ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 9

เงาพญามารแห่งหุบเขาอสูร

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่ของนิกายกระบี่เมฆาคล้อยต่ำลงราวกับแผ่นศิลาหมื่นชั่ง อากาศธาตุรอบกายแทบจะแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเมื่อกระแสจิตอันเย็นเยียบของมู่หร่านชิงแผ่ซ่านออกมาจนผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมลมปราณรอบบริเวณต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดหวั่น นางเซียนผู้สง่างามประดุจดอกบัวหิมะบนยอดเขาหมื่นปี มิได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาตั้งแต่ก้านธูปดอกแรกมอดไหม้ ทว่าแววตาคู่คมกริบกลับจับจ้องไปยังม้วนคัมภีร์หนังอสูรสีโลหิตที่วางอยู่เบื้องหน้า—สาส์นเตือนภัยจากแดนรกร้างบูรพา "ข่าวลือที่ว่า... มิใช่เพียงแค่ลมปากของพวกสวะไร้สำนึกกระมังครับ ผู้อาวุโสซู?" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นทำลายความอึดอัด ไป๋จินเฉินในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีสำรวมหรือเกรงกลัวต่อบารมีของเหล่าผู้อาวุโสเช่นในอดีต ร่างโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มทอดกายพิงเสาหินอย่างเกียจคร้าน ทว่านัยน์ตาคู่กลับพินิจพิเคราะห์ร่องรอยอักขระมารที่สลักอยู่บนแผ่นหนังด้วยความสนใจใคร่รู้ ความเย่อหยิ่งทระนงที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นมิใช่ความลำพองตนอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นความมั่นใจของมหาเทพผู้เคยเหยียบย่ำใต้หล้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ซูจ้าน ผู้อาวุโสสูงสุดฝ่ายกิจการภายใน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าชราภาพเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล "จินเฉิน... เจ้าอย่าได้ดูแคลนเงาพญามารแห่งหุบเขาอสูรเชียว สาส์นฉบับนี้ส่งตรงมาจากค่ายกลพิทักษ์ชายแดน แคว้นถังทางเหนือถูกความมืดกลืนกินไปครึ่งหนึ่งแล้ว ค่ายกลคุ้มเมืองแตกพ่ายภายในชั่วข้ามคืนโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง... สิ่งนี้ย่อมมิใช่ฝีมือของพวกภูตผีเร่ร่อนอย่างแน่นอน" มู่หร่านชิงขยับกายเล็กน้อย กลิ่นอายความเย็นชาของนางพลացเข้มข้นขึ้นจนเสาหินรอบด้านเกิดเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางปรายตามองลูกศิษย์รูปงามที่เอาแต่ส่งยิ้มบางๆ ให้ตน ก่อนจะเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจสายน้ำฤดูหนาว "พวกมันไม่ได้แค่เคลื่อนไหว... แต่พวกมันกำลังตามหาบางสิ่ง" "ถูกต้องครับท่านอาจารย์..." ไป๋จินเฉินยืดตัวขึ้นช้าๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้โต๊ะประธานทีละก้าวอย่างมั่นคง กลิ่นอายกระบี่อันคมกริบที่ถูกสะกดไว้ในตันTian (จุดตันเทียน) เริ่มรั่วไหลออกมาทีละน้อยจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น "เศษเสี้ยววิญญาณมารที่หลงเหลือจากยุคบรรพกาล... ดูท่าว่า 'ผนึกเก้าสวรรค์' ที่หุบเขาอสูรจะเริ่มเสื่อมสภาพลงแล้วจริงๆ" สิ้นคำกล่าวของไป๋จินเฉิน บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดถึงขีดสุด เหล่าผู้อาวุโสต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ การที่ศิษย์สายในอันดับท้ายๆ ที่เคยไร้ค่าผู้นี้สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงกลไกของผนึกโบราณได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน สายตาทุกคู่ที่มองมาจึงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยและหวาดระแวง ทว่าไป๋จินเฉินหาได้สนใจสายตาเหล่านั้นไม่ ความทรงจำในชาติภพก่อนของเขากำลังไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำเชี่ยว หุบเขาอสูร... สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยใช้ปลายกระบี่สยบราชันมารนับร้อยชีวิตให้คุกเข่า วันนี้เงาทมิฬเหล่านั้นกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเพื่อท้าทายอำนาจแห่งฟ้าดิน บังอาจนัก! "เจ้าวางแผนจะทำอะไร?" มู่หร่านชิงเอ่ยถามเสียงเบา มีเพียงเขาและนางเท่านั้นที่ได้ยิน นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคย แม้ภายนอกจะดูเย็นชาห่างเหิน แต่นัยน์ตากลับทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ไป๋จินเฉินหันมาสบตากับนาง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทระนงองอาจและท้าทายลิขิตสวรรค์ "ในเมื่อพวกมันกล้าก้าวเท้าออกจากหุบเขาอสูร... ศิษย์ผู้0นี้ก็คงต้องออกไปต้อนรับพวกมันด้วยกระบวนท่าที่คู่ควรเสียหน่อยแล้วกระมังครับท่านอาจารย์" "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!" ซูจ้านตบโต๊ะฉาดใหญ่ ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่าด้วยความโกรธเกรี้ยว "นั่นคือราชันมารโลหิต ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณนับสิบยังต้องดับสูญเมื่อเผชิญหน้ากับมัน เจ้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ จะเอาอะไรไปต่อกรกับพวกมัน!" ไป๋จินเฉินมิได้โต้เถียง เขาเพียงแต่ปรายตามองผู้อาวุโสซูด้วยแววตาที่ลึกล้ำดุจห้วงมหาสนิท มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว—กระบี่ที่ไม่มีแม้แต่จิตวิญญาณศาสตรา ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส เสียงคำรามกึกก้องคล้ายเสียงมังกรครามทะยานฟ้าก็ดังขึ้นในจิตวิญญาณของทุกคนในห้องโถงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย! *เปรี้ยง!* เสียงสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางลานฝึกตนทั้งที่ท้องฟ้าไร้เมฆฝน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งนิกายกระบี่เมฆา เหล่าศิษย์นอกและศิษย์ในต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อพลังอันไร้ที่มา มู่หร่านชิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกฎแห่งเต๋าที่ถูกบิดเบือนชั่วขณะรอบตัวของไป๋จินเฉิน ชายหนุ่มผู้นี้มิได้ใช้ลมปราณธรรมดา... เขากกำลังใช้ 'เจตจำนงแห่งกระบี่' ฝืนกดขี่ฟ้าดิน! ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยวาจาใดๆ เพิ่มเติม เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านม่านค่ายกลป้องกันนิกายเข้ามาอย่างอุกอาจ ร่างนั้นหยุดยืนอยู่บนยอดเสาธงประกาศิตของนิกายอย่างสง่างาม ไอปีศาจสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนกลายเป็นเมฆหมอกสีเลือด "ฮ่าๆๆๆ... ไป๋จินเฉิน! ในที่สุดข้าก็หาตัวเจอบททดสอบของเจ้าในชาตินี้!" เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสารทิศ ร่างบนยอดเสาธงค่อยๆ ปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งที่เป็นมนุษย์และอีกครึ่งหนึ่งเป็นอสูรที่มีดวงตาสีแดงฉานไร้แววตา และที่น่าตกใจที่สุดคือ... บนหน้าผากของมันมีรอยแผลเป็นรูปกระบี่ไขว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร่องรอยกระบี่ที่ไป๋จินเฉินเคยฝากไว้เมื่อสามร้อยปีก่อน! ไป๋จินเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือเรื่องการเคลื่อนไหวของพวกมารธรรมดาเสียแล้ว... แต่มันคือ 'กับดักมรณะ' ที่ถูกขุดรอไว้เพื่อต้อนรับการกลับมาของมหาเทพกระบี่โดยเฉพาะ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%