เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 35

ทัณฑ์สวรรค์พิโรธ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
หยาดเลือดสีชาดหนึ่งหยดร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเป็นเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในอารามร้าง หลี่มู่เฉินไม่ได้ปัดป้อง ไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ไหลซึมจากมุมปาก เส้นผมสีดำสนิทนับพันเส้นสะบัดพริ้วไหวตามแรงกดดันมหาศาลจากห้วงมิติเบื้องบน นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองทะลุผ่านหมู่เมฆสีทมิฬที่กำลังบิดเบวนูนต่ำลงมา รอบกายของเขาคือค่ายกลกระบี่เก้าสวรรค์ที่ร้าวรานจนเกิดรอยแยกสีทองเปล่งประกายระยิบระยับราวกับใยแมงมุม "มู่เฉิน..." เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บดั่งน้ำค้างแข็งพันปีดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนเฟยหลินยืนอยู่บนยอดเสาหินอัคคี อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดอย่างรุนแรงตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน มือเรียวบางทั้งสองข้างกำลังประสานอินทร์ตราสะกดฟ้าดิน ปลายเล็บของนางมีหยาดโลหิตสีทองคำบริสุทธิ์หยดลงมาไม่ขาดสายเพื่อช่วยต้านทานแรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์แทนเขา นางกัดริมฝีปากจนซีดเซียว แต่แววตานั้นยังคงแน่วแน่และเต็มไปด้วยความลุ่มลึกที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อปกป้องบุรุษผู้นี้ "ถอยไป เฟยหลิน" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยว "หนทางนี้... ข้าต้องก้าวเดินด้วยขาของตนเอง สามภพที่เจ้ารอคอย ข้ามิใช่คนที่จะยอมให้สวรรค์มาพรากเจ้าไปเป็นครั้งที่สอง" "ท่านบ้าไปแล้วหรือ!" เฟยหลินตะคอกเสียงสั่นระริก หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้มเนียนนุ่ม แต่มันถูกความร้อนของไอปรั้นกระบี่ระเหิดกลายเป็นไอหมอกทันที "นี่คือ 'อัสนีเก้าทศวรรษพิโรธ' ทัณฑ์สวรรค์ที่แม้แต่จักรพรรดิโบราณยังต้องดับสูญ! ท่านเพิ่งจะบรรลุขอบเขตราชันย์กระบี่ขั้นสมบูรณ์ ร่างกายเนื้อของท่านยังไม่หลอมรวมกับแก่นแท้แห่งเต๋าดีพอ หากรับมันตรงๆ วิญญาณของท่านจะแตกสลายจนมิอาจกลับมาเกิดใหม่ได้อีก!" หลี่มู่เฉินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องกังวานกลบเสียงคำรามของฟ้าดิน รอยยิ้มที่มุมปากเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนอันเป็นเอกลักษณ์ของอดีตมหาจักรพรรดิ "สวรรค์หรือ? ฟ้าดินหรือ? พวกมันก็เป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามองที่ถือวิสาสะกำหนดชะตาชีวิตของผู้อื่น" เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นชี้กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือขึ้นสู่ท้องนภา ปลายกระบี่เปล่งประกายแสงสีเงินยวงพุ่งทะยานเสียดแทงม่านเมฆจนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ "ในเมื่อพวกมันไม่ยอมให้ข้าเคียงคู่กับเจ้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ ผ่ามันให้ขาดเป็นสองท่อนเสีย!" *เปรี้ยง! ครืนนนนน—!* สิ้นคำกล่าวของหลี่มู่เฉิน สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลก็พุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง สายฟ้าเส้นนั้นไม่ได้เป็นเพียงพลังงานธรรมชาติ แต่มันคือ "กฎเกณฑ์" และ "เจตจำนง" ของฟ้าดินที่ต้องการลงทัณฑ์ผู้ฝืนลิขิต แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของหลี่มู่เฉินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกร้อยวาในพริบตา "ระวัง!" เฟยหลินหวีดร้องสุดเสียง ร่างระหงพุ่งทะยานลงมาจากเสาหินอัคคีราวกับหงส์ขาวโผบิน นางสะบัดแขนเสื้อเกิดเป็นม่านพลังปราณเก้าชั้นฟ้าเข้าปกป้องร่างของหลี่มู่เฉินทันที *ตูมมมมม!* แรงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ม่านพลังทั้งเก้าชั้นแตกสลายลงในพริบตาเดียว แรงกระแทกย้อนกลับทำให้เซียนเฟยหลินกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างของนางเซถอยหลังเกือบตกจากหน้าผา แต่หลี่มู่เฉินไว กว่า เขาเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย ร่างปรากฏขึ้นโอบกอดเอวบางของนางไว้แนบอก กลิ่นอายหอมละมุนจากกายของหญิงสาวผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดทำให้หัวใจของอดีตมหาจักรพรรดิกระตุกวูบ "เจ้าโง่..." นางซบหน้าลงกับอกเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเลือดของเขา กำปั้นเรียวทุบลงเบาๆ ที่อกของชายหนุ่มด้วยความตัดพ้อและห่วงหา "ข้าบอกให้ท่านถอย ทำไม... ทำไมท่านถึงดื้อรั้นเช่นนี้" หลี่มู่เฉินก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน แววตาที่มักจะเย็นชาและเฉียบคมยามเมื่ออยู่ในสมรภูมิ บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของนางอย่างทะนุถนอม "เพราะข้าคือหลี่มู่เฉินอย่างไรเล่า" เขากระซิบข้างใบหูของนาง เสียงนั้นนุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งศิลาผา "ข้าให้สัญญากับเจ้าไว้แล้วว่าจะปกป้องเจ้า... ต่อให้วันนี้ต้องร่วงหล่นสู่อเวจี หรือต้องสู้กับเงาของสวรรค์เบื้องบน ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากเจ้าเด็ดขาด" ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยคำรามก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง เมฆสีทมิฬหมุนวนเข้าหากันกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ตรงใจกลางศีรษะของทั้งสองคน พลังงานที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในนั้นทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวจนเกิดรอยแยกสีดำมืดมิด เห็นความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหลัง อัสนีสายที่สองกำลังจะผ่าลงมา... แต่มันไม่ใช่สายฟ้าธรรมดา มันคือ "ทัณฑ์อัสนีเก้าสวรรค์ไร้ลักษณ์" ที่รวบรวมพลังทำลายล้างของทุกภพภูมิเอาไว้ด้วยกัน! หลี่มู่เฉินผลักร่างของเซียนเฟยหลินให้ออกห่างไปยืนในเขตปลอดภัยของค่ายกล เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราวิญญาณทุกชิ้นในห้วงมิติภายในร่างกายสั่นสะเทือน พลังปราณระดับราชันย์กระบี่ขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกรอบตัวจนแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายอาบไล้ด้วยแสงสีทองและสีเงินสลับกันไปมา ดั่งเทวะผู้จุติลงมาท้าทายกฎสวรรค์ "มาสิ!" หลี่มู่เฉินคำรามก้องฟ้า แววตาดุดันดั่งพยัคฆ์ขาวที่กำลังกางกรงเล็บตะปบท้องนฟ آา "หากสวรรค์ต้องการชีวิตของข้า ก็จงเอาคมกระบี่ของข้าไปแลก!" *เปรี้ยงงงงงงงง—!* ลำแสงสีขาวโพลนขนาดมหึมาพุ่งลงมาจากใจกลางหลุมดำ กลืนกินร่างของหลี่มู่เฉินหายลับไปกับตา พร้อมๆ กับแรงระเบิดที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้าสหัสวรรษ! เซียนเฟยหลินเบิกตากว้างจนแทบปริแตก หัวใจของนางหยุดเต้นไปชั่วขณะ ยามเมื่อแสงสีขาวสว่างจ้าเริ่มจางลง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามีเพียงหลุมลึกขนาดใหญ่มหึมา และเศษซากกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แตกละเอียดเป็นผุยผง... ทว่า ท่ามกลางความว่างเปล่านั้น เงาร่างหนึ่งที่ควรจะดับสูญ กลับค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันสีดำช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก และรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายหนุ่ม... ที่เปลี่ยนไปตลอดกาล ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งนี้ไปพร้อมกับพยัคฆ์ขาวคำรามนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%