เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 8

มิตรสหายในเงามืด

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากพวกเจ้ายังคิดว่าความภักดีคือเศษทานอสที่หยิบยื่นให้สุนัขข้างถนน... ข้าเกรงว่ากระบี่เล่มนี้คงต้องขอชิมรสโลหิตของพวกเจ้าเสียก่อน เพื่อล้างมลทินบนผืนแผ่นดินตระกูลหลี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดั่งระฆังทองสัมฤทธิ์สะท้อนก้องไปทั่วโถงรับรองตระกูลสาขาเมืองหมอกคราม ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลี่มู่เฉินในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวต่อกลุ่มผู้อาวุโสและผู้ฝึกยุทธ์นับสิบคนที่ปิดล้อมรอบกาย แววตาของเด็กหนุ่มมิได้มีประกายของคนไร้ค่าเช่นในอดีต หากแต่ลุ่มลึกดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทรโบราณที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิตที่กล้าท้าทาย รอบกายของเขาในยามนี้ หาได้โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิงดังเช่นวันวานไม่ เบื้องหลังหลี่มู่เฉินร่างโปร่งบางของเซียนเฟยหลินยืนสง่นิ่งราวกับเทพเซียนผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ นางมิได้ชักอาวุธหรือปลดปล่อยพลังปราณระดับมหาเทพออกมาแม้แต่น้อย ทว่าเพียงแค่รัศมีเย็นชาอันสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ก็เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของยอดฝีมือขั้นหลอมรวมลมปราณรอบด้านติดขัด สรรพางค์กายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวโดยไร้สาเหตุ "นายน้อย... พวกเรา 'หน่วยเงาพยัคฆ์' ขอสาบานด้วยจิตวิญญาณและโลหิต หากผู้ใดในที่นี้บังอาจล่วงเกินท่าน แม้กระทั่งเงาของมันผู้นั้น ก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบย่างออกจากประตูสำนักแห่งนี้อย่างมีลมหายใจ!" เสียงคำรามต่ำอย่างฮึกเหิมดังขึ้นจากมุมมืดของเสาหินศิลาอัคคี ร่างของชายฉกรรจ์ห้าคนในชุดเกราะหนังสีดำสนิท คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินอ่อนอย่างพร้อมเพรียง ไอร้อนระอุผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน พวกเขาคืออดีตหน่วยสอดแนมและมือสังหารเงาที่เคยติดค้างหนี้ชีวิตต่อหลี่มู่เฉินในภพภูมิเก่า แม้ในชาตินี้พลังยุทธ์ของพวกเขาจะยังไม่ฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด แต่ความจงรักภักดีและจิตวิญญาณนักสู้หาได้เสื่อมคลายตามกาลเวลาไม่ หลี่มู่เฉินเหลือบสายตาคมกริบมองกลุ่มเงาดำเบื้องลึก มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ ในวิถีกระบี่และการขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งยุทธภพ ลำพังเพียงคมกระบี่ในมือของเซียนหนุ่มนั้นคมกลาตันเพียงใด ก็ไม่อาจแผ่ขยายอาณาจักรแห่งอำนาจได้หากปราศจากมือและเท้าที่คอยกวาดล้างวัชพืชเบื้องล่าง การก่อตัวของกลุ่มผู้สนับสนุนในยามที่เขายังอยู่ในจุดต่ำสุดเช่นนี้ คือรากฐานอันมั่นคงที่จะสั่นคลอนไปถึงบัลลังก์ของบรรดาสำนักใหญ่ในอีกไม่ช้า "ดี... ดีมาก ในเมื่อพวกเจ้าเลือกเส้นทางนี้แล้ว จงจำไว้ว่าใต้หล้ามิอาจกักขังมังกร และข้า หลี่มู่เฉิน จะไม่ทำให้1หยดหยาดโลหิตที่พวกเจ้าหลั่งเพื่อข้าต้องเสียเปล่าอย่างแน่นอน" เปรี้ยง! สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว สายฟ้าสีครามสายหนึ่งก็ผ่าแหกหมู่เมฆาเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลี่ลงมาอย่างไร้สัญญาณเตือน แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์อ่อนๆ สะท้อนผ่านชั้นบรรยากาศจนทำให้หน้าต่างไม้สั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังขึ้นจากภายนอกรั้วกำแพง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลักที่นำกำลังเสริมบุกเข้ามา "หลี่มู่เฉิน! เจ้าสวะเดรัจฉาน บังอาจสังหารคนของตระกูลหลัก วันนี้ต่อให้มีปีกบินได้ เจ้าก็ไม่มทางรอดเงื้อมมือของข้าไปได้!" แรงกดดันระดับขั้นก่อกำเนิดปราณขั้นที่เจ็ดพุ่งทะยานเข้ากดทับห้องโถงจนเสาหินร้าวราน ผู้อาวุโสใหญ่ชราผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นแต่แววตาดุดันดั่งเหยี่ยวไฟ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่เพลิงนิลในมือ รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนคนรอบข้างต้องถอยร่น ทว่า หลี่มู่เฉินหาได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขาก้าวออกไปเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์เบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว เซียนเฟยหลินที่ยืนอยู่เบื้องหลังปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยียบเย็น นางยกมือขึ้นวาดผ่านอากาศเบื้องหน้าเบาๆ อักขระปราณสีเงินยวงนับร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปิดผนึกเส้นทางหนีและตัดขาดการติดต่อสื่อสารทั้งหมดของตระกูลหลักในพริบตา "มู่เฉิน..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในจิตใจของชายหนุ่ม "คนผู้นี้... ให้ข้าจัดการเด็ดหัวมันมาบูชายัญวิถีกระบี่ของท่านในชาตินี้ดีหรือไม่?" หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมทอประกายคมกล้าดั่งพยัคฆ์ขาวที่กำลังแยกเขี้ยวคำรามท่ามกลางพายุหิมะ เขาปฏิเสธคำเสนอของนางด้วยการส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เสียงโลหิตกระทบฝักดัง 'กริ๊ง' สะท้อนเสียดแก้วหูของผู้บุกรุกทุกคน "ไม่ต้องถึงมือเจ้าหรอก... ภรรยาข้า" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจ "หนี้เลือดเมื่อสามภพก่อน และบัญชีแค้นในชาตินี้... วันนี้ ข้าจะเป็นคนทวงคืนด้วยคมกระบี่ของข้าเอง!" ณ วินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างอันคุ้นเคยของบุคคลปริศนาผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปรากฏกายขึ้นบนหลังคาเบื้องเหนือกลุ่มของผู้อาวุโสใหญ่ พร้อมกับโยนศพของยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดปราณอีกคนลงมาแทบเท้าของหลี่มู่เฉิน พร้อมเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กล่าวทิ้งท้ายว่า... "นายน้อย... ข้าส่งสาส์นเตือนไปยังสำนักกระบี่เมฆาแล้ว พวกมันกำลังเคลื่อนพล... และดูเหมือนว่า 'ท่านผู้นั้น' ที่ท่านตามหาในแดนลับแล จะไม่ได้มีแค่คนเดียวเสียแล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งพลังใจให้หลี่มู่เฉินก้าวข้ามผ่านพันธนาการแห่งอดีตไปพร้อมกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%