ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 8

การทะลวงขอบเขตขั้นที่สาม

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"หากสวรรค์ยังคงคิดบัญชีกับคนเช่นข้า เหตุใดจึงไม่ส่งสายฟ้าผ่าลงมาเสียตั้งแต่ชาติภพก่อนเล่า..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรในห้วงนิทราดังลอดริมฝีปากของไป๋จินเฉิน มันไม่ใช่คำตัดพ้อ แต่มันคือการท้าทาย... ท้าทายต่อกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่บีบคั้นให้วิญญาณมหาเทพกระบี่ต้องมาจุติในร่างของศิษย์สวะเช่นนี้ หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลรินผ่านโครงหน้าคมสันที่อาบไล้ด้วยแสงสีครามเข้มข้นของค่ายกลรวบรวมลมปราณ ภายในถ้ำลับแลแห่งยอดเขาบูรพาเวลานี้ อากาศรอบกายเขากำลังบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น มิติรอบตัวส่งเสียงกรีดร้องราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด มู่หร่านชิงยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกขาว นางยืนตระหง่านอยู่ ณ ปากทางเข้าถ้ำ กระบี่วิหคเพลิงในมือสั่นระริกโดยมิได้เกิดจากความกลัว แต่มันเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้เป็นทั้ง "ศิษย์พี่ใหญ่" และบุรุษเพียงคนเดียวที่สลักลึกลงในห้วงจิตอันเย็นชาของนาง ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อย นางเห็นกระแสปราณสีทองและสีครามพันธนาการร่างของไป๋จินเฉินไว้ราวกับโซ่ตรวนแห่งพันธะสัญญาโบราณ ผิวหนังของเขากำลังเปล่งประกายระยิบระยับดุจเกล็ดมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ชั้นผิว "จินเฉิน... อย่าฝืนจนเกินไป" นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ แต่หากผู้ใดตั้งใจฟังให้ดี จะสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวระคนห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึก "ฝืนงั้นหรือ?" ไป๋จินเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่เคยดำสนิทบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดั่งเนตรพญามังกร "สำนักฟ้าประทานร่ำลือกันว่า ขอบเขตขั้นที่สามคือประตูแห่งความเป็นตาย หากข้าก้าวผ่านไม่ได้ ก็มิใช่เพราะสวรรค์ใจร้าย แต่เป็นเพราะวิถีกระบี่ของข้ายังคมไม่พอต่างหาก!" สิ้นคำพูดนั้น... อณูลมปราณนับล้าน ๆ สายในรัศมีร้อยลี้ก็พลันหยุดนิ่ง ความเงียบงันปกคลุมชั่วพริบตา... เป็นความเงียบก่อนที่พายุคลั่งจะคำราม *ตูมมมมมมม!* กระแสปราณรอบตัวของไป๋จินเฉินระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงอัดอากาศมหาศาลซัดสาดจนผนังถ้ำหินผาหนาทึบเกิดรอยแตกร้าวลึกดุจใยแมงมุม เศษหินและฝุ่นผงถูกบดขยี้จนกลายเป็นจุลในพริบตา มู่หร่านชิงสะบัดชายเสื้อคลุม ปราณกระบี่คุ้มกายถูกแผ่ขยายออกเพื่อต้านทานคลื่นกระแทกที่รุนแรงนี้ นางขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน เขากำลังเลื่อนระดับพลังอย่างรวดเร็วดั่งใจนึก! จากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ทะยานผ่านกำแพงไร้รูปอย่างไร้รอยต่อ สู่ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณขั้นที่หนึ่ง... ขั้นที่สอง... และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง! เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังมาจากลำคอของไป๋จินเฉิน เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนน่ากลัว ปราณมังกรบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ในกระดูกและไขกระดูกถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มันส่งเสียงคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขา จนเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ในป่ารอบด้านต่างหมอบกราบลงกับพื้นดินด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันระดับเทพเจ้า "นี่มัน... พลังปราณประหลาดอันใดกัน?" มู่หร่านชิงพึมพำกับตนเอง หัวใจของนางเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แม้แต่นางผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของแดนบูรพา เมื่อครั้งทะลวงผ่านขอบเขตนี้ ยังต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืนและพึ่งพายาเม็ดสวรรค์นับร้อยเม็ด แต่ไป๋จินเฉินกลับใช้เวลาเพียงชั่วก้านธูปเดียว และเป็นการดูดซับพลังฟ้าดินโดยตรงอย่างไร้การป้องกันใด ๆ ! นั่นคือวิถีแห่งผู้ยิ่งใหญ่... วิถีที่ไม่ยอมจำนนต่อสวรรค์ แต่เป็นการกลืนกินสวรรค์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย! "ยัง... ยังไม่พอ!" ไป๋จินเฉินคำรามลั่น ดวงตาสีทองฉายแววดุดันราวกับต้องการฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดวิ่น ปราณสีครามเข้มข้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืน เกิดเป็นลำแสงมหึมาพุ่งทะลวงผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แสงดาวนับดวงสาดส่องลงมายังร่างของเขาโดยตรง ราวกับดวงดาราบนฟากฟ้ากำลังคารวะต่อราชันย์ผู้หวนคืน ความกดดันรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดสุด อากาศรอบกายกลายเป็นสุญญากาศที่แม้แต่ลมหายใจก็ยังถูกดูดกลืน ร่างของไป๋จินเฉินลอยเคว้งคว้างขึ้นจากพื้นดินสามชั่ว นิ้วมือทั้งสองประสานเป็นผนึกวิชาโบราณที่สาบสูญไปนานนับหมื่นปี มู่หร่านชิงกำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... บางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากความมืดมิดเบื้องล่างหุบเขา ไม่ใช่แค่การทะลวงขอบเขตธรรมดา... ทัณฑ์สวรรค์กำลังก่อตัวขึ้น! ก้อนเมฆสีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมยอดเขาบูรพาในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลเลื้อยวนไปมาอยู่ในกลุ่มเมฆ ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันระดับนี้... มันคือสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า! สำหรับผู้ที่ฝืนกฎแห่งการบำเพ็ญเพียรจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์ "จินเฉิน! หยุดก่อน! เจ้ากำลังกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ขั้นสูงสุด!" มู่หร่านชิงตะโกนร้องเตือนเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นบัดนี้เจือปนไปด้วยความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ไป๋จินเฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ชายหนุ่มก้มมองฝ่ามือของตนเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังคำรามกรามกร่างด้วยความโกรธเกรี้ยวของฟ้าดิน "หยุดงั้นหรือ? หึ..." ไป๋จินเฉินเหยียดยิ้ม พลางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง กระบี่เหล็กไร้คมที่วางอยู่ข้างกายก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าด้วยจิตสังหารอันไร้เทียมทาน "ในเมื่อสวรรค์ต้องการทดสอบข้า ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้... ผ่าฟ้าทลายดินให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!" ทว่า ในวินาทีที่สายฟ้าสีม่วงสายแรกกำลังจะผ่าลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าปริศนาอันแผ่วเบากลับดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของพายุ... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครควรจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ *แปะ... แปะ... แปะ...* "นับว่าจอมยุทธ์ไป๋มีตบะแก่กล้ายิ่งนัก... แต่เกรงว่าท่านจะไม่มีโอกาสได้ใช้กระบี่นั้นหรอกนะ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%