ละอองหมอกสีชาดลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ดั่งม่านไหมโลหิตที่ถูกถักทอขึ้นจากห้วงสมุทรแห่งกาลเวลา ภายในถ้ำลับแลแห่งยอดเขาเก้าสวรรค์ เสียงหอบหายใจแผ่วเบาแต่ทรกพลังของหลี่มู่เฉินสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนก่อนจะไหลรินผ่านสันกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นกำลังเพ่งพินิจไปยังร่างระหงเบื้องหน้า—เซียนเฟยหลิน เทพธิดาผู้มีเรือนร่างบอบบางดั่งหยกขาวสลัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยรัศมีแห่งมหาเทพผู้สะเทือนสามภพ
นางไม่ได้มองเขาด้วยสายตาเย็นชาดั่งเช่นวันวาน ในแววตาคู่นั้นมีความห่วงใยและความผูกพันที่ข้ามผ่านวัฏสงสารอันยาวนานสะท้อนอยู่
"มู่เฉิน... จิตของท่านยังคงแกว่งไกว" เสียงหวานกังวานดั่งระฆังหยกเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสปราณอันล้ำลึกที่สั่นสะเทือนแก่นแท้จิตวิญญาณ "วิชาลับหวนคืนสวรรค์มิใช่กระบวนท่าที่ใช้พละกำลังเข้าหักหาญ แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณสองดวงให้กลายเป็นหนึ่งเดียว หากใจท่านยังพะว้าพะวังถึงทัณฑ์สวรรค์เบื้องนอก พลังปราณหยินหยางย่อมตีกลับและเผาผลาญร่างของท่านจนมอดไหม้"
หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตามแบบฉบับอดีตมหาจักรพรรดิ เขายื่นมือออกไปสัมผัสปลายนิ้วเรียวงามของนาง ความเย็นเยียบจากกายทิพย์ของเทพธิดาปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มของปราณอัคคีในร่างเขา เกิดเป็นเสียงซ่าราญคล้ายสายน้ำเดือดพล่าน
"ข้าเพียงแต่... ไม่อาจละสายตาจากเจ้าได้เลย เฟยหลิน" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมแต่หนักแน่น "สามภพสามชาติที่ข้าปล่อยให้เจ้ารอคอย บัดนี้เมื่อเจ้าอยู่ตรงหน้า ข้ากลับเกรงว่านี่เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง"
เซียนเฟยหลินชะงักไปเล็กน้อย แพขนตางอนงามกะพริบไหว นางยื่นมืออีกข้างขึ้นทาบอกยันกายเข้าหาเขาอย่างไม่ลังเล
"ข้าไม่ใช่ความฝัน และนี่คือความจริงที่ท่านต้องแบกรับ... นั่งลง หลับตาลง แล้วปล่อยให้ลมปราณของข้าชี้นำท่าน"
สิ้นคำสั่งอันทรงอำนาจแต่นุ่มนวลของนาง ทั้งสองก็นั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากัน ระยะห่างระหว่างอกต่ออกเหลือเพียงคืบเดียว หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดเปลือกตาลง ปลดปล่อยจิตสำนึกทั้งหมดให้หลุดพ้นจากพันธนาการทางโลก
ในห้วงมโนสำนึกของหลี่มู่เฉินเวลานี้ ความมืดมิดถูกแทนที่ด้วยจุดประกายแสงสีทองและสีเงิน สองสายธารพลัง—ปราณอัคคีมังกรฟ้าของเขา และปราณเหมันต์นทีสวรรค์ของนาง เริ่มต้นเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างเชื่องช้า ดั่งคู่รักที่พลัดพรากจากกันมาเนิ่นนานนับอนันตกาล ค่อยๆ โอบกอดและหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
ทว่า การหลอมรวมพลังระดับมหาเทพและเทพธิดาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
*ตูม!*
คลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณสะท้อนกลับอย่างรุนแรงจนเลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของหลี่มู่เฉินทันที ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำเติม กระดูกทุกข้อต่อส่งเสียงลั่นเอี๊ยด ปราณหยินของเฟยหลินและปราณหยางของมู่เฉินเริ่มเกิดการต่อต้านกันเองเนื่องจากจิตของพวกเขายังไม่ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
"อึก..." หลี่มู่เฉินครางในลำคอ ใบหน้าคมคายซีดเผือด
เซียนเฟยหลินขมวดคิ้วมุ่น นางไม่รอช้า พลิกฝ่ามือประกบเข้ากับฝ่ามือของเขาแน่นขึ้น ส่งกระแสจิตอันบริสุทธิ์พุ่งทะยานเข้าไปในร่างของชายหนุ่มโดยตรง เสียงหวานเอ่ยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"มู่เฉิน! อย่าเพิ่งยอมแพ้! จงจำความรู้สึกเมื่อครั้งที่เราเคียงคู่กันบนบัลลังก์มหาจักรพรรดิ... มองข้า... จิตของท่านและข้าคือสิ่งเดียวกัน!"
