เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ•ตอนที่ 26

ปริศนาอักขระเวท

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"จงดูให้เต็มตา... นั่นคือราคาของการฝืนลิขิตสวรรค์!" เสียงคำรามของผู้อาวุโสไป๋เจี้ยนดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหู ราวกับเสียงกัมปนาทจากขุมนรกที่ถูกเปิดออก เงาร่างนับร้อยที่รายล้อมอยู่เบื้องหลังแผ่จิตสังหารสีดำสนิทออกมาปกคลุมทั่วบริเวณจนท้องนารีเบื้องบนแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต หลี่มู่เฉินไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาคู่คมกริบของอดีตมหาจักรพรรดิหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเสี้ยวเดียว สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด ร่างของเหล่าเซียนและมารที่ควรจะสูญสลายตามกาลเวลา กลับกุมกระบี่ที่อาบไปด้วยกลิ่นอายความตายพุ่งตรงเข้าใส่ราวกับฝูงพญาแร้งที่กระหายเลือด "มู่เฉิน ระวัง!" เสียงหวานใสของเซียนเฟยหลินตวัดขึ้นท่ามกลางพายุเพลิงมาร นางสะบัดแขนเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ครั้งหนึ่ง ปราณเทพธิดาสีฟ้าครามระเบิดออกเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้น สะท้อนแสงเงาของคมกระบี่นับร้อยจนเกิดเสียงกังวานราวกับเสียงพิณสวรรค์แตกสลาย *เคร้ง! ฉับ! โครม!* คลื่นกระแทกจากการปะทะกันของปราณเทพธิดาและจิตสังหารบรรพกาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พื้นดินหินผาเบื้องล่างแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีในพริบตา หลี่มู่เฉินพุ่งทะยานร่างผ่านม่านหมอกควันสีเทาทมิฬ ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดวาดกลางอากาศ วาดวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ออกไปเป็นเส้นสายสีทองสว่างวาบตัดผ่านเงาร่างของอดีตเซียนผู้ถูกควบคุมจนร่างเหล่านั้นสลายกลายเป็นละอองแสงสีม่วง ทว่า จำนวนของพวกมันมิได้ลดน้อยลงเลย ราวกับว่าความมืดมิดเบื้องหลังกำลังหล่อหลอมพวกมันขึ้นมาใหม่ไม่รู้จบ "ไม่มีประโยชน์หريك... ค่ายกลนี้ถูกผูกติดกับชะตากรรมของเจ้า!" ไป๋เจี้ยนแค่นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างผอมโซสั่นสะเทือน โซ่ตรวนสีทองที่พันธนาการอยู่ส่งเสียงกระทบกันดังสนั่น "หากเจ้าอยากรู้ว่าใครคือผู้ที่แทงข้างหลังพวกเราในอดีต เจ้าต้องผ่าน 'อักขระเวทแห่งปฐมกาล' ที่สลักอยู่บนแท่นบูชานี้เสียก่อน!" หลี่มู่เฉินหันขวับไปมองแท่นบูชาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังอาจารย์ของตน ท่ามกลางห้วงเวลาอันคับขันและคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว ดวงตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย กลับกัน มันกลับลุ่มลึกและสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณที่ไร้ระลอกคลื่น นี่คือบททดสอบ... หรืออาจเป็นเบาะแสเดียวที่จะนำพาเขากลับไปสู่ความจริงอันเน่าเฟะบนสรวงสวรรค์ชั้นเก้า "เฟยหลิน..." หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำโดยไม่หันกลับไปมอง "ข้าเข้าใจแล้ว" สตอบัตรคำตอบสั้นๆ จากดรุณีผู้เยือกเย็นดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาเคียงข้าง นางสะบัดฝ่ามือสร้างกำแพงปราณน้ำแข็งหนาทึบขึ้นต้านทานกองทัพเงาร่างนับร้อยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่ามุมปากของนางจะปรากฏหยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเนื่องจากแรงกดดันที่มหาศาลเกินต้านทาน หลี่มู่เฉินไม่รอช้า เขาพุ่งร่างทะยานขึ้นไปเหยียบیงบนแท่นบูชาโบราณ เบื้องหน้าของเขาคือแผ่นศิลาสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งลวดลายใดๆ ในแวบแรก ทว่าทันทีที่เขาโคจรพลังปราณมหาจักรพรรดิเข้าสู่ปลายนิ้วแล้วแตะลงบนพื้นผิวศิลา อักขระเวทโบราณนับหมื่นตัวก็สว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีทองเจิดจ้า! *วูบบบบ—!