สถาปนิกไร้พ่ายกับปลายปากกาที่สั่นไหว•ตอนที่ 2

กลิ่นไออันตรายในห้องทำงาน

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงก้านแก้วคริスタルกระทบกับพื้นหินอ่อนราคาแพงในเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ดังสะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งกรุงเทพมหานคร “คุณมาสายไปเจ็ดนาที รวินท์...” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของคีรินดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ถอดเนกไทออกจนเผยให้เห็นลำคอแกร่งและแผงอกภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว ก้าวออกมาจากเงาสลัว ช้าๆ ทว่าทรงพลังราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในอาณาเขตของตนเอง รวินท์ยืนถือม้วนกระดาษแปลนงานสถาปัตยกรรมแน่นจนปลายนิ้วขึ้นข้อขาว ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามสร้างเป็นกำแพงหนา เริ่มสั่นคลอนเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้น เธอกลืนก้อนความกลัวลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาความนิ่งสงบผ่านน้ำเสียงที่เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฉันติดงานประชุมกับทางวิศวกร... คุณก็รู้ว่าโปรเจกต์รีสอร์ตริมหหน้าผานั่นมันมีรายละเอียดซับซ้อนแค่ไหน คีริน” “ผมไม่สนเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยของงานรีสอร์ตเฮงซวยนั่นหรอกครับ...” คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ชนิดที่รวินท์ยังไม่ทันได้ถอยหลังหนี ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน กลิ่นกายบุรุษผสมกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ แผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของเธออย่างรุนแรง “แต่สิ่งที่ผมสนใจ... คือการที่คุณกล้าดีอย่างไรถึงพยายามหลบหน้าผมตลอดสามวันที่ผ่านมา” ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มของเธออย่างถือวิสาสะ รวินท์สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่เกรงกลัว แต่คีรินกลับคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แล้วออกแรงบีบกระชับเพียงเล็กน้อยจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด “อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!” เธอตวาดเสียงสั่น พยายามบิดข้อมือหนี “หึ...” คีรินหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายประกายความดุดันและกระหายใคร่ครอบครองอย่างปิดไม่มิด “จำไม่ได้แล้วหรือครับ ว่าคุณเอาอะไรมาแลกกับสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงนั้น... รวินท์ ร่างกายนี้ ศักดิ์ศรีที่พังทลายของคุณ หรือแม้แต่ความลับที่คุณไม่อยากให้ใครรู้ ตอนนี้มันอยู่ในกำมือของผมทั้งหมดแล้วนะ” คำพูดของเขาราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธแค้นผสมปนเปกับความพ่ายแพ้ทางอารมณ์ที่เธอมีต่อผู้ชายคนนี้มาโดยตลอด รวินท์เงยหน้าขึ้นจ้องตากลับอย่างไม่ลดละ แม้หยาดน้ำใสๆ จะเริ่มคลอหน่วยที่ขอบตาด้วยความอัดอั้น “คุณมันคนไร้ยางอาย... เอาเรื่องธุรกิจมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบังคับขืนใจฉันทางอิตินัย!” “ผมเป็นนักธุรกิจครับ ไม่ใช่แม่พระ” คีรินกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าสั่นประสาท “และข้ออ้างเรื่องงานที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้... มันคือตั๋วอนุญาตให้ผมทำอะไรกับคุณก็ได้ในห้องทำงานส่วนตัวแห่งนี้” สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็กระชากม้วนแบบแปลนออกจากมือเธอแล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะรวบเอวคอดกิ่วของสถาปัตยกรรมสาวเข้ามาแนบชิดลำตัวอย่างไร้ช่องว่าง รวินท์อุทานด้วยความตกใจ มือบางระดมทุบลงบนอกแกร่งของเขาเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับพละกำลังของอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเอื้อnคำปฏิเสธ รวินท์เบือนหน้าหนี แต่คีรินเร็วกว่า เขาใช้มืออีกข้างตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้เอดรับรสจูบอันดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนที่ไร้ซึ่งความปรานี ลมหายใจของเธอขาดหายไปชั่วขณะ รสสัมผัสที่ทั้งหวานและขื่นขมแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ความตึงเครียดที่สะสมมานานระเบิดออกเป็นแรงปรารถนาอันมืดมนที่คีรินตั้งใจปลุกปั่นมันขึ้นมา มือหนาเลื่อนต่ำลงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าของชุดทำงาน สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาทำให้ผิวหนังของรวินท์ราวกับถูกไฟลวก ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าสมเพช ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกันมั่วสุมอยู่ในหัว สมองของเธอขาวโพลนเมื่อลิ้มรสชาติแห่งการจำนนต่ออำนาจเสน่หาที่อีกฝ่ายมอบให้ คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระเส่า ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการรุกราน เขายกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ “เก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งแบบนี้สิครับ รวินท์... เพราะคืนนี้ เรายังต้องทบทวน ‘สัญญางาน’ ของเรากันอีกยาวนาน” เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวผ่องอย่างถือสิทธิ์ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเธอกรีดร้องครางออกมาเบาๆ ด้วยความสยิวและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน รวินท์หลับตาลงรับชะตากรรม ปล่อยให้สัมผัสอันเร่าร้อนของเขาหลอมละลายทิฐิทั้งหมดที่มีให้มอดไหม้ไปกับค่ำคืนนี้ ทว่า... ในวินาทีที่สติปัญญาของรวินท์กำลังจะหลุดลอยไปกับห้วงอารมณ์สวาท เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ตามด้วยเสียงกริ่งเตือนภัยที่ถูกกดรัวจนลั่นระรัว คีรินหยุดชะงักการกระทำทันที ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดระAคนดุดันขึ้นมาฉับพลัน เขาดึงรวินท์ที่กำลังหอบหายใจโยนเข้าไปหลบไว้ด้านหลังลำตัว ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูกระจกที่มืดสนิท เงาร่างหนึ่งของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบยืนอยู่หลังกระจก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งผ่านเข้ามา... พศิน หุ้นส่วนบริษัทคู่แข่งผู้กุมความลับอีกครึ่งหนึ่งของรวินท์ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเอกสารลับในมือโดยไม่มีใครคาดคิด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งปรารถนานี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้พ่ายกับปลายปากกาที่สั่นไหว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%