โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว ส่งเสียงดังกังวานราฆะแห่งความตายที่ถูกปลุกเร้า ในมหาตำหนักโบราณแห่งแดนทมิฬ เบื้องหน้าคือบัลลังก์กระดูกอสูรที่คุกกรุ่นด้วยไอปีศาจหนาแน่นจนบิดเบือนมิติรอบด้าน
ไป๋จินเฉินยืนตระหง่าน ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์มิได้แปดเปื้อนแม้ธุลีดิน ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง มือขวาถือกระบี่เหล็กกล้าโบราณที่สั่นระริกเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายความตายของราชาปีศาจผู้ครองพิภพเบื้องล่าง
"สามร้อยปีผ่านไป เจ้าก็ยังคงเป็นแมลงเม่าที่โผบินเข้าหาเปลวเพลิงแห่งความพินาศเช่นเดิม ไป๋จินเฉิน"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวาน ราวกับเสียงคำรามของอสูรกายจากขุมนรกภูมิ ราชาปีศาจก้าวลงจากบัลลังก์ ร่างกายสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่สลักด้วยอักขระมารสีแดงฉาน ทุกย่างก้าวที่มันเหยียบลงมา พื้นศิลาโบราณล้วนแตกสลายกลายเป็นผุยผง
ไป๋จินเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองความเกรี้ยวกราดนั้น เขายกปลายนิ้วขึ้นลูบคมกระบี่แผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่เสียดแทงถึงกระดูกดำ
"แมลงเม่าหรือ?" ไป๋จินเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี แต่กลับทรงพลังกดดันจนอากาศรอบตัวหนาหนักขึ้นหลายเท่า "ในอดีตข้าใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวตัดหัวสุนัขรับใช้ของเจ้า วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่เล่มเดิม ส่งวิญญาณโสมมของเจ้ากลับคืนสู่ห้วงอเวจี"
บรรยากาศในมหาวิหารพลพรรคตึงเครียดถึงขีดสุด คลื่นพลังปราณสองสายปะทะกันกลางอากาศจนเกิดประกายไฟสีม่วงแลบแปลบปลาบ
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสีฟ้าครามสายหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านม่านหมอกทมิฬเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางยืนหยัดเคียงข้างไป๋จินเฉินอย่างมั่นคง ไอเซียนบริสุทธิ์แผ่ซ่านขับไล่กลิ่นอายความตายให้ถอยร่น
มู่หร่านชิง กระชับกระบี่เซียนในมือแน่น นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นเย็นชาไร้ระลอกคลื่น แต่มุมปากกลับยกยิ้มบางเบาที่มอบให้บุรุษข้างกายเพียงผู้เดียว "ศิษย์พี่ใหญ่... ศึกนี้ ข้าขอแบ่งเบาภาระครึ่งหนึ่ง"
ไป๋จินเฉินเหลือบมองนาง ชั่วพริบตาแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งก็ทอประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนเร้นไว้อย่างลึกซึ้ง เขาส่ายหัวเบาๆ
"เจ้าประหยัดแรงไว้เถอะ หนี้เลือดเมื่อสามร้อยปีก่อน... ข้าบัญชีไว้ครบถ้วนแล้ว และข้าจะเป็นผู้ทวงคืนด้วยมือของตนเอง"
"แต่ว่า..." มู่หร่านชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันเอ่ยคำใด ราชาปีศาจก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขา
"ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นคู่รักผ่าเหล่าที่น่าสมเพชยิ่งนัก! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายพร้อมกันนัก ข้าจะสงเคราะห์ให้วิญญาณของพวกเจ้าแหลกสลายไม่แม้แต่จะได้ไปเกิด!"
ราชาปีศาจสะบัดมือขวา กรงเล็บมารมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันคือกรงเล็บที่หลอมรวมด้วยวิญญาณบาปนับล้าน พุ่งตรงเข้าหากลุ่มชนด้วยความเร็วเหนือแสง บดขยี้มิติรอบด้านจนฉีกขาดเป็นรอยแยกสีดำสนิท
"ระวัง!" มู่หร่านชิงสะบัดกระบี่เซียนสร้างม่านโล่แสงเก้าชั้นปกป้อง
ทว่าไป๋จินเฉินกลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัว พริบตานั้น... กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งคืบ!
*ฉึบ!*
ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบราวกับดาราจักรระเบิด พลังกระบี่ไร้ลักษณ์ตัดผ่านกรงเล็บมารจนขาดสะบั้นในกระบวนท่าเดียว และพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของราชาปีศาจโดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้น!
ราชาปีศาจเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิดขั้วหัวใจอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะหลบเลี่ยง
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ห่างจากลำคอของราชาปีศาจเพียงไม่ถึงกระเบียดนิ้ว ท้องฟ้าเหนือแดนทมิฬก็พลันคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหว เมฆทมิฬแยกตัวออกเป็นช่องว่าง เผยให้เห็นดวงตาขนาดยักษ์สีทองอร่ามที่จับจ้องลงมาจากเบื้องบนสวรรค์
และเสียงอันกึกก้องราสายฟ้าฟาดก็ดังขึ้นจากห้วงมิติที่สูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง...
"ผู้ใดบังอาจ... ฝ่าฝืนกฏแห่งสวรรค์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้มังกรครามท่องภพมาโดยตลอดครับ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 33
บทสรุปองค์ที่สอง: สู่มหาสงคราม
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!