"หากสวรรค์ยังคงคิดบัญชีกับคนเช่นข้า เหตุใดจึงไม่ส่งสายฟ้าผ่าลงมาเสียตั้งแต่ชาติภพก่อนเล่า..."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรในห้วงนิทราดังลอดริมฝีปากของไป๋จินเฉิน มันไม่ใช่คำตัดพ้อ แต่มันคือการท้าทาย... ท้าทายต่อกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่บีบคั้นให้วิญญาณมหาเทพกระบี่ต้องมาจุติในร่างของศิษย์สวะเช่นนี้ หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลรินผ่านโครงหน้าคมสันที่อาบไล้ด้วยแสงสีครามเข้มข้นของค่ายกลรวบรวมลมปราณ ภายในถ้ำลับแลแห่งยอดเขาบูรพาเวลานี้ อากาศรอบกายเขากำลังบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น มิติรอบตัวส่งเสียงกรีดร้องราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด
มู่หร่านชิงยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกขาว นางยืนตระหง่านอยู่ ณ ปากทางเข้าถ้ำ กระบี่วิหคเพลิงในมือสั่นระริกโดยมิได้เกิดจากความกลัว แต่มันเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้เป็นทั้ง "ศิษย์พี่ใหญ่" และบุรุษเพียงคนเดียวที่สลักลึกลงในห้วงจิตอันเย็นชาของนาง
ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อย นางเห็นกระแสปราณสีทองและสีครามพันธนาการร่างของไป๋จินเฉินไว้ราวกับโซ่ตรวนแห่งพันธะสัญญาโบราณ ผิวหนังของเขากำลังเปล่งประกายระยิบระยับดุจเกล็ดมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ชั้นผิว
"จินเฉิน... อย่าฝืนจนเกินไป" นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ แต่หากผู้ใดตั้งใจฟังให้ดี จะสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวระคนห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึก
"ฝืนงั้นหรือ?" ไป๋จินเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่เคยดำสนิทบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดั่งเนตรพญามังกร "สำนักฟ้าประทานร่ำลือกันว่า ขอบเขตขั้นที่สามคือประตูแห่งความเป็นตาย หากข้าก้าวผ่านไม่ได้ ก็มิใช่เพราะสวรรค์ใจร้าย แต่เป็นเพราะวิถีกระบี่ของข้ายังคมไม่พอต่างหาก!"
สิ้นคำพูดนั้น... อณูลมปราณนับล้าน ๆ สายในรัศมีร้อยลี้ก็พลันหยุดนิ่ง
ความเงียบงันปกคลุมชั่วพริบตา... เป็นความเงียบก่อนที่พายุคลั่งจะคำราม
*ตูมมมมมมม!*
กระแสปราณรอบตัวของไป๋จินเฉินระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงอัดอากาศมหาศาลซัดสาดจนผนังถ้ำหินผาหนาทึบเกิดรอยแตกร้าวลึกดุจใยแมงมุม เศษหินและฝุ่นผงถูกบดขยี้จนกลายเป็นจุลในพริบตา มู่หร่านชิงสะบัดชายเสื้อคลุม ปราณกระบี่คุ้มกายถูกแผ่ขยายออกเพื่อต้านทานคลื่นกระแทกที่รุนแรงนี้ นางขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน
เขากำลังเลื่อนระดับพลังอย่างรวดเร็วดั่งใจนึก!
จากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ทะยานผ่านกำแพงไร้รูปอย่างไร้รอยต่อ สู่ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณขั้นที่หนึ่ง... ขั้นที่สอง... และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง!
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังมาจากลำคอของไป๋จินเฉิน เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนน่ากลัว ปราณมังกรบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ในกระดูกและไขกระดูกถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มันส่งเสียงคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขา จนเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ในป่ารอบด้านต่างหมอบกราบลงกับพื้นดินด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันระดับเทพเจ้า
"นี่มัน... พลังปราณประหลาดอันใดกัน?" มู่หร่านชิงพึมพำกับตนเอง หัวใจของนางเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แม้แต่นางผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของแดนบูรพา เมื่อครั้งทะลวงผ่านขอบเขตนี้ ยังต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืนและพึ่งพายาเม็ดสวรรค์นับร้อยเม็ด แต่ไป๋จินเฉินกลับใช้เวลาเพียงชั่วก้านธูปเดียว และเป็นการดูดซับพลังฟ้าดินโดยตรงอย่างไร้การป้องกันใด ๆ !
นั่นคือวิถีแห่งผู้ยิ่งใหญ่... วิถีที่ไม่ยอมจำนนต่อสวรรค์ แต่เป็นการกลืนกินสวรรค์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย!
"ยัง... ยังไม่พอ!" ไป๋จินเฉินคำรามลั่น ดวงตาสีทองฉายแววดุดันราวกับต้องการฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดวิ่น ปราณสีครามเข้มข้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืน เกิดเป็นลำแสงมหึมาพุ่งทะลวงผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แสงดาวนับดวงสาดส่องลงมายังร่างของเขาโดยตรง ราวกับดวงดาราบนฟากฟ้ากำลังคารวะต่อราชันย์ผู้หวนคืน
ความกดดันรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดสุด อากาศรอบกายกลายเป็นสุญญากาศที่แม้แต่ลมหายใจก็ยังถูกดูดกลืน ร่างของไป๋จินเฉินลอยเคว้งคว้างขึ้นจากพื้นดินสามชั่ว นิ้วมือทั้งสองประสานเป็นผนึกวิชาโบราณที่สาบสูญไปนานนับหมื่นปี
มู่หร่านชิงกำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... บางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากความมืดมิดเบื้องล่างหุบเขา
ไม่ใช่แค่การทะลวงขอบเขตธรรมดา... ทัณฑ์สวรรค์กำลังก่อตัวขึ้น!
ก้อนเมฆสีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมยอดเขาบูรพาในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลเลื้อยวนไปมาอยู่ในกลุ่มเมฆ ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันระดับนี้... มันคือสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า! สำหรับผู้ที่ฝืนกฎแห่งการบำเพ็ญเพียรจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์
"จินเฉิน! หยุดก่อน! เจ้ากำลังกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ขั้นสูงสุด!" มู่หร่านชิงตะโกนร้องเตือนเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นบัดนี้เจือปนไปด้วยความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
ไป๋จินเฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ชายหนุ่มก้มมองฝ่ามือของตนเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังคำรามกรามกร่างด้วยความโกรธเกรี้ยวของฟ้าดิน
"หยุดงั้นหรือ? หึ..." ไป๋จินเฉินเหยียดยิ้ม พลางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง กระบี่เหล็กไร้คมที่วางอยู่ข้างกายก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าด้วยจิตสังหารอันไร้เทียมทาน "ในเมื่อสวรรค์ต้องการทดสอบข้า ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้... ผ่าฟ้าทลายดินให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!"
ทว่า ในวินาทีที่สายฟ้าสีม่วงสายแรกกำลังจะผ่าลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าปริศนาอันแผ่วเบากลับดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของพายุ... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครควรจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"นับว่าจอมยุทธ์ไป๋มีตบะแก่กล้ายิ่งนัก... แต่เกรงว่าท่านจะไม่มีโอกาสได้ใช้กระบี่นั้นหรอกนะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 8
การทะลวงขอบเขตขั้นที่สาม
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!