กรงเล็บพยัคฆ์ขาวมิได้ขีดข่วนเพียงผืนฟ้า แต่มันกรีดเฉือนหัวใจของมวลหมู่เซียนให้ขาดวิ่น
"หากพวกเจ้าคิดว่าเก้าสวรรค์คือจุดสิ้นสุดแห่งความเย่อหยิ่ง เช่นนั้นวันนี้ ข้า... หลี่มู่เฉิน จะใช้กระบี่เล่มนี้ สลักชื่อของพวกมันลงบนหลุมศพของหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ให้จารึกไว้ชั่วกัปชั่วกัลป์!"
เสียงประกาศิตก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางใจหมู่มารและเหล่าทัพสวรรค์นับหมื่นที่แผ่ไพศาลปกคลุมทั่วผืนนภา เหนือหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ รัศมีปราณสีทองและอողคเพลิงทมิฬเข้าปะทะกันจนมิติเบื้องบนบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำสนิท กองทัพนับหมื่นชีวิตเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงดั่งคลื่นยักษ์มหาศาลที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลายเป็นธุลีดิน
หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่บนยอดผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเขาปลิวสะบัดตามแรงพายุแห่งพลังปราณที่ระเบิดออกรอบกาย ดวงตาคมกริบดั่งพญาราชสีห์มองกราดยังเบื้องล่างด้วยความเยือกเย็นและดุดัน ในมือขวาถือกระบี่โบราณที่สั่นระริกด้วยความกระหายเลือด มันคือกระบี่เล่มเดียวกับที่เคยสั่นสะเทือนมาแล้วสามภพภูมิ และในยามนี้ มันกำลังจะตื่นจากการหลับใหลเพื่อล้างบางพวกที่อาจหาญท้าทายอำนาจแห่งจักรพรรดิ
"มู่เฉิน..."
เสียงหวานล้ำดั่งเสียงพิณสวรรค์ดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะสยบเสียงคำรามของกองทัพนับหมื่น เซียนเฟยหลินก้าวเข้ามาเคียงข้าง นางสวมชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อน ปีกขนนกกระเรียนสวรรค์รายล้อมรอบกาย นางเอกผู้เย็นชาและสง่างามเหนือใครในใต้หล้า บัดนี้แววตาคู่คมของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและความรักล้ำลึกที่พร้อมจะตายเคียงบ่าเคียงไหล่ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ นางยอมสละความเป็นอมตะบนสรวงสวรรค์ชั้นเก้า เพื่อลงมาเคียงคู่เขาผ่านพ้นสมรภูมินี้
หลี่มู่เฉินหันไปมองนาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงนางเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น "เจ้าไม่ควรตามข้ามาเสี่ยงภัยเช่นนี้เลย เฟยหลิน"
"สามภพที่ผ่านมา ข้าเป็นฝ่ายตามหาท่าน..." เซียนเฟยหลินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง ดวงจันทร์ในยามวิกาลสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวยของนาง "ในภพนี้ หากต้องดับสูญสลายกลายเป็นธุลีร่วมกัน ข้า... ย่อมยินดีมากกว่าการมีชีวิตอยู่บนสวรรค์อันว่างเปล่าโดยไร้เงาของท่าน"
คำกล่าวของนางดั่งสายลมปราณที่หล่อเลี้ยงหัวใจของมหาจักรพรรดิผู้เย่อหยิ่งให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง หลี่มู่เฉินพยักหน้ารับช้าๆ แววตาเปลี่ยนเป็นคมกลาตันดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรู
"เช่นนั้น... จงดูให้ดีเถอะ ว่าวิถีกระบี่ที่แท้จริงเปรียบประดุจเช่นไร!"
