"ถ้าคุณหลี่ไม่อยากให้มื้อนี้กลายเป็นงานฌาปนกิจหมู่รอบบ้าน ก็ช่วยถอยหลังไปยืนตั้งสติให้ห่างจากเตาห่างๆ สองก้าวครับ สามีทหารตัวโตอย่างคุณ เหมาะกับการถือปืนไล่ยิงข้าศึกมากกว่ามายืนทำหน้าตื่นเป็นไก่ตาแตกอยู่หน้ากระทะเหล็กนะ"
เสียงหัวเราะคิกคักที่ปนมากับความกวนประสาทของภรรยา ทำให้หลี่จ้านถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นายทหารหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนและไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ยามนี้กลับยืนแข็งทื่อเป็นหิน ร่างกายสูงใหญ่กำยำถอยหลังไปตามคำบัญชาอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับความมหัศจรรย์ตรงหน้า—อากาศว่างเปล่าที่เมื่อครู่ยังว่างเปล่า กลับถูกมือเรียวบางของเหมยลี่ควานหา ก่อนจะดึงกล่องกระดาษสีสันประหลาดและห่อพลาสติกใสที่มีตัวหนังสือแปลกตาหลุดออกมาจากรอยแยกมิติราวกับเล่นกล
กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้ โชยเตะจมูกทันทีที่ซองพลาสติกถูกฉีกออก
"นี่มัน... กลิ่นอะไรกัน?" หลี่จ้านพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความประหลาดใจอย่างที่สุด
"เขาเรียก 'มาม่าหมูสับ' