เสียงเคาะค้อนประมูลครั้งสุดท้ายดังขึ้น ก้องกังวานบาดแก้วหูในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่สิ่งที่สั่นประสาทของรวินท์ไม่ใช่เสียงนั้น มันคือรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—รอยยิ้มของผู้ชนะที่ไม่ได้ต้องการแค่กรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนงามริมน้ำ หากแต่กำลังมองเหยื่อในกรงทองด้วยแววตากระหายความพินาศ
พิมพ์เขียวโครงการรีสอร์ทอนุรักษ์ธรรมชาติที่เธอใช้เวลาแรมปีในการออกแบบ ถูกปัดตกอย่างไร้เยื่อใยด้วยตัวเลขประมูลที่สูงลิ่วเกินกว่าที่บริษัทของเธอจะสู้ไหว และผู้ชนะก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก คีริน อัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าฉายา ‘นักลงทุนไร้พ่าย’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการกลืนกินคู่แข่งจนแทบไม่เหลือแม้แต่กระดูก
รวินท์กำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องอขาว นัยน์ตากลมโตฉายแววคุกรุ่นด้วยความโกรธขึง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นด้วยศักดิ์ศรีที่ไม่อมจำนนต่อความพ่ายแพ้ แม้ภายในใจจะรู้ดีว่ากำลังยืนอยู่บนปากเหว
"ยินดีด้วยนะครับ คุณคีริน สำหรับโครงการที่ได้ไป... ดูท่าว่าเงินหนาจะซื้อได้ทุกอย่างสินะคะ" เธอจงใจเน้นเสียงประชดประชัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เขลาต่อหน้าสัตว์ร้ายที่รอขย้ำ
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของเสือดาวที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อ เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ปล่อยให้สูทราคาแพงแนบไปกับแผงอกกว้าง แววตาคมกริบสีนิลมองสำรวจเรือนร่างระหงของสถาปนิกสาวตั้งแต่ปลายรองเท้าส้นสูงขึ้นมาจนถึงดวงตาที่กำลังลุกโชนด้วยไฟโทสะ ความเย่อหยิ่งและดื้อรั้นของเธอนี่แหละ คือสิ่งที่เขารู้สึกหลงใหลเสียยิ่งกว่าผลกำไรหลายร้อยล้านจากที่ดินแปลงนี้
"ปากเก่งดีนี่ครับ รวินท์" คีรินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม เขาลุกขึ้นยืน ช1ายหนุ่มสูงกว่าเธอร่วมคืบ ทำให้เงาสูงใหญ่ทาบทับร่างบางจนมิด "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครเขาเอาความรู้สึกมาใช้วัดรอยหยักของสมองหรอกครับ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องผลงานของตัวเอง"
คำพูดนั้นจี้เข้าที่จุดเจ็บแสบ พศิน ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ พยายามดึงแขนเธอให้นั่งลงเพื่อระงับอารมณ์ พร้อมกับกระซิบเตือนสติว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัวกับคนทรงอิทธิพลอย่างคีริน แต่รวินท์สะบัดแขนออกอย่างไม่แยแส
"ฉันสร้างมันขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและมันสมอง ไม่เหมือนคุณที่ใช้เงินสกปรกซื้อความสำเร็จมาเหยียบย่ำคนอื่น!" เธอสวนกลับทันควัน ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ในน้ำเสียง มีเพียงความเดือดดาล
คีรินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบจางหายไปจากใบหน้าคมคาย เหลือเพียงความดุดันที่แผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่กดดันและครอบงำพุ่งเข้าหาเธอกะทันหัน จนรวินท์เผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ส้นสูงสะดุดกับพรมหนานุ่มเกือบทำให้เธอล้มลง หากแต่ท่อนแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กคู่หนึ่งจะคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน
สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือที่แนบผ่านเนื้อผ้าบางเบาบริเวณเอวทำให้ลมหายใจของรวินท์สะดุด เธอนิ่งง้ำไปชั่วขณะเมื่อถูกดึงเข้าไปประชิดจนแผงอกของเขาแนบชิดกับร่างของเธอ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะแผ่ซ่านเข้าจมูก
"ปล่อยฉันนะ!" เธอพยายามขัดขืน ออกแรงผลักอกแกร่งออก แต่คีรินกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มสาก
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ คุณสถาปนิกคนเก่ง..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ผลงานชิ้นเอกของคุณเมื่อครู่... ผมไม่ได้ประมูลมันมาเพื่อทำลายทิ้งหรอกนะครับ แต่ผมซื้อเพราะอยากได้ตัว 'คนออกแบบ' มาทำงานให้ผมแบบเอ็กซ์คลูซีฟต่างหากล่ะ"
รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หายใจติดขัดเมื่อตระหนักถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาคู่นั้น มันไม่ใช่เรื่องธุรกิจธรรมดา แต่มันคือเกมเดิมพันที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดหลายนายก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ พร้อมกับที่พศินถูกกันตัวออกไปอย่างรวดเร็ว คีรินก้มลงกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
"คืนนี้... ที่เพนต์เฮาส์ของผม เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวครับ รวินท์... และคุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้พ่ายกับปลายปากกาที่สั่นไหว•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแห่งความพ่ายแพ้
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้พ่ายกับปลายปากกาที่สั่นไหว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!