สิ้นเสียงคำราม กองทัพหน้าของนิกายเซียนกระบี่โลหิตนับพันนายก็พุ่งทะยานขึ้นมาพร้อมกัน กระบี่นับพันเล่มสาดประกายแสงเจิดจ้าจนท้องฟ้าสว่างวาบดั่งกลางวัน เคล็ดวิชา 'กระบี่ผ่าตะวัน' ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนพื้นหุบเขาเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง เขายกมือซ้ายขึ้นวาดเป็นวงกลม อักขระโบราณนับล้านตัวผุดขึ้นกลางอากาศ หลอมรวมกันเป็นโล่ปราณรูปดอกบัวเก้ากลีบ พริบตาที่คมกระบี่นับพันเล่มพุ่งปะทะเข้ากับโล่ปราณ เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นหู แรงกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนยอดเขาหินแกรนิตรอบด้านแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีในพริบตา
"อวดดีนัก! คิดว่าตัวคนเดียวจะต้านทานค่ายกลกระบี่ผสานสวรรค์ได้หรือ!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายกระบี่โลหิตนามว่า 'เทียนหลง' แผดเสียงคำรามลั่น มันลอยตัวอยู่กลางอากาศ เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นด้านหลัง มือทั้งสองถือกระบี่ขนาดยักษ์ที่อาบไปด้วยโลหิตสีชาด พุ่งทะลวงผ่านกลุ่มควันเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง
เซียนเฟยหลินขยับตัววับหายไปจากจุดเดิม ปราณเซียนบริสุทธิ์พวยพุ่งจากฝ่ามือของนาง กลายเป็นสายโซ่อนันตกาลพุ่งเข้าพันธนาการแขนขาของเทียนหลงไว้ในพริบตา "เป้าหมายของมันคือเจ้า... แต่อุปสรรคของมัน... คือข้า!"
"นังเทพธิดาไร้ยางอาย บังอาจนัก!" เทียนหลงแผดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณระเบิดออกจนโซ่อนันตกาลสั่นสะเทือน ทว่าในจังหวะนั้นเอง หลี่มู่เฉินก็หายตัวไปจากเบื้องหน้า ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งเหนือศีรษะของมันอย่างไร้ซุ่มเสียง
ความเร็วนี้... มันเหนือกว่าขอบเขตที่มนุษย์จะจินตนาการได้!
หลี่มู่เฉินไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เขากลับใช้สันกระบี่ฟาดเข้าที่กลางกระหม่อมของเทียนหลงอย่างจัง!
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงกะโหลกศีรษะแตกละเอียดดังสนั่น ร่างมหึมาของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายกระบี่โลหิตดิ่งพสุธาตุกลายสภาพเป็นดาวตกพุ่งกระแทกพื้นหุบเขาเบื้องล่างจนเกิดเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา ฝุ่นควันตลบอบอวล คลื่นกระแทกมหาศาลซัดสาดเอานายทหารนับร้อยปลิวหายไปกับสายลม
ความเงียบงันเข้าปกคลุมสมรภูมิรบในรัศมีหลายลี้ กองทัพนับหมื่นที่กำลังดาหน้าเข้ามาต่างหยุดชะงักฝีเท้าลงโดยพร้อมเพรียง ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจของเหล่าเซียนและจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง เมื่อเห็นผู้อาวุโสระดับบรรพกาลพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียวโดยที่ศัตรูยังไม่ทันชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ!
หลี่มู่เฉินยืนสงบนิ่งอยู่กลางนภา อาภรณ์สีขาวสะอาดไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคมปลาบมองกองทัพนับหมื่นที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทุกชั้นฟ้า
"ผู้ใด... ยังกล้าก้าวเข้ามาอีก"
ความกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา บีบคั้นจนเหล่าทหารนับหมื่นถึงกับกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม และไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันและชัยชนะกำลังจะตกเป็นของสองสามีภรรยา ทันใดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยพังทลายกลับฉีกขาดออกเป็นทางยาว รอยแยกสีดำมืดสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายโบราณที่เก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายามใดๆ แผ่ซ่านกดทับลงมาจนหลี่มู่เฉินต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก
เงาร่างลึกลับในชุดเกราะทองคำโบราณ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้นทีละก้าว... พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่สั่นประสาทคนทั้งกองทัพ
"ฮ่าๆๆๆ... หลี่มู่เฉิน สมแล้วที่เป็นมหาจักรพรรดิผู้เย่อหยิ่ง... แต่ทว่า เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... เจ้าหลุดพ้นจากหมากเกมนี้ได้แล้ว?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งนี้ไปพร้อมกับพยัคฆ์ขาวคำรามนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 34
มหาสงครามเก้าสวรรค์
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!