือแหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตา ร่างของศิษย์เอกตระกูลหลิวพุ่งทะลุผนังโรงเตี๊ยม ร่วงหล่นลงสู่พื้นถนนเบื้องล่างราวกับสุนัขตัวหนึ่ง เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของหลิวเทียนฮ่าว นัยน์ตาเบิกโพ้างedค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันไม่อาจเชื่อเลยว่า บุรุษที่ดูสามัญผู้นี้จะใช้เพียง "นิ้วเดียว" สยบมันผู้เป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลใหญ่ได้ “ขอบเขต… ขอบเขตพลังอะไรกันนี่…!” หลิวเทียนฮ่าวครางออกมาด้วยเสียงอันแหบพร่า ร่างกายสั่นเทาด้วยความสะพรึงกลัว ไป๋จินเฉินก้าวเดินลงมาจากชั้นสองทีละก้าวอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดัง ก๊อบ… แก๊อบ… ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่าน ความกดดันมหาศาลกดทับจนองครักษ์ที่เหลือคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “ตระกูลหลิว… สั่งสอนลูกหลานได้ดีนี่ครับ” ไป๋จินเฉินหยุดยืนเบื้องร่างของหลิวเทียนฮ่าว ก้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง “แต่ก็น่าเสียดาย ที่สุนัขที่ไร้เจ้าของเช่นพวกเจ้า สมควรได้รับการอบรมให้รู้จักคำว่า ‘สำนึก’ ให้มากกว่านี้” เขายกเท้าขึ้นเหยียบลงบนอกของหลิวเทียนฮ่าวเบาๆ แรงกดดันมหาศาลทำให้กระดูกซี่โครงของอีกฝ่ายหักละเอียดในทันที เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วท้องถนน แต่ไม่มีใครในเมืองหลวงกล้าส่งเสียงคัดค้านแม้แต่คนเดียว มู่หร่านชิงก้าวตามลงมาอย่างเงียบเชียบ นางยืนเคียงข้างเขา ปลายกระบี่เซียนในมือสะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดงเป็นประกายวาววับ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่พร้อมจะปลิดชีพทุกคนได้ทุกเมื่อ ทว่า ในขณะที่เหตุการณ์กำลังสงบลง และไป๋จินเฉินกำลังจะสะบัดมือสั่งสอนตระกูลหลิวให้เข็ดหลาบไปตลอดกาล ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจปีศาจกลืนกินแสงสว่าง แรงกดดันระดับ "ราชันย์นักรบ" พุ่งทะยานมาจากขอบฟ้าไกล พร้อมกับเสียงหัวoาะอันเยือกเย็นที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผู้คน “บังอาจนัก! ใครมันกล้าเหยียบย่ำสุนัขรับใช้ของสำนักกระบี่เมฆาแห่งแดนบูรพา!” เงาร่างสีดำสายหนึ่งทะยานผ่านม่านเมฆลงมาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ปรากฏกายเบื้องหน้าไป๋จินเฉิน พร้อมกับแรงกดดันที่ทำให้พื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง และเมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้า… มู่หร่านชิงก็พลันชะงัก สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในทันที! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%