ความเงียบงันในโถงทดสอบพลังตระกูลหลี่ ราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งจากห้วงอเวจี
เศษซากศิลาวัดปราณระดับสามแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผงอยู่แทบเท้าของหลี่มู่เฉิน หยาดเหงื่อกาฬที่ไหลซึมตามกรอบหน้าของเหล่าผู้วิสุทธิ์รุ่นเยาว์หาใช่ความเหนื่อยอ่อน หากแต่เป็นความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา สายลมภายนอกที่เคยพัดโชย กลับหยุดนิ่งสนิท ราวกับแม้แต่ฟ้าดินก็ยังต้องกักเก็บลมหายใจเพื่อรอคอยการเคลื่อนไหวของบุรุษผู้ยืนหยัดท่ามกลางสายตาดูแคลน
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงพึมพำของหลี่เจี้ยน ผู้อาวุโสลำดับสามสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าย่นยู่ฉาบเคลือบด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ต้องลมพายุ ศิลาวัดปราณระดับสามมิใช่ก้อนหินธรรมดา มันถูกหล่อหลอมด้วยโลหิตอสูรและอักขระโบราณ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ ก็ทำได้เพียงทำให้มันร้าวราน แต่นี่... เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะไร้รากฐาน กลับบดขยี้มันด้วยการสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวโดยไม่ใช้คัมภีร์ใดหนุนหลัง
หลี่มู่เฉินหาได้ใส่ใจต่อความโกลาหลเบื้องหน้า สายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่มทอดมองไปยังฝ่ามือของตนเอง รอยแผลเป็นจากการฝึกฝนที่เคยสร้างความเจ็บปวดบัดนี้เลือนหาย เหลือเพียงผิวเนื้อเกลี้ยงเกลาที่แฝงไว้ด้วยกระแสพลังอันดุร้ายดั่งมังกรหลับใหล เขากำหมัดเข้าหากันช้าๆ สัมผัสได้ถึงเส้นชีพจรลมปราณที่เคยแห้งเหือด บัดนี้กลับพองโตและหมุนวนดั่งกระแสน้ำวนในมหาสมุทร
*‘ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป...’* มู่เฉินลอบทอดถอนใจในห้วงจิตสำนึก *‘แม้จะสามารถใช้เคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์ทำลายศิลาได้ แต่นั่นก็ดึงเอาพลังวิญญาณตกค้างจากสามภพมากเกินไป หากฝืนใช้ติดต่อกัน เกรงว่าเส้นชีพจรคงระเบิดเป็นแน่’*
"หลี่มู่เฉิน!" เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นดังแหวกอากาศเข้ามา หลี่เทียนฮ่าว บุตรชายคนโตผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของตระกูลก้าวออกมาจากแถวคอย กระบี่เหล็กกล้าในมือสั่นระริกด้วยจิตสังหาร "เจ้าใช้มารยาอันใด! ศิลาวัดปราณย่อมมีตำหนิ เจ้าใช้เล่ห์กลอันใดทำลายมัน สารภาพออกมา มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าผู้พี่ไม่เตือน!"
ความอิจฉาริษยาแผดเผาอยู่ในดวงตาของหลี่เทียนฮ่าว เขาผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นความหวังของตระกูล ทุ่มเทฝึกฝนวันละสั่วยาม กินสมุนไพรล้ำค่ามานับไม่ถ้วน แต่กลับถูกไอสวะที่ทุกคนเหยียบย่ำมาตลอดแซงหน้าในพริบตาเดียว ศศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของยอดฝีมือรุ่นเยาว์ไม่ยอมรับความจริงข้อนี้
หลี่มู่เฉินปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา ท่าทีที่สงบนิ่งราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้แก่หลี่เทียนฮ่าวจนหน้าดำคร่ำเครียด
"เล่ห์กล?" มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตใจของผู้คน "ในสายตาของเจ้า สิ่งที่เหนือกว่าความเข้าใจของตนเองล้วนเป็นเล่ห์กลกระนั้นหรือ? ช่างเป็นกบในกะลาที่น่าสมเพชเสียจริง เทียนฮ่าว... เจ้าฝึกกระบี่มาสิบปี แต่จิตใจกลับเปราะบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ ไร้ซึ่งปัญญา ไร้ซึ่งความหนักแน่น เช่นนี้แล้ว ต่อให้เจ้าครอบครองโอสถเซียน ก็เป็นได้แค่สุนัขเฝ้าบ้านที่เห่าหอนไปวันๆ"
"เจ้า!... สามหาม!"
หลี่เทียนฮ่าวแผดเสียงลั่น ร่างกายพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วสูง ประกายกระบี่สีครามวาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าฟาด เคล็ดวิชา ‘กระบี่วารีกระหน่ำ’ ถูกแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลง ทรวดทรงกระบี่คมกริบพุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณหว่างคิ้วของหลี่มู่เฉินอย่างไร้ความปรานี
รอบด้านส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสหลายคนขมวดคิ้วแต่ไม่มีใครคิดยื่นมือเข้าขัดขวาง ส่วนใหญ่ต่างรอดูจุดจบของเด็กหนุ่มผู้บังอาจลบหลู่ผู้มีพรสวรรค์ของตระกูล
ทว่า... หลี่มู่เฉินหาได้ขยับเขยื้อนกายหนีแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งราวกับภูเขาผาอันมั่นคง ดวงตาดำขลับสะท้อนภาพคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ จิตวิญญาณแห่งมหาจักรพรรดิผู้ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนตื่น
*ฉับพลันนั้นเอง!*
ก่อนที่คมกระบี่จะถึงตัวไม่ถึงคืบ ท้องนภาอันปลอดโปร่งเหนือลานพิธีก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน!
เมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับถูกชักนำด้วยพลังอันไร้ขอบเขต เสียงคำรามกึกก้องจากสรวงสวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวผู้เป็นเจ้าแห่งทิศประจิม แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบน จนผู้อาวุโสหลายคนต้องทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ปราณฟ้าดินรอบกายปั่นป่วนราวกับคลั่ง
เหล่าผู้คนในลานพิธีต่างพากันก้มกราบลงด้วยความตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุเภทภัยอันใดขึ้น หรือนี่คือทัณฑ์สวรรค์ที่ลงทัณฑ์คนบาป?
แต่หลี่มู่เฉินกลับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดวงตาคมกริบฉายแววประกายความรู้สึกที่ซับซ้อน—ทั้งโหยหา ทั้งเด็ดเดี่ยว และอาลัยอาวรณ์
ท่ามกลางใจกลางเมฆหมอกที่แหวกออกเป็นช่องว่าง สายแสงสีทองสลับขาวบริสุทธิ์สาดส่องลงมาดั่งเสาอัคคีจากสรวงสวรรค์ กลิ่นอายความหอมหวานของดอกบัวหิมะและกลิ่นอายเทพอันบริสุทธิ์กระจายไปทั่วสารทิศ ทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปรู้สึกราวกับจิตวิญญาณได้รับการชำระล้างจนสะอาดหมดจด
ร่างหนึ่งก้าวเดินลงมาจากกลางนภาอย่างช้าๆ
นางไม่ได้เร่งรีบ แต่ละย่างก้าวราวก้าวอยู่บนขั้นบันไดแห่งดวงดาว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลมปราณเซียน เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวสลวยคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง ใบหน้างملากล้ำที่หาได้มีความรู้สึกทางโลก รัศมีเย็นชาและสง่างามเหนือปถุชนแผ่ออกมาจากร่างจนผู้คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาดั่งหงส์คู่นั้นกวาดมองลงมาเบื้องล่าง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เฉินผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
เวลาหยุดเดิน... สรรพเสียงทั้งปวงเงียบงันลงทันที
เซียนเฟยหลิน... เทพธิดาผู้รอคอยมาสามภพ นางผู้สละความอมตะเพื่อข้ามผ่านห้วงเวลาอันมืดมิด บัดนี้ นางได้มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
หลี่เทียนฮ่าวที่กำลังพุ่งกระบี่เข้าใส่ ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายแข็งทื่อด้วยแรงกดดันจากรัศมีของนาง กระบี่ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เขารู้สึกได้ทันทีว่าต่อหน้าสตรีผู้นี้ ตนเองมิใช่กระทั่งฝุ่นผงใต้รองเท้า
เฟยหลินปรายตามองหลี่เทียนฮ่าวเพียงแวบเดียวด้วยหางตา ราวกับมองก้อนกรวดข้างทาง ก่อนที่ริมฝีปากบางสีชาดจะขยับเอ่ยคำพูดที่ทำให้ทั่วทั้งลานพิธีตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม
"มู่เฉิน... ข้าตามหาท่าน... พบแล้ว"
เสียงของนางดุจเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์ ไพเราะ ทว่าเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความลึกล้ำที่สั่นสะเทือนหัวใจของผู้ฟัง
หลี่มู่เฉินระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนซึ่งไม่มีผู้ใดในโลกหล้าเคยได้เห็นมาก่อน เขาประสานมือคารวะนางอย่างนอบน้อมดั่งสวีทบุรุษผู้รอคอยสตรีในดวงใจ
"เจ้ามาช้าไปนิดนะ เฟยหลิน..." มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความรู้สึกนึกคิดนับร้อยแปด
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับความสัมพันธ์อันน่าเหลือเชื่อระหว่างเทพธิดากับศิษย์สวะตระกูลหลี่นั้นเอง ท้องนภาเบื้องบนที่เพิ่งสงบลง กลับสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
รอยแยกสีดำสนิทขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเซียนเฟยหลิน เสียงหัวเราะเยาะอันน่าสะพรึงกลัวดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนก้องกังวาน พร้อมกับเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมานับพันตนที่กำลังพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกนั้น!
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็เจอตัวเทพธิดาผู้ทรยศ! และไอ้มดปลวกผู้กุมความลับแห่งวัฏสงสาร!" เสียงคำรามดังก้องทำเอาศิลาวัดปราณที่เหลืออยู่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 4
แสงสว่างจากนภา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!