"โลหิตของมหาจักรพรรดิผู้ล่วงลับ... รสชาติคงหอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้ากระมัง"
เสียงแหบพร่าดั่งอีกาผีที่กรีดแทรกผ่านความมืดของราตรี ไร้ซึ่งร่องรอยของทิศทางและที่มา มันดังก้องอยู่ภายในห้วงจิตสำนึกของหลี่มู่เฉิน ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกโลกันต์ที่พร้อมจะดึงรั้งดวงวิญญาณให้ดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความตาย
ในยามนี้ เบื้องหน้าของหลี่มู่เฉินคือประตูเมืองโบราณ "เทียนหลาง" ศิลาแกร่งสีนิลที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปีถูกอาบไล้ด้วยแสงจันทร์สีโลหิต บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่าความเงียบงันนี้กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันแหลมคมดั่งปลายกระบี่นับพันเล่มที่จ่ออยู่เหนือทิวทัศน์
หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ร่างกายของเขายังคงยืนหยัดตรงราวก้านสนพันปี แม้ว่าภายในเส้นลมปราณจะปั่นป่วนจากการทะลวงขอบเขตเมื่อยามค่ำคืน แต่สติสัมปชัญญะของอดีตมหาจักรพรรดิยังคงเฉียบคมดั่งคมมีด
*ฟรึบ!*
ประกายแสงสีดำสนิทราวกับรอยแยกของมิติ แหวกอากาศพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณท้ายทอยของเขาด้วยความเร็วระดับที่สายตาของมนุษย์ปุถุชนไม่อาจมองทัน มันคือ "วิชาเงาทมิฬกลืนวิญญาณ" เคล็ดลับการลอบสังหารอันดับหนึ่งของแดนมหาสมุทรไร้ลักษณ์ กลุ่มมารลับที่ขึ้นชื่อเรื่องการลอบกัดและไร้ซึ่งความปรานี
"ช้าไป..."
หลี่มู่เฉินพึมพำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาคู่คมกริบเปล่งประกายสีทองอร่ามชั่วพริบตา เขาก้าวเท้าขวาถอยหลังครึ่งก้าวอย่างไร้ร่องรอย การเคลื่อนไหวเรียบง่ายราวกับสายน้ำไหลผ่านโขดหิน ทว่ากลับหลบหลีกคมกระบี่มรณะที่พุ่งมาได้อย่างเฉียดฉิว ปลายศัสตราสีนิลเฉียดผ่านเส้นผมสีดำสนิทของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
*ฉับ!*
แรงกดดันจากกระบี่สังหารตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ หินผาด้านหลังหลี่มู่เฉินแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
"อวดดีนัก!"
เงาดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับภูตผี ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองหลี่มู่เฉินด้วยความตกตะลึงระคนเคียดแค้น มือข้างที่ถือกระบี่สั่นระริกเล็กน้อย มันเป็นไปได้อย่างไร? เป้าหมายเป็นเพียงแค่ศิษย์สวะที่มีขอบเขตปราณมนุษย์ขั้นต้น เหตุใดจึงสามารถหลบหลีกกระบี่ลอบสังหารของยอดฝีมือขอบเขตปราณนภาขั้นที่ห้าได้ด้วยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว?
หลี่มู่เฉินค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ลอบสังหาร รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม
"พวกเจ้าส่งมดปลวกเช่นนี้มาเดินเล่นหน้าประตูเมือง คิดว่าข้า หลี่มู่เฉิน จะไร้ซึ่งการเตรียมตัวกระนั้นหรือ? หรือว่าพวกลัทธิมารในเงามืด จะหลงลืมไปเสียแล้วว่า กลิ่นอายของความตายที่แท้จริง... มันมีรสชาติเช่นไร"
คำพูดนั้นไม่ได้ดังมากนัก ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังกดดันแห่งมหาจักรพรรดิที่กดทับลงมาดั่งขุนเขาไท่ซาน ทำให้เงาดำเบื้องหน้าถึงกับหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ทั้งๆ ที่ในยามนี้หลี่มู่เฉินแสดงพลังปราณออกมาเพียงน้อยนิด แต่ความน่าเกรงขามกลับเหนือล้ำยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักใหญ่เสียอีก
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันมีโอกาสใช้ค่ายกล!"
เงาดำแผดเสียงคำรามลั่นเพื่อเรียกสติ พร้อมกับสะบัดมือขวา ปล่อยเข็มพิษนับพันเล่มที่อาบด้วยโลหิตอสรพิษหมื่นปีพุ่งเข้าใส่หลี่มู่เฉินจากทุกทิศทุกทาง ปิดตาย 36 จุดตายของร่างกายอย่างไร้ช่องว่าง
ในขณะเดียวกัน ท้องนยามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬ สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาทุ่งอยู่เบื้องบน บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บเสียดกระดูก
ทว่า ท่ามกลางพายุเข็มพิษที่กำลังจะกลืนกินร่างของหลี่มู่เฉิน ร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกฤดู ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างเงียบเชียบราวกับภาพมายา
เซียนเฟยหลิน...
นางไม่ได้เอ่ยคำใด แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึก บัดนี้กลับทอประกายความดุดันราวกับเทพธิดาสงคราม มือเรียวดุจหยกขาวโบกสะบัดเบาๆ ปราณกระบี่บริสุทธิ์สีขาวนวลพลացระเบิดออกรอบกาย กวาดล้างเข็มพิษนับพันเล่มให้กลายเป็นจุลในพริบตาเดียว!
"บังอาจนัก..."
น้ำเสียงหวานใสทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปีหลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง แรงกดดันระดับขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่ซ่านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน ทำให้เหล่ามือสังหารในเงามืดต่างกระอักโลหิตออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
หลี่มู่เฉินมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดปกป้องเขาอยู่เบื้องหน้า ภายในใจของอดีตมหาจักรพรรดิผู้เย่อหยิ่งเกิดระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย สามภพสามชาติ... นางยังคงเป็นผู้ที่ก้าวออกมารับคมดาบแทนเขาในยามวิกฤตเสมอ
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงหัวเราะเยือกเย็นและทรงพลังอย่างยิ่งก็ดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องบน ท้องฟ้าสีดำทมิฬฉีกขาดออกเป็นทางยาว เผยให้เห็นร่างของบุรุษลึกลับสวมหน้ากากทองคำ ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์กระดูกมาร ปราณสีเลือดแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งเมืองเทียนหลาง
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจยิ่งนัก เซียนเฟยหลิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการลงมายังโลกมนุษย์ครั้งนี้ จะช่วยปกป้องชายผู้นี้จากเงื้อมมือของ 'เงาอเวจี' ได้?" บุรุษหน้ากากทองคำกล่าวด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "จงมอบดวงวิญญาณแห่งจักรพรรดิเสียแต่ดีๆ มิฉะนั้น... ข้าจะทำให้เมืองทั้งเมืองนี้กลายเป็นทะเลเพลิงศพ!"
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาจำกลิ่นอายปราณนั้นได้แม่นยำ
มันคือคนสนิทของ "ราชันสวรรค์" ผู้ทรยศเขาเมื่อสามชาติก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 10
วิกฤตหน้าประตูเมือง
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!