สัมผัสจากฝ่ามือและกระแสปราณอันเย็นเยือกแต่วับวาวของนาง เปรียบดั่งสายน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่กำลังจะแหลกสลายของหลี่มู่เฉิน หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นในห้วงสติ ดวงตาสะท้อนภาพของเซียนเฟยหลินที่กำลังหลั่งน้ำตา—หยาดน้ำตาแห่งเทพธิดาที่ร่วงหล่นเผาผลาญความเย่อหยิ่งทั้งหมดในใจเขาให้มลายหายไป
ความโกรธเกรี้ยว ความแค้นเคืองต่อโชคชะตา และความกลัวที่จะสูญเสีย... ทุกสิ่งถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความรักและความมุ่งมั่นอันบริสุทธิ์
*ฮูมมม—!*
พายุพลังปราณสีทองอร่ามและสีเงินบริสุทธิ์ระเบิดพวยพุ่งออกจากร่างของทั้งสองคนพร้อมกัน ทะลุทะลวงเพดานถ้ำหินอัคนีจนหินผานับพันชั่งแตกละเอียดเป็นผุยผง เศษหินและฝุ่นผงลอยคว้างกลางอากาศก่อนจะถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันของพลังปราณผสานที่น่าสะพรึงกลัว ท้องน้ายามวิกาลเหนือยอดเขาเก้าสวรรค์พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆฝนคะนองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าคำรามกึกก้องดั่งพญาอสูรคำรามกรงเล็บขู่ขวัญฟ้าดิน
นี่คือ "ปราณผสานหยินหยาง" พลังที่แม้แต่กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ยังต้องหวั่นเกรง!
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า อีกข้างทอประกายสีเงินยวง ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก ทว่ากลับเต็มไปด้วยพละกำลังที่สามารถพลิกผันมหาสมุทรได้ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เขามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มเปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก
เซียนเฟยหลินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ใบหน้าของนางแม้จะซีดเซียวลงบ้างเนื่องจากการใช้พลังงานมหาศาล แต่นางก็แย้มยิ้มออกมาได้อย่างงดงามหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่ทำเอาสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ต้องหมองลง
"สำเร็จแล้ว... พวกเราบรรลุขั้นผสานจิตวิญญาณแล้ว" นางเอ่ยเสียงแผ่ว
"ถูกต้อง" หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาดึงร่างระหงของเซียนเฟยหลินให้ลุกขึ้นตามมาอยู่ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด กลิ่นอายหอมละมุนจากกายสาวผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและปราณกระบี่รอบตัว "และตอนนี้... ได้เวลาชำระบัญชีหนี้แค้นที่พวกมันติดค้างเราไว้สามภพแล้ว"
เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า กระบี่โบราณ "จันทร์ทมิฬ" ที่ปักอยู่บนพื้นศิลาส่งเสียงกรีดร้องสั่นสะเทือน มันสะท้อนรับกับพลังปราณผสานของนายเหนือใหม่ พุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของหลี่มู่เฉินด้วยความเร็วเหนือแสง ประกายกระบี่สีทองเงินสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดของถ้ำ ดั่งคมเขี้ยวของพยัคฆ์ขาวที่พร้อมจะฉีกกระชากผืนฟ้าให้ขาดเป็นสองท่อน
ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินกำลังจะก้าวเท้าออกจากปากถ้ำเพื่อมุ่งหน้าสู่นิกายกระบี่สวรรค์เบื้องล่างนั้นเอง...
แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ เสียงระฆังโบราณเก้าครั้งดังขึ้นจากความว่างเปล่า กลิ่นอายกดดันระดับมหาเทพที่ทรงพลังจนลมหายใจต้องสะดุดก็แผ่ซ่านเข้ามาปิดกั้นทางออกทุกด้าน
เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือปากถ้ำอย่างเงียบเชียบ ราวกับเขาผู้นั้นยืนรออยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ต้นกาลเวลาแล้ว
ดวงตาภายใต้หน้ากากทองคำคู่นั้นกวาดมองหลี่มู่เฉินและเซียนเฟยหลินด้วยความเย็นชา ก่อนที่เสียงอันทรงอำนาจจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"เฟยหลิน เจ้ากล้าฝืนกฎสวรรค์ลงมาสมสู่กับมดปลวกเช่นมัน ถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์แห่งเทพแล้ว... ส่วนเจ้า หลี่มู่เฉิน วิญญาณของเจ้าจะต้องถูกแช่แข็งในขุมนรกโลกันต์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิและอักษรศิลป์อันดุเดือดนี้ไปด้วยกัน พยัคฆ์ขาวคำรามครับ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 24
วิชาลับหวนคืนสวรรค์
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!