"พวกเจ้า... คิดว่าสวะผู้นี้จะไม่มีวันลุกขึ้นมาเงื้อมือฟาดหัวสุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้าได้กระนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลพันปีดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในโถงพิธีตระกูลหลี่ แรงกดดันจากจิตสังหารอันบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างผอมบางของ หลี่มู่เฉิน ดั่งคลื่นมหาสมุทรที่ซัดสาดเข้าใส่กลุ่มผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงนับสิบชีวิตจนลมหายใจติดขัด
ใบหน้าของลี่เฉิง ผู้อาวุโสลำดับสามผู้เคยเหยียบย่ำเขามาตลอด บัดนี้ซีดเผือกไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ร่างกายที่เคยยืนหยัดอย่างองอาจกลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกถึงไขกระดูก เขารู้สึกราวกับว่าเบื้องหน้าของตนมิใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้พลังปราณอีกต่อไป หากแต่เป็นมหาจักรพรรดิผู้ครองบัลลังก์เลือด กำลังจ้องมองมดปลวกด้วยสายตาพิพากษา
"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร! แกมีแค่จุดตันتียนที่พิการไม่ใช่หรือ?!" ลี่เฉิงเค้นเสียงตะโกนออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้แน่น ปราณแท้จริงในร่างปั่นป่วนจนแทบแตกซ่าน
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาย่างก้าวช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินศิลาแต่ละครั้งดั่งเสียงกลองศึกที่ทุบทำลายขวัญกำลังใจของศัตรู แววตาคู่คมกริบดั่งใบกระบี่โบราณกวาดมองผู้คนที่เคยเหยียดหยามเขาทีละคน รัศมีสีขาวบริสุทธิ์เริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นดั่งพายุหิมะกลางฤดูร้อน นั่นคือ "ปราณพยัคฆ์สวรรค์" ปราณแท้จริงขั้นสูงสุดที่สูญหายไปจากยุทธภพมากว่าสามภพ!
ณ มุมหนึ่งของโถงพิธี ร่างระหงของ เซียนเฟยหลิน ยืนสง่างามอยู่ภายใต้เงาไม้ นางมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทว่าดวงตาคู่งามที่มักจะเยียบเย็นและไร้อารมณ์ กลับทอประกายความอ่อนโยนและความภาคภูมิใจอันล้ำลึก นางมองบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจของตนด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมาเปรียบปาน — *สามภพชาติที่ข้าเฝ้ารอ... ในที่สุด ท่านก็เริ่มทวงคืนบัลลังก์แห่งความยิ่งใหญ่แล้วสินะ มู่เฉิน*
"สวะงั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ "ในสายตาของพวกเจ้า ข้าอาจเป็นเพียงเศษสวะที่ไร้ค่า แต่ในสายตาของกฎแห่งฟ้าดิน ข้าคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์!"
*ตูม!*
สิ้นเสียงคำราม รัศมีปราณสีขาวรอบกายหลี่มู่เฉินก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง แรงระเบิดนี้มิได้ทำลายล้างสิ่งก่อสร้าง ทว่ามันพุ่งเป้าไปที่ "จิตวิญญาณ" ของผู้อยู่ในรัศมีทั้งหมด แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นกระแทก ศิษย์ตระกูลหลี่หลายคนกระอักเลือดออกมาคำโตเข่าทรุดลงกับพื้นทันที แม้แต่ยอดฝีมือระดับเบิกนภาอย่างลี่เฉิงยังต้องถอยหลังกรูดไปสามก้าว ร่างกายเซถลาเกือบล้มคว่ำ
นี่คืออานุภาพพลังครั้งแรกหลังจากที่เขาได้ปลุกพลังแห่งมหาจักรพรรดิขึ้นมาในร่างใหม่ มันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวจนทำให้ฟ้าดินต้องแปร変 ปEรแปรปรวน เมฆหมอกเหนือตระกูลหลี่เริ่มก่อตัวเป็นรูปพยัคฆ์ขาวคำรามก้องฟ้า สายฟ้าสีครามแล่นแปลบปลาบผ่านกลีบเมฆ ราวกับฟ้าดินกำลังคารวะการตื่นขึ้นของราชัน
"จับมันไว้! อย่าให้มันใช้เคล็ดวิชาประหลาดนี่ได้!" ลี่เฉิงแผדเสียงสั่งการด้วยความตื่นตระหนก เขารวบรวมปราณทั้งหมดที่มี ชักกระบี่ประจำกายออกมาราวกับคนเสียสติ ประกายกระบี่สีเหลืองเข้มพุ่งเข้าใส่หลี่มู่เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หวังปลิดชีพอดีตศิษย์สวะให้สิ้นซากในดาบเดียว
หลี่มู่เฉินปรายตามองกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่แยแส เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออกไปเบาๆ ราวกับกำลังปัดเป่าแมลงตัวหนึ่ง
*เปรี้ยง!*
เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับคมกระบี่อันดุดัน พลังปราณอันมหาศาลก็สะท้อนกลับไปในพริบตา กระบี่ในมือของลี่เฉิงแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงสะท้อนย้อนกลับซัดร่างของผู้อาวุโสลำดับสามกระเด็นลอยละลิ่วทะลุผนังหินของโถงพิธี ร่างตกลงกระแทกพื้นด้านนอกอย่างน่าอนาถ สลบไพศาลจมกองเลือด
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง ผู้คนนับร้อยในโถงพิธีต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบกลืนกินความตกใจไม่ลง พวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาตนเองว่าเด็กหนุ่มผู้ไร้พลังปราณเมื่อวันก่อน จะสามารถจัดการยอดฝีมือระดับเบิกนภาได้ด้วยการสะบัดนิ้วเพียงครั้งเดียว!
หลี่มู่เฉินกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าผู้อาวุโสที่เหลือซึ่งกำลังตัวสั่นงันท่ามกลางความหวาดกลัวสุดขีด เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องกังวานไปทั่วจิตใจของทุกคน
"วันนี้... ตระกูลหลี่ติดหนี้เลือดกับข้าเท่าไหร่ พวกเจ้าจงจำไว้ให้ดี"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดและไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ท้องนภากลับผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้เค้าลาง เมฆสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกหยดลงบนกระดาษขาว แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจากเบื้องบนจนพื้นศิลาใต้เท้าของหลี่มู่เฉินร้าวราน
ร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างทำให้แม้แต่เซียนเฟยหลินยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง
"ไม่นึกเลยว่า... จักรพรรดิผู้ล่วงลับ จะมาหลบซ่อนอยู่ในตระกูลเล็กๆ เช่นนี้ หลี่มู่เฉิน... เจ้าทำให้พวกเราตามหาเสียทั่วสามภพ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 11
กรงเล็บพยัคฆ์ขาว
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!