* อักขระเหล่านั้นมิได้นิ่งสงบ หากแต่พวกมันกำลังเคลื่อนไหวหมุนวนราวกับดวงดาวในกาแล็กซี่ ถักทอเข้าหากันจนกลายเป็นแผนที่สามมิติขนาดมหึมาที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ตำแหน่งของดวงดาวแต่ละดวง เส้นสายพลังปราณที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน และจุดศูนย์กลางที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วยสัญลักษณ์รูปดอกบัวสีเพลิง "นี่มัน..." หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามิใช่แค่เพียงแผนที่บอกพิกัดของบัลลังก์สวรรค์ หากแต่มันคือ 'ผังค่ายกลกลืนกินวิญญาณ' ค่ายกลต้องห้ามที่เหล่ามหาเทพใช้ดูดกลืนพลังชีวิตของสรรพชีวิตเพื่อค้ำจุนความเป็นอมตะของตนเอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ จุดศูนย์กลางของค่ายกลนั้น... มีลายมือชื่อที่เขาคุ้นเคยที่สุดประทับไว้อย่างชัดเจน ลายมือของ 'จักรพรรดิสวรรค์เทียนหลาง' สหายสนิทผู้เคยร่วมดื่มสุราใต้ต้นท้อเมื่อสามพันปีก่อน! "ที่แท้... เป็นเช่นนี้เอง..." หลี่มู่เฉินพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมอดดับกลับลุกโชนขึ้นมาใหม่ในอก แผดเผาทุกอณูวิญญาณจนร้อนระอุราวกับลาวาใต้พิภพ "สหายรัก... เจ้าเป็นผู้ลงมือทรยศข้าตั้งแต่แรกเริ่มสินะ" "มู่เฉิน! ระวัง!" เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเซียนเฟยหลินดังขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว กำแพงปราณน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา เงาร่างนับร้อยพุ่งทะยานทะลุกำแพงเข้ามาพร้อมกัน พุ่งตรงมายังหลี่มู่เฉินที่กำลังไขปริศนาอักขระเวทอยู่บนแท่นบูชาอย่างพร้อมเพรียง! ไป๋เจี้ยนเงยหน้าขึ้น หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ "ฮ่าๆๆๆ เจ้าอ่านมันออกแล้วใช่ไหมศิษย์รัก! แต่สายไปแล้ว! เมื่ออักขระเวทถูกถอดรหัส ประตูแห่งมิติที่ถูกผนึกก็จะเปิดออก... และ 'ผู้ที่รอคอยเจ้าอยู่เบื้องหลังประตูนั้น' ก็ตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน!" สิ้นเสียงของไป๋เจี้ยน แผ่นศิลาเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินก็แยกตัวออกจากกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว รอยแยกสีดำทมิฬขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ แรงดึงดูดมหาศาลกระชากทุกสิ่งทุกอย่างเข้าหาตัวมัน และก่อนที่หลี่มู่เฉินจะทันได้ถอนมือออกจากอักขระเวท มือคู่หนึ่งที่สวมถุงมือเหล็กสีทองอร่ามก็ยื่นออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของเขาอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน! พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นเคยอย่างยิ่ง ดังลอดออกมาจากความมืดมิดหลังประตูมิติ "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... องค์จักรพรรดิผู้ร่วงหล่น" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอักษรศิลป์นี้ไปด้วยกัน พยัคฆ์ขาวคำรามครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทิ้ง กับภรรยาเทพธิดาที่ตามหาตัวมาสามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%