โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาโบราณ ก่อเกิดเสียงสะท้อนกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในสุสานหลวง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากใจกลางหุบเขาอเวจี
ไอหมอกสีครามเข้มข้นหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นราวกับมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง ท้องนภามืดครึ้มด้วยเมฆทัณฑ์สวรรค์ที่อัดแน่นด้วยสายฟ้าสีทองคำขาว มันไม่ใช่ภัยพิบัติจากธรรมชาติ หากแต่เป็นความเกรี้ยวกราดของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่กำลังสั่นสะทอน เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โบราณกำลังจะลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานนับหมื่นปี
"จินเฉิน... ปราณกระบี่ในกายท่านกำลังแปรปรวน"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์เอ่ยขึ้น มู่หร่านชิงยืนหยัดอยู่เบื้องหลังร่างโปร่งบางของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปสัมผัสแผ่นหลังที่ชุ่มโชกด้วยเหงือกกาฬ แว่นแคว้นรอบกายพังทลายลงทีละน้อยจากแรงกดดันระดับบรรพกาล แต่นางมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เซียนทอประกายห่วงหาอาทรอย่างลึกซึ้ง มีเพียงเขาผู้เดียวในใต้หล้าที่ทำให้นางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้ ยอมละทิ้งความเย่อหยิ่งทระนงทั้งหมดลงได้
ไป๋จินเฉินไม่ได้หันกลับไปมอง ร่างของมหาเทพกระบี่ผู้กลับชาติมาเกิดสั่นสะท้านเล็กน้อย ดวงตาดำขลับลẫมลึกดุจห้วงเหวแห่งกาลเวลาคู่นั้นจ้องมองไปยังแท่นหินใจกลางลานพิธี ที่ซึ่งศาสตราวุธในตำนานกำลังส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า
"ชิงเอ๋อร์ ถอยไป... " น้ำเสียงของไป๋จินเฉินแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเด็ดขาด "มันเลือกข้าแล้ว... และมันกำลังทดสอบว่าจิตวิญญาณของข้าในชาตินี้ คู่ควรที่จะแบกรับเจตจำนงของมันหรือไม่"
เบื้องหน้าของเขานั้นคือ 'กระบี่มังกรคราม' ศาสตราวุธระดับปฐพีบรรพกาลที่หลับใหลมาเนิ่นนาน ตัวกระบี่ฝังอยู่ในศิลานิลกาฬ ลวดลายมังกรสลักเสลาบนคมกระบี่เปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าบาดตา ทุกครั้งที่มันกระดือรือร้น รอยแยกมิติรอบตัวก็ปริแตกออกเป็นทางยาวราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
พลังลมปราณในจุดตันเทียนของไป๋จินเฉินหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด เคล็ดวิชา 'กระบี่คว่ำฟ้าดิน' ที่เขาฝึกฝนหลอมรวมเข้ากับสายเลือดเก่าก่อนเริ่มแผดเผาชีพจร ทั่วร่างของเขากลายเป็นสีแดงฉานด้วยพิษภัยจากการทะลวงขอบเขตพลัง แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับเหยียดยิ้มอย่างเย่อหยิ่ง ทระนง และท้าทาย
"ฟ้าดินไม่อาจกำหนดชะตา ข้าต่างหากคือผู้กำหนดฟ้าดิน... แล้วไฉนกระบี่เจ้าจึงไม่ยอมก้มหัวให้ข้า!"
สิ้นเสียงคำรามของไป๋จินเฉิน เขายื่นมือขวาออกไปคว้าด้ามกระบี่มังกรครามด้วยมือเปล่า!
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาผ่าลงมาจากยอดเขาตรงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจัง แรงกระแทกระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง รัศมีร้อยลี้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาแตกละเอียดเป็นผุยผง มู่หร่านชิงพลุ่งพล่านด้วยโลหิตคำหนึ่งพ่นออก1จากริมฝีปาก นางพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่พลังสะท้อนกลับของเขตแดนเทพทำให้ร่างของนางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"จินเฉิน!" นางอุทานออกมาด้วยความตระหนก หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตบัดนี้บีบรัดเข้าหากันจนเจ็บปวด
ท่ามกลางกลุ่มควันและเศษซากปรักหักพัง ไป๋จินเฉินยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ฝ่ามือข้างขวาของเขาอาบย้อมด้วยโลหิตสดๆ ที่ไหลรินอาบท่อนแขน แต่ปลายนิ้วของเขากลับกำด้ามกระบี่มังกรครามไว้แน่นสนิทราวกับเหล็กกล้า ตัวกระบี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันพยายามสะบัดขับไล่ผู้บุกรุกออกไป พลังปราณโบราณนับหมื่นปีพยายามบดขยี้วิญญาณของเขาให้แหลกสลาย
*เจ้าเด็กเหลือขอ... เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะสยบข้า?* เสียงก้องกังวานดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของไป๋จินเฉิน เป็นเสียงของจิตวิญญาณกระบี่ที่ทรงอำนาจและเย่อหยิ่งไม่แพ้กัน
ไป๋จินเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเจิดจ้าทะลุความมืดมิด "หมื่นปีก่อน ข้าเคยใช้เจ้าผ่าดารามาแล้ว หมื่นปีต่อมา เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นสุนัขรับใช้ของกาลเวลาไปเสียเล่า? ตื่นขึ้นมาเถอะสหายเก่า จงดูให้เต็มตาว่าข้าคือผู้ใด!"
สิ้นคำพูดนั้น ความทรงจำอันยิ่งใหญ่ในชาติภพก่อนของมหาเทพกระบี่ก็ทะลักล้นออกมาจากห้วงจิต วิญญาณของมังกรครามบรรพกาลที่หลับใหลตื่นขึ้นรับรู้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและจิตวิญญาณดวงเดิมที่ไม่มีวันดับสลาย
แสงสีครามสว่างวาบเจิดจ้าจนกลบแสงอาทิตย์บนท้องฟ้า รัศมีกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้าผ่าทะลุเมฆทัณฑ์สวรรค์จนแตกกระจาย เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องไปทั่วทั้งแดนบูรพา แรงกดดันระดับบรรพกาลสงบลงในพริบตา แทนที่ด้วยความเคารพยำเกรงอันไร้ขอบเขต
กระบี่มังกรครามหลุดออกจากศิลานิลกาฬ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศก่อนจะพุ่งเข้าสู่มือขวาของไป๋จินเฉินอย่างนิ่มนวล เสียงกระบี่ครางฮัมอย่างมีความสุขราวกับเด็กน้อยที่ได้กลับสู่อ้อมอกมารดา
ไป๋จินเฉินกำด้ามกระบี่แน่น ไอพลังปราณรอบตัวพุ่งทะยานทะลวงผ่านคอขวดอย่างไร้แรงต้าน ขอบเขตพลังของเขาพุ่งพรวดจากขั้นหลอมรวมลมปราณ ทะยานข้ามขั้นแก่นแท้ สู่ขอบเขตราชันย์ศิตราขั้นสมบูรณ์แบบในลมหายใจเดียว!
เขากวาดสายตามองคมกระบี่ที่เปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด
ทว่า ในวินาทีที่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ควรจะสมบูรณ์แบบ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลุมอเวจีที่ควรจะปิดตายกลับระเบิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนพุ่งทะยานขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มหมอกสีดำทมิฬ
กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคยแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ...
เงาร่างนั้นหัวเราะเยาะด้วยเสียงที่แหบแห้งและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ฮ่าๆๆๆ... ยินดีด้วยที่ได้กระบี่คืน แต่น่าเสียดายนัก... ของขวัญต้อนรับการกลับมาของท่านในวันนี้ คือศีรษะของนางเซียนผู้นั้นต่างหากล่ะ, ท่านมหาเทพ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 27
สมบัติบรรพกาลปรากฏ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!