ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่•ตอนที่ 22

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองและอันตราย

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นหอมกรุ่นของสุราดอกท้อหมื่นปีลอยอวลเคล้ากับไอน้ำอุ่นจากสระบัวมรกต ราตรีนี้ ณ ตำหนักบูรพาควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายหลังผ่านพ้นศึกชิงเจ้าสำนักอันดุเดือดเมื่อวันวาน ไป๋จินเฉินนั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้หยกสลักลายมังกรทะยาน ปลายเรียวนิ้วคีบจอกสุราใสราวกระจกเงาขึ้นจรดริมฝีปาก ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับมิได้ทอดมองความงดงามของแสงจันทร์ยามวิกาล หากแต่จับจ้องไปยังความเงียบงันอันผิดปกติที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีร้อยลี้ "เจ้าเด็กโง่... คิดจะดื่มย้อมใจแก้ความเหนื่อยล้าหรืออย่างไร" เสียงใสราวกับกระดิ่งหยกกังวานขึ้น ท่ามกลางความสลัว มู่หร่านชิงก้าวเดินออกมาจากม่านมุกโปร่ง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนจำศีล รัศมีความเย็นชาที่นางมักใช้กางกั้นผู้คนนับหมื่นลี้พลันหลอมละลายลงเหลือเพียงความอ่อนโยนยามที่สายตาคู่นั้นทอดมองบุรุษเบื้องหน้า นางรินสุราลงในจอกของตนเองอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติราวกับเทพธิดากำลังร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรย ไป๋จินเฉินวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบเบาๆ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแฝงความเย้ยหยันในโชคชะตา "ความเหนื่อยล้าเป็นเรื่องของคนธรรมดา มู่เอ๋อร์... สำหรับข้า ผู้ซึ่งเดินอยู่บนเส้นทางแห่งวิถีกระบี่ฝืนลิขิตฟ้า ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาที่ฟ้าดินจงใจสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ" มู่หร่านชิงขมวดคิ้วมุ่น นางขยับกายเข้าไปใกล้ รัศมีปราณเซียนบริสุทธิ์แผ่ขยายออกปกป้องบรรยากาศรอบตัว "เจ้าหมายความว่า..." "หมายความว่า... แขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ ช่างไร้มารยาทเสียจริงที่ไม่ยอมรอให้สุราในจอกของข้าหมดเสียก่อน" *ตูม—!* สิ้นเสียงคำพูดของไป๋จินเฉิน หลังคาไม้โบราณของตำหนักบูรพาก็ระเบิดกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษกระเบื้องนับพันชิ้นแหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผงท่ามกลางแสงจันทร์ เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ราวกับฝูงพญาอินทรีโลหิตที่กระหายกลิ่นอายความตาย กระบี่นับร้อยเล่มส่องประกายแสงสีเงินยวดยิ่งบาดตา พุ่งตรงเข้าใส่มุมอับทั้งสี่ทิศทางของห้องโถงอย่างพร้อมเพรียง นี่มิใช่การลอบสังหารแบบธรรมดา หากแต่เป็น "ค่ายกลกระบี่สังหารวิญญาณ" ที่ถักทอขึ้นจากจิตสังหารอันเข้มข้นและพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์! "บังAณ!" มู่หร่านชิงแววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในพริบตา นางสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่เหมันต์สีฟ้าครามก็พวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่พุ่งออกไปปะทะกับกลุ่มมือสังหารจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว *เปรี้ยง! เปรียง! เปรียง!* แรงปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก มือสังหารสามคนที่พุ่งเข้ามาแถวหน้าสุดกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายของพวกมันแข็งค้างกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงไปในอากาศ ทว่า กลุ่มมือสังหารที่เหลือกลับหาได้มีความหวาดกลัวไม่ พวกมันฝึกฝนตนเองจนไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวดและกลัวตาย ดวงตาทุกคู่ใต้หน้ากากยักษ์สีทองแดงเบิกกว้างด้วยความคลุ้มคลั่ง เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ชีวิตของไป๋จินเฉินและมู่หร่านชิง... แต่เป็นกล่องหยกโบราณที่วางอยู่บนแท่นบูชาด้านหลัง! *คัมภีร์ลับบรรพกาล*—สมบัติล้ำค่าที่แย่งชิงมาจากแดนลับแลเมื่อค่ำวานนี้! "คิดจะชิงของต่อหน้าข้า พวกเจ้ายังอ่อนหัดเกินไปสามร้อยปี" ไป๋จินเฉินยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างของเขามิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทว่าดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นกลับลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวาดออกไปในอากาศเบื้องหน้า *ฟิ้ว—!* เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของมังกรคราม กระบี่วิญญาณไร้ลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์พุ่งออกจากฝักข้างกายของเขาโดยปราศจากการสัมผัส มันคือวิถีกระบี่ที่เหนือกว่ากระบวนท่า—*กระบี่จิตสวรรค์*! ประกายแสงสีครามสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดของราตรี เส้นสายกระบี่บางเฉียบราวด้ายไหมแต่กลับเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถผ่าแยกปฐพีได้ พริบตาเดียวที่กระบี่เล่มนั้นหมุนวนรอบห้องโถง หัวของมือสังหารระดับปรมาจารย์ถึงห้าคนก็หลุดออกจากบ่า เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุแต่งแต้มพื้นหยกขาวให้กลายเป็นสีชาดอันน่าสยดสยอง แต่มู่หร่านชิงกลับไม่มีเวลาได้ชื่นชมฝีมือของสหายรัก ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กเมื่อนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายยิ่งกว่าซ่อนอยู่เบื้องหลังเงาของมือสังหารเหล่านั้น "จินเฉิน... ระวัง!" นางร้องเตือนพร้อมกับพุ่งกายเข้าไปขวางเบื้องหน้า พร้อมทั้งกางเขตอาคมเหมันต์เก้าชั้นฟ้าขึ้นปกป้อง *ตูมมมม—!* เงาร่างสีดำทมิฬขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับปีศาจจากขุมนรก มันซัดฝ่ามือพลังปราณสีดำทมิฬเข้าใส่เขตอาคมของมู่หร่านชิงอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้ร่างของนางเซียนผู้สง่างามต้องถอยหลังไปสามก้าว มุมปากของนางมีคราบโลหิตสีแดงสดไหลรินลงมาหยดหนึ่ง ไป๋จินเฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีกดดันระดับมหาเทพกระบี่ที่ถูกกดไว้ใต้ร่างมานานแผ่ทะลักออกมาจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ดวงตาของเขาฉายแววดุดันและเหี้ยมเกรียมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือสังหารชุดดำผู้ลึกลับยืนตระหง่านอยู่บนคานไม้ มันหัวเราะเสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะ ก่อนจะโยนวัตถุปริศนาลงมาเบื้องล่าง กล่องหยกที่บรรจุคัมภีร์ลับกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อักขระเวทสีทองบนฝากล่องค่อยๆ แตกสลายออกทีละน้อย เปลวเพลิงสีดำมหัศจรรย์กำลังลุกโชนขึ้นจากด้านใน ราวกับมันถูกตั้งเวลาให้ทำลายตัวเองหากภารกิจล้มเหลว! ทว่า สิ่งที่ทำให้ไป๋จินเฉินต้องหรี่ตาลงแคบ มิใช่เพราะคัมภีร์กำลังจะถูกทำลาย... แต่เป็นตราสัญลักษณ์รูป "พรรณพฤกษาโลหิต" ที่สลักอยู่บนข้อมือของมือสังหารผู้นั้น มันคือสัญลักษณ์ของสำนักลับที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามสะท้านฟ้าเมื่อสามพันปีก่อน—*สำนักมารโลหิตสวรรค์*! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลังของไป๋จินเฉิน... ราวกับมีคมมีดจ่ออยู่ที่ต้นคอของเขาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว! "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านจำข้าได้หรือไม่?" *ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานเซียนอย่าดื้อกับศิษย์พี่ใหญ่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%