เศษซากศิลาวัดปราณยังไม่ทันร่วงหล่นถึงพื้นดิน แรงกดดันจากจิตสังหารระดับมหาภพก็แผ่ขยายออกไปราคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าใส่แนวไพร
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็เจอตัวเทพธิดาผู้ทรยศ! และไอ้มดปลวกผู้กุมความลับแห่งวัฏสงสาร!"
เสียงคำรามกึกก้องที่ทิ้งปมไว้จากห้วงเวลาก่อนหน้ายังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าในวินาทีนี้ ความอึงอลทั้งปวงกลับมลายหายสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เมื่อร่างของบุรุษผู้มาเยือนปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอกสีชาด
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนของเส้นชีพจรปราณในร่างสวะที่เขากำลังอาศัยอยู่ ความทรงจำอันเลือนรางจากสามภพก่อนเริ่มสั่นคลอน ราวกับเศษกระจกที่ถูกค้อนทุบซ้ำ ทว่าความเยือกเย็นในฐานะอดีตมหาจักรพรรดิผู้ครอบครองวิถีกระบี่หาได้สั่นคลอนตามไม่ เขายืนหยัดอย่างสง่างาม มือขวาประสานไว้เบื้องหลัง แม้ลมปราณในตันtianจะอ่อนด้อยเพียงใด แต่กระดูกสันหลังของเขายังคงตั้งตรงดั่งยอดเขาหลงเหมินที่ท้าทายสายฟ้าสวรรค์
เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสามเชียร ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะพันปีปรากฏขึ้น นางคือเซียนเฟยหลิน เทพธิดาผู้เย็นชาและสง่างามเหนือผู้ใดในสามภพ แววตาของนางที่ทอดมองมายังหลี่มู่เฉินมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความลึกล้ำดั่งห้วงมหาสนิทที่ซ่อนหยาดน้ำตาแห่งการรอคอยมาเนิ่นนาน
"เจ้า... เจ้ายังคงดื้อรั้นเช่นเดิม มู่เฉิน"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่คำพูดนั้นหลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบดั่งกลีบเหมย นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว กลิ่นอายหอมเย็นของดอกปทุมสวรรค์โชยปะทะนาสิกปลุกความทรงจำลึกล้ำที่ถูกผนึกไว้ในห้วงวิญญาณ
"ข้าบอกท่านแล้วว่าหนทางนี้อันตรายยิ่ง เหตุใดจึงยังดึงดันลงมาสู่แดนมนุษย์ที่โสโครกแห่งนี้อีก" หลี่มู่เฉินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่นิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้างดงามที่สะท้อนอยู่ในม่านตาของตน ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกแยกแต่คุ้นเคยตีรวนขึ้นมาในอก "และตัวข้าในยามนี้... ก็ไม่ใช่จักรพรรดิผู้เกรียงไกรดั่งกาลก่อนแล้ว เจ้าไม่ควรเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องศิลาไร้ค่าเช่นข้า"
"ไร้ค่าหรือ?" เซียนเฟยหลินแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนเรียวปาก ทว่าแววตากลับทอประกายความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทลายฟ้าดิน "ต่อให้สามภพแปดดินแดนจะตราหน้าว่าเจ้าเป็นเพียงเศษสวะผู้ร่วงหล่น แต่ในหัวใจของข้า... เจ้ายังคงเป็นเพียงผู้เดียวที่กุมชะตากรรมของสวรรค์เอาไว้"
"บังเกิดความอวดดีนักนะ นังสารเลวผู้สลัดทิ้งบัลลังก์เซียน!"
เสียงคำรามจากเงาร่างในหมอกสีชาดดังขึ้นขัดจังหวะ ปราณกระบี่สีโลหิตสายหนึ่งแหกผ่าความมืดพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพคนทั้งคู่ในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันระดับผันแปรวิญญาณขั้นที่เจ็ดแผ่ซ่านจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น
เซียนเฟยหลินขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปลายแขนเสื้อสีขาวโบกสะบัด ดุจดั่งอาภรณ์เซียนที่ร่ายรำท่ามกลางพายุ คลื่นปราณสีครามบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากฝ่ามือของนาง ปะทะเข้ากับปราณกระบี่สีโลหิตจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสะท้อนทำให้พื้นดินรอบกายยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายวา ศิลาและต้นไม้ใหญ่กลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พลังทั้งสองปะทะกันนั้นเอง ดวงตาของหลี่มู่เฉินก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำเก่าที่เคยขาดหายไปดั่งภาพจิ๊กซอว์ถูกต่อเข้าหากันอย่างรุนแรง ภาพของห้วงมหาสมุทรแห่งดารา ภาพของคำสัญญาใต้ต้นท้อสวรรค์ และภาพของโลหิตที่ไหลรินจากร่างของสตรีผู้นี้ในวันพิพากษาหลุดลอยเข้ามาในห้วงความคิด ชนิดที่เรียกว่าสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ
"เจ้า... ในภพแรก... เจ้าคือผู้ที่..." หลี่มู่เฉินพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้วการพบกันในร่างใหม่นี้มิใช่เรื่องบังเอิญ และภาระที่แบกรับอยู่ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเขาคนเดียว
เซียนเฟยหลินหันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามดั่งภาพวาด นางเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสที่ข้างแก้มของหลี่มู่เฉินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยราวกับกาลเวลาสามภพไม่เคยพรากพวกเขาออกจากกันได้
"จำได้แล้วสินะ... มู่เฉินของข้า" นางเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา
ทว่า ก่อนที่หลี่มู่เฉินจะได้กล่าวสิ่งใดตอบกลับไป แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า ท้องน้ายามราตรีที่เคยปราศจากเมฆหมอก กลับถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานพิธี ขัดขวางกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนในทันที
และท่ามกลางแสงสีม่วงที่สว่างวาบจนแสบตา เงาร่างที่สาม... ร่างที่แผ่กลิ่นอายอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใด ก็ก้าวเท้าเดินออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังก้องไปทั่วทั้งวิญญาณของทุกคนในที่นั้น
"คิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของสวรรค์ได้เช่นนั้นหรือ... มหาจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีกระบี่และห้วงเวลาอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 5
นางคือใคร?
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!