"มหาเทพไป๋... ของที่ท่านฝากไว้เมื่อสามพันปีก่อน บัดนี้... ข้ามนמהนำมันมาคืนให้แก่ท่านแล้ว"
สุ้มเสียงแหบพร่าดั่งก้อนหินบด100ปีระคนกลิ่นอายโลหิตเข้มข้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้บรรยากาศรอบสนามประลองสำนักกระบี่เมฆาจะอื้ออึงไปด้วยเสียงโห่ร้องของเหล่าศิษย์นับพัน แต่สำหรับ ไป๋จินเฉิน แล้ว เสียงเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงคลื่นลมว่างเปล่า สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาอันลุ่มลึกดั่งห้วงสมุทรของเขากลับเป็นกล่องไม้หอมสลักลายวิหคเพลิงที่วางอยู่บนโต๊ะประธาน
กล่องใบนั้น... ปรากฏกลิ่นอายของ "พิษสลายวิญญาณเก้าอัคคี" จางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ภายใต้ควันธูป
ดวงตาคมกริบของไป๋จินเฉินหรี่ลงเล็กน้อย ท่วงท่าการยืนของเขายังคงองอาจและเย่อหยิ่ง ทว่าภายในร่างกลับโคจรพลังปราณทลายสวรรค์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติอย่างเงียบเชียบ พิษนี้ร้ายกาจนัก มันมิได้มุ่งหมายเอาชีวิตในทันที ทว่ากลับซึมซาบเข้าสู่เส้นชีพจรเพื่ออุดตันจุดตันตียน ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์สูญเสียการควบคุมพลังปราณอย่างกะทันหันในยามที่ต้องใช้เคล็ดวิชาขั้นสูง หากเขาเผลอชักกระบี่ออกในรอบชิงชนะเลิศนี้ เกรงว่าพลังปราณย้อนกลับจะแผดเผาร่างของศิษย์สวะผู้นี้จนแหลกสลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียว
นี่คือแผนการอันชั่วช้าที่แยบยลยิ่ง มุ่งหวังให้เขาพ่ายแพ้อย่างอัปยศท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเมฆานี้ให้จมดิน
"ช่างเป็นวิธีสกปรกที่น่าสมเพชเสียจริง..." ไป๋จินเฉินรำพันในใจ มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาผู้ใดเทียบเทียมได้
ในขณะเดียวกัน บนลานประลองเบื้องล่าง ผู้อาวุโสพรรคโลหิตผู้ปลอมตัวมาในคราบพ่อค้าสมุนไพรนามว่า 'เฉินฮ่าว' กำลังจ้องมองมายังเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เพทุบาย มันมั่นใจยิ่งนักว่าพิษที่ผสมอยู่ในชาต้อนรับก่อนการประลองจะออกฤทธิ์ในไม่ช้า สำหรับมันแล้ว ไป๋จินเฉินก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มโชคดีที่บังเอิญบรรลุวิถีกระบี่ขั้นพื้นฐาน หาใช่คู่ต่อสู้ที่ต้องหวาดหวั่นไม่
"ไป๋จินเฉิน! หากเจ้ายังมีความละอายอยู่บ้าง ก็จงประกาศยอมแพ้เสียเถิด อย่าได้เอาชีวิตอันน้อยนิดมาทิ้งไว้บนลานประลองนี้เลย!" เสียงตะโกนยั่วยุจากฝั่งศቀษ์สายตรงดังขึ้นเพื่อกระตุ้นให้สถานการณ์บีบคั้นมากยิ่งขึ้น
ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ มู่หร่านชิง ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านบังตาผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ ณ ตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ กลับขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันเล็กน้อย นางเป็นผู้ฝึกตนบรรลุขอบเขตเซียนบูรพา ย่อมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของกระแสลมปราณที่บิดเบี้ยวรอบตัวไป๋จินเฉิน แม้ใบหน้านางจะยังคงเยชาและไร้ระลอกคลื่นอารมณ์เช่นเคย ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้กลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
*มีคนกล้าใช้พิษในอาณาเขตของสำนักกระบี่เมฆาต่อหน้าต่อตาข้า... ช่างไม่รักดีเสียแล้ว* มู่หร่านชิงส่งกระแสจิตแฝงจิตสังหารอันเยือกเย็นไปทั่วบริเวณ ทว่าก่อนที่นางจะได้เคลื่อนไหว ไป๋จินเฉินกลับยกมือขึ้นห้ามปรามผ่านโทรจิตกลับมาหา นางจึงต้องชะงักฝีเท้าและเฝ้ามองด้วยความประหลาดใจ
ดวงตาคู่นั้นของไป๋จินเฉินสื่อความหมายว่า *'ศิษย์น้อง... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เถอะ'*
ความเย่อหยิ่งและความเชื่อมั่นที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเซียนผู้เย็นชาถึงกับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เคมีระหว่างทั้งสองสะท้อนผ่านความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าหมื่นคำประกาศ
ไป๋จินเฉินก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวราวกระทบท่วงทำนองแห่งบทเพลงกระบี่โบราณ พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยบางๆ ตามแรงกดดันของพลังปราณที่เขาจงใจปลดปล่อยออกมาเพื่อขับไล่พิษร้าย แม้พิษสลายวิญญาณจะดื้อดึงเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพลังวิญญาณระดับมหาเทพผู้ผ่านมหาสงครามสวรรค์มาแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่อีกาที่พยายามท้าทายพญาอินทรี
"เจ้าแก่ตัณหากลับผู้นั้น..." ไป๋จินเฉินหยุดยืนห่างจากโต๊ะประธานเพียงสามก้าว ดวงตาดำขลับจ้องมองตรงไปยังผู้อาวุโสพรรคโลหิตด้วยแววตาดุจดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพได้ทุกเมื่อ "เจ้าคิดว่าพิษระดับตําบลเช่นนี้ จะสามารถสั่นคลอนรากฐานจิตวิญญาณของข้าได้กระนั้นหรือ?"
สีหน้าของเฉินฮ่าวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความหวาดกลัวอันหนาบเหน็บพุ่งพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นสู่สมอง เมื่อมันพบว่าเป้าหมายของตนหาได้มีอาการอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย กลับกัน... รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้กลับหนักหน่วงเสียจนมันแทบหายใจไม่ออก
"มะ... เป็นไปไม่ได้! พิษนั้นแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณก็ยังต้องกระอักโลหิต เหตุใดเจ้าจึง..." เฉินฮ่าวถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
ไป๋จินเฉินไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสได้เอ่ยคำแก้ตัว มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดัง "แกร๊ก" เบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานเสียดแก้วหูของทุกคนในลานประลองราวกับเสียงคำรามของสายฟ้าฟาด
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่สีนิลกำลังจะถูกชักออกมาเพื่อสะومบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นค่ายกลอัคคีธรรมชาติ และท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นลงมาจากยอดเขาสูงเสียดฟ้า
"ฮ่าๆๆๆ... ไป๋จินเฉิน เจ้าคิดว่าเจ้ากำจัดหนอนแมลงได้หมดแล้วจริงๆ หรือ? สิ่งที่ข้าเอามาคืนให้เจ้า ไม่ใช่แค่พิษ... แต่มันคือคำสาปแห่งบรรพกาลที่เจ้าไม่มีวันหลุดพ้น!"
ร่างเงาสورสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนยอดเสาธงสำนัก ร่างนั้นสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต พร้อมกับโยนวัตถุบางอย่างลงมาเบื้องล่าง ซึ่งเมื่อมันตกลงกระแทกพื้น... ทุกคนต่างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนสิ้นสติ
สิ่งที่กลิ้งหล่นลงมาตรงหน้าไป๋จินเฉิน... คือศีรษะอันโชกเลือดของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 16
กลลวงของผู้อาวุโสพรรคโลหิต
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!