“แก... เป็นใคร?”
เหมยลี่ถามเสียงเรียบ พร้อมกับยื่นหมั่นโถวร้อนๆ ออกไปทางเงาดำนั้น ไม่ใช่เพราะเธอบ้าบิ่น แต่เป็นเพราะไอน้ำสีขาวที่พวยพุ่งจากแป้งนึ่งผสมผสานกับกลิ่นอายวิญญาณเร่ร่อนรอบตัวมันช่างตีกันจนน่าหงุดหงิด
ในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอมีผงพะโล้และเกลือหิมาลายันชั้นดีถมไป แต่ถ้าไอ้ผีหน้าโง่นี่กล้ามาทำลายบรรยากาศมื้อค่ำมื้อแรกในบ้านหลังใหม่ของเธอกับสามีทหารล่ะก็... ยันต์ห้าแถวฉบับอัปเกรดด้วยระบบบลูทูธ 5.0 ในกระเป๋าเสื้อยีนส์พร้อมทำงานทันทีครับ
“ขะ... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน” เสียงแหบแห้งราวกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันดังลอดออกมาจากเงาดำที่สั่นเทา มันคือวิญญาณลุงแก่ๆ คนหนึ่งที่ตายอย่างไร้ญาติขาดมิตรในช่วงภัยแล้งปีก่อน ผอมแห้งแรงน้อยจนน่าเวทนา “ข้าแค่... ได้กลิ่นน้ำมันหมูเจียวกับต้นหอม... มันหอมจนวิญญาณจะลอยหลุดรอบสอง”
หลี่จ้านที่เพิ่งเดินถือฟืนเข้ามาในครัวชะงักฝีเท้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยเผยให้เห็นแผงอกกำยำ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังมุมมืดทันที สัญชาตญาณนักรบทำให้มือหนาวางท่อนฟืนลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งก้าว แม้เขาจะมองไม่เห็นผีตนนั้นอย่างชัดเจนเท่าเหมยลี่ แต่กระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดวนรอบห้องครัวย่อมไม่ใช่เรื่องปกติวิสัยของหมู่บ้านยุคปฏิรูปนี้แน่
“ถอยไป” หลี่จ้านเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กลิ่นอายคุกคามแบบฉบับทหารผ่านศึกแผ่ซ่าน “ถ้าไม่อยากให้วิญญาณสลายกลายเป็นปุ๋ยแปลงผัก ก็ไสมือก(วิญญาณ)ออกไปจากบ้านของฉัน”
เหมยลี่เหลือบมองสามีที่ยืนเป็นโล่ห์มนุษย์ให้ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอก... ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้นอกจากจะหั่นฟืนเก่งและคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้แล้ว เวลาปกป้องเมียจากผีเร่ร่อนก็ดูเท่เป็นบ้าเลยนะครับ!
“เดี๋ยวๆ ใจเย็นก่อนคุณสามี” เหมยลี่แตะแขนแกร่งของหลี่จ้านเบาๆ “ดูสภาพเขาสิ หิวจนไส้กิ่วขนาดนี้ ขืนไล่ไปตอนนี้ มีหวังได้มาหลอกหลอนเราตอนตีสองเพราะความแค้นเรื่องกินแน่ๆ คนจีนเราถือ... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ผีหิวก็ต้องได้รับการเยียวยาด้วยคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน”
พูดจบ เหมยลี่ก็หันไปหยิบหมั่นโถวลูกโตที่เพิ่งนึ่งเสร็จควันฉุย วางลงบนใบตองแห้งสะอาดข้างเตาไฟ พร้อมกับถ้วยน้ำซุปกระดูกหมูพริกไทยดำรสเผ็ดร้อนที่เธอแอบตักมาจากมิติลับ
“เอ้า กินซะ แล้วก็ไสหัว... หมายถึง เดินทางไปสู่สุคติซะนะลุง” เหมยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีแกมบังคับ วิญญาณลุงแก่ผู้นั้นน้ำตาคลอเบ้า (ถึงจะไม่มีน้ำตาก็เถอะ) มันก้มหน้ารับหมั่นโถวด้วยมือสั่นเทา กัดเข้าไปคำหนึ่งถึงกับเคลิบเคลิ้มจนแสงสีทองเรืองรองรอบตัว ก่อนจะโค้งคำนับให้สองสามีภรรยาแล้วจางหายไปกับสายลมยามค่ำคืน
หลี่จ้านมองภาพนั้นด้วยความทึ่งปนระอาเล็กน้อย เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะดึงภรรยาเข้ามาใกล้ สอดมือหนาโอบเอวบางไว้หลวมๆ “เธอเนี่ยนะ... ขนาดผียังต้องสยบให้ฝีมือทำอาหาร”
“แน่นอนสิคะ... เอ๊ย! แน่นอนครับ” เหมยลี่เกือบหลุดปากคำสมัยใหม่ แก้เกมแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาหรี่ลงอย่างจับผิดของสามี “เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ผีหรือคนก็แพ้กลิ่นหอมของของอร่อยทั้งนั้นแหละ ว่าแต่... คุณเถอะ หิวจนตาลายหรือยัง?”
