เลือดหนึ่งหยด... สะเทือนเลื่อนลั่นถึงเก้าชั้นฟ้าดิน
ความเงียบงัน ณ หุบเขาผาสวรรค์มิใช่ความสงบ หากแต่เป็นความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้วิญญาณของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณให้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงได้ในพริบตา ไป๋จินเฉินยืนตระหง่านอยู่กลางค่ายกลกระบี่โบราณ ร่างกายของเขาสะบสะท้านด้วยแรงสะเทือนจากแก่นแท้กระบี่ขั้นสูงที่กำลังหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณเดิมแท้แห่งมหาเทพ
"เจ้า... คิดจะฝืนต้านทานทัณฑ์สวรรค์ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ หรือ?"
เสียงของมู่หร่านชิงดังแว่วมาจากขอบเขตค่ายกล นางเซียนผู้สง่างามและเย็นชาแห่งแดนบูรพา ยามนี้ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองกลับปรากฏริ้วรอยแห่งความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างของชายหนุ่มผู้เป็นทั้งศิษย์น้องและสหายร่วมเป็นร่วมตาย ทั่วร่างของมู่หร่านชิงถูกห่อหุ้มด้วยไอเย็นสีครามจัดจ้าน นางพร้อมที่จะทะยานเข้าไปรับทัณฑ์สวรรค์แทนเขาได้ทุกเมื่อ หากมีสิ่งใดผิดพลาดเกิดขึ้น
ไป๋จินเฉินแย้มยิ้ม มุมปากของเขามีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมา แต่แววตานั้นกลับทอประกายคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งได้รับการเจียระไนจากหินผาพันปี
"ศิษย์พี่ใหญ่... บนเส้นทางแห่งวิถีกระบี่นี้ ไร้ซึ่งผู้ใดสามารถเดินแทนกันได้" ไป๋จินเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและก้องกังวานดั่งเสียงระฆังทองคำจากสรวงสวรรค์ "สวรรค์ต้องการลบหลู่ข้า ฟ้าดินต้องการบีบคั้นข้า งั้นข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ แหวกทะลวงฟ้าดินให้มันประจักษ์!"
สิ้นคำพูดของเขา ห้วงมิติรอบด้านก็พลันบิดเบี้ยว!
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีทองคำม่วงผ่าฟาดลงมาจากรอยแยกของมิติโดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือน แรงอัดมหาศาลพุ่งตรงเข้าใส่กลางกระหม่อมของไป๋จินเฉินในเสี้ยววินาทีนั้น หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป คงถูกสายฟ้าสายนี้แผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก แต่สำหรับไป๋จินเฉิน... นี่คือบททดสอบสุดท้ายในการหลอมรวมแก่นแท้กระบี่ขั้นสูง!
"มา!"
ไป๋จินเฉินคำรามลั่นในลำคอ เคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งออกจากทุกรูขุมขน หลอมรวมกลายเป็นรูปเงากระบี่มหึมาพุ่งสวนขึ้นไปปะทะกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์อย่างไม่เกรงกลัวความตาย
เกิดเสียงระเบิดกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งอาณาจักรลับ แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย รัศมีพลังงานสีทองและสีครามกระจายออกเป็นวงกว้าง บด
บังรัศมีของดวงอาทิตย์จนมืดมิด
มู่หร่านชิงกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายร้อยปี ความเย็นชาที่นางใช้ปกป้องตนเองมาตลอดชีวิตถูกทำลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความห่วงหาอาทรที่มีต่อบุรุษเบื้องหน้า
ภายในจิตสำนึกของไป๋จินเฉินเวลานี้ ราวกับโลกกำลังหลอมละลาย
จิตวิญญาณของเขาถูกดึงเข้าไปสู่ห้วงมิติแห่งกระบี่โบราณ ที่ซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยการฟันแทบของบรรพจารย์นับไม่ถ้วน ทุกกระบวนท่า ทุกสำนึกกระบี่ไหลทะลักเข้ามาในสมองของเขาอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากวิญญาณรุนแรงเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะจินตนาการได้ แต่แววตาของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความทะนงตนและความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด
*ข้าคือไป๋จินเฉิน! อดีตมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่างสู่จุดสูงสุดแห่งจักรวาล ไฉนเลยจะต้องมาสยบให้แก่ทัณฑ์สวรรค์กระจอกเช่นนี้!*
จิตใจของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ แก่นแท้กระบี่ขั้นสูงที่เคยกระจัดกระจาย บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้ากับดวงจิตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ กลายเป็น "แก่นกระบี่อมตะ" ที่ไม่มีวันแตกสลาย!
*ตูม!*
คลื่นกระบี่ระลอกสุดท้ายระเบิดออก กวาดล้างเมฆทัณฑ์สวรรค์จนสลายหายไปในพริบตา ท้องฟ้ากลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของชายหนุ่มผู้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
ไป๋จินเฉินยืนนิ่งสนิท ลมหายใจของเขากลับมาสม่ำเสมอ รัศมีพลังรอบตัวของเขาในยามนี้สงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบึงลึก ทว่าซ่อนเร้นไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้เพียงแค่การกะพริบตา
เขานำกระบี่เก็บเข้าฝักอย่างช้าๆ เสียงกริบของโลหิตและเหล็กกล้ากระทบกันดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่เฝ้ามองอยู่
มู่หร่านชิงทะยานร่างเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยสำรวจร่องรอยบาดแผลบนร่างกายของเขาด้วยความห่วงใย แม้นางจะพยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นตามนิสัย แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับสั่นเครือเล็กน้อย
"เจ้า... สำเร็จแล้วใช่หรือไม่?"
ไป๋จินเฉินหันมามองนาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นทอประกายล้ำลึกราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
"ย่อมสำเร็จ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล "และข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใด... แม้แต่สวรรค์ พรากเจ้าไปจากมือข้าเด็ดขาด"
ใบของมู่หร่านชิงขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง นางเพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ยคำตำหนิความอวดดีของเขา
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง! ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากทัณฑ์สวรรค์ แต่เป็นปราณมารสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่าง หอคอยผนึกมารที่ควรจะปิดตายไปแล้วนับหมื่นปี กลับส่งเสียงคำรามกึกก้อง พร้อมกับเงาร่างมหึมาของ "ราชาอสูรโลกันตร์" ที่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากความหลับใหล พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทคนให้ขวัญหนีดีฝ่อ!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 26
ผ่านพ้นบททดสอบแห่งกระบี่
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!