ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 34

มหาสงครามสะเทือนสามภพ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ผู้ใดบังอาจ... ฝ่าฝืนกฏแห่งสวรรค์!" เสียงคำรามกึกก้องปานสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจนภา สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งค่ายกลมหาสุริยันต์ ดินแดนรกร้างเบื้องล่างบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นทะเลเลือดและซากศพที่ทับถมกันสูงชัน กลิ่นอายคาวโลหิตคละคลุ้งปะปนไปกับไอพลังปราณที่แผדพุ่งจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ กองทัพนับแสนจากสองขั้วอำนาจเข้าประจันหน้ากันอย่างดุเดือดเลือดสาดกระเซ็นทั่วทิศา เสียงอาวุธปะทะกัน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงระเบิดของแก่นแท้พลังปราณหลอมรวมกันเป็นมหาสิมфоนีแห่งความตายที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะสดับฟัง ณ ใจกลางสนามรบอันบ้าคลั่ง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งยังคงยืนหยัดอย่างระห่ำและสง่างาม ไป๋จินเฉินในชุดคลุมสีขาวบัดนี้อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน เส้นผมสีดำสนิทปลิวสส่ายไปตามแรงพายุพลังที่เขาก่อขึ้น ดวงตาคมกริบดุจกระบี่วิเศษทอดมองกองทัพมารเบื้องหน้าด้วยแววตาเยือกเย็นและทะนงตนถึงขีดสุด เขาคือนิยามแห่งการฝืนลิขิตฟ้า มหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิดในร่างศิษย์สวะผู้นี้ ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจใดในสามภพ "ไป๋จินเฉิน เจ้ายังดื้อรั้นไม่เลิก!" เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดดังมาจากผู้นำกองทัพแดนบูรพา ร่างของจอมมารอัคคีปรากฏขึ้นกลางอากาศ เบื้องหน้าเขาคือเปลวเพลิงสีดำที่แผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทาง "คิดว่าด้วยตัวคนเดียว จะต่อกรกับทัณฑ์สวรรค์และกองทัพหมื่นมารได้หรืออย่างไร จงคุกเข่าลงเสีย! ข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้าสักครา!" ไป๋จินเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยพลังปราณที่ทำเอาเหล่าทหารมารระดับล่างกระอักเลือดสดๆ ออกมาทันที เขายกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ น้ำหนักของมันราวกับแบกรับภูเขาผา แต่ทว่าท่าทางของเขากลับพลิ้วไหวราวกับสายลมอิสระ "คุกเข่าต่อฟ้าดินงั้นหรือ?" ไป๋จินเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าก้องกังวานไปทั่วสนามรบ "ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้วิถีกระบี่ของข้า แล้วเจ้าเป็นตัวอะไร ถึงอาจหาญมาออกคำสั่งกับข้า... เจ้ามารสารเลว" ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลันราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บแห่งห้วงนรกภูมิ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีฟ้าครามดุจหยกสลักปรากฏกายขึ้นเบื้องข้างไป๋จินเฉินอย่างเงียบเชียบ นางเซียนมู่หร่านชิง นางผู้สง่างามและเย็นชาต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกหล้า แววตาคู่สวยของนางทอดมองไปยังกองทัพมารเบื้องหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหันมาสบตากับไป๋จินเฉิน ชั่วพริบตานั้น ความเย็นชาทั้งหมดในแววตาของนางก็ละลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนและความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะตายเคียงข้างเขา "ศิษย์พี่ใหญ่..." เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอ่ยขึ้นเบื้องหลังคมกระบี่ของนาง "ทางด้านขวาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะค่ะ... ไม่สิ, ของข้าเถอะครับ" มู่หร่านชิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่นางก็ปรับน้ำเสียงให้กลับมามีความเป็นทางการและมั่นคงดังเดิม "ศิษย์พี่ใหญ่โปรดรักษาเรี่ยวแรงไว้รับมือกับตัวการใหญ่เบื้องบนเถอะนะ" ไป๋จินเฉินเหลือบมองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี "ระวังตัวด้วย มู่เอ๋อร์ ศัตรูครานี้ไม่ใช่แค่พวกมดปลวก" "ข้าทราบดีค่ะ... ทราบดีครับ" มู่หร่านชิงตอบรับด้วยแววตาแน่วแน่ นางหมุนกายวับ กระบี่น้ำแข็งในมือสะบัดออก สร้างคลื่นความเย็นยะเยือกที่แช่แข็งทหารมารนับร้อยให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างเหล่านั้นจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดสาดกระเซ็น แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ท้องนภาคำรามกึกก้องด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้มที่ผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี ไป๋จินเฉินพุ่งทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้า วิชาตัวเบาของเขาไร้ร่องรอยราวกับภูตผี กระบี่ในมือวาดลวดลายตระการตา อักขระปราณนับพันบทส่องแสงสว่างเจิดจ้ากลบแสงอาทิตย์จนหมดสิ้น ทุกครั้งที่กระบี่ถูกหวาดออก คลื่นกระบี่อันคมกริบจะผ่าร่างของแม่ทัพมารแยกออกเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้ ทว่า จำนวนของศัตรูนั้นมีราวกับฝูงตั๊กแตนที่ไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อศัตรูล้มลง สามคนใหม่ก็ก้าวเข้ามาแทนที่ บาดแผลตามร่างกายของไป๋จินเฉินเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น โลหิตสีแดงเข้มไหลรินอาบชุดคลุมสีขาวจนกลายเป็นสีแดงชาด แต่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขากลับยิ่งลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงอมตะ เขากำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัจธรรมแห่งการฝืนลิขิตฟ้าไม่ได้มีไว้เพื่อพูดคุย แต่มันมีไว้เพื่อใช้คมกระบี่ฟาดฟันให้มันแตกสลาย! "ย๊ากกกก!" เสียงคำรามของไป๋จินเฉินสะเทือนสามภพ เขารวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายเข้าสู่แก่นแท้กระบี่ เกิดเป็นมังกรเพลิงสีครามขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศเข้าถล่มกองทัพมารเบื้องล่าง แรงระเบิดจากการปะทะครั้งนี้รุนแรงจนมิติฉีกขาดออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ กลืนกินกองทัพมารนับพันหายวับไปในความมืดมิดชั่วนิรันดร์ สนามรบตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของไป๋จินเฉินและมู่หร่านชิงที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความเหนื่อยอ่อนแต่ทว่าแววตายังคงเปี่ยมด้วยชัยชนะ ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะเข้าครอบงำ ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันมืดสนิทลงอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำทะมิลหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ เสียงระเบิดคำรามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย แรงกดดันระดับมหาเทพที่แท้จริงแผ่ซ่านลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน จนทำให้เข่าของทหารทั้งสองฝ่ายทรุดลงกับพื้นทันที มู่หร่านชิงหน้าถอดสี นางรีบพุ่งเข้ามาขวางหน้าไป๋จินเฉินพร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ "ศิษย์พี่ใหญ่... พลังนี่มัน... มันคือ..." ไป๋จินเฉินหรี่ตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า แววตาของเขาไหววูบเป็นครั้งแรก ร่างเงาสลัวร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องบนทีละก้าว... ก้าวแรกแผ่นดินไหวสะเทือน ก้าวที่สองวิญญาณในรัศมีพันลี้ต่างกรีดร้อง และในก้าวที่สาม เงาร่างนั้นก็เอ่ยปากขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชาเสียดกระดูก "เจ้าเด็กโง่... คิดว่าเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของบัญชาสวรรค์เช่นนั้นหรือ ไป๋จินเฉิน... เจ้าหมดเวลาสนุกแล้ว" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%