“ถ้าไม่ได้กลิ่นหอมๆ ของเธอ คงหิวตายไปนานแล้ว” หลี่จ้านกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเหมยลี่ต้องรีบดันอกแกร่งออกด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
“พอเลย! ไปล้างมือได้แล้ว วันนี้เรามีไฮไลท์สำคัญ” เหมยลี่สะบัดตัวหนีด้วยความเขินอาย ก่อนจะหันไปจัดการกับหม้อดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านมานานนับชั่วโมง
กลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรจีนนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเก๋ากี้ โสมตังquai รากบัว และฮ่วย山 (ฮ่วยซัว) ที่ผสมผสานเข้ากับเนื้อไก่บ้านเหนียวนุ่มกำลังดี ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวและลามออกไปถึงรั้วบ้าน นี่คือ **“ซุปไก่ตุ๋นยาจีนสะท้านโลกันตร์”** เมนูเด็ดสูตรลับเฉพาะของหมอผีสาววัยรุ่นยุค 80 ที่ตั้งใจทำเพื่อบำรุงกำลังสามีทหารหนุ่มหลังจากการหักร้างถางพงและสร้างบ้านใหม่มาทั้งวัน
น้ำซุปสีทองใสแต่เข้มข้นด้วยไขกระดูกไก่และรสชาติกลมกล่อมจากเครื่องยาจีนลอยฟุ้งไปด้วยไอน้ำอุ่นๆ เหมยลี่ตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามจนเต็มเปี่ยม โรยหน้าด้วยผักชีซอยละเอียดและพริกไทยป่นหอมกรุ่น หลี่จ้านที่เดินกลับเข้ามาหลังจากล้างมือเสร็จถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกريบเป็นประกายวาววับ ไม่ใช่เพราะความหิวโหยอาหารธรรมดา แต่เป็นเพราะความอบอุ่นหัวใจที่แผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งของความรู้สึก
นี่คือ “บ้าน” อย่างแท้จริง... บ้านที่มีภรรยาฝีมือฉกาจ มีอาหารร้อนๆ รออยู่ และมีรอยยิ้มจริงใจที่ไม่ได้เสแสร้งเหมือนบ้านใหญ่ตระกูลหลี่หลังเดิมที่เต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยา
“ลองชิมดูสิ” เหมยลี่ส่งช้อนกระเบื้องให้ หลี่จ้านรับมาตักน้ำซุปเป่าเบาๆ แล้วซดเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น และเผ็ดร้อนนิดๆ จากพริกไทยดำกระจายไปทั่วโพรงปาก ฟื้นฟูพละกำลังที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันให้หายเป็นปลิดทิ้งในพริบตาเดียว
“อร่อยมาก...” หลี่จ้านเอ่ยเสียงพร่า สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ที่แทบจะล้นทะลักออกมา “อร่อยจนฉันไม่อยากออกไปไหนเลย”
“ปากหวานนะเรา กินเข้าไปเยอะๆ เนื้อไก่นี่ฉันตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปากเลยนะ” เหมยลี่ตัก่องไก่ชิ้นโตใส่ถ้วยให้สามี รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าสวยคม ทั้งคู่ใช้เวลาค่ำคืนแรกในบ้านใหม่ร่วมกันท่ามกลางแสงตะเกียงสลัวและไออุ่นจากหม้อซุปยาจีน เป็นมื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมล้นด้วยความสุขและความอิ่มหนำสำราญอย่างแท้จริง
ทว่า... ความสงบสุขในยามวิกาลมักอยู่ได้ไม่นานนัก
ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับรสชาติของซุปไก่ตุ๋นยาจีนจนหยดสุดท้าย เสียงทุบประตูดังปังๆ อย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
*“เปิดประตูนะเว้ย! อีสะใภ้ตัวซวย! แกกล้าดียังไงถึงซ่อนตัวกินของอร่อยกันสองคนผัวเมีย ปล่อยให้แม่กับน้องอดอยากอยู่ข้างนอก!”* เสียงแหลมสูงปรี๊ดของเฝิงฮุ่ย (แม่สามีใจร้าย) แผดลั่นแข่งกับเสียงหมาเห่าหอนในความมืด
ตามมาด้วยเสียงทุบประตูปึงปังและเสียงโวยวายของญาติผู้พี่ที่พากันยกโขยงมาเคาะประตูบ้านกลางดึกสงัด หลี่จ้านขมวดคิ้วมุ่น วางช้อนในมือลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องครัวกลับมาเย็นเยียบอีกครั้ง
แต่เหมยลี่กลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนาน เธอเอื้อมมือไปหยิบยันต์ผีสิงแผ่นสุดท้ายออกจากกระเป๋า พร้อมกับกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“คุณสามี... ดูท่าว่าซุปไก่ของเรา ยังขาด ‘แขกรับเชิญ’ มาช่วยชิมรอบดึกสินะครับ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนหมอผีวัยรุ่นคนนี้เสมอนะครับ!
สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง•ตอนที่ 12
ซุปไก่ตุ๋นยาจีนสะท้านโลกันตร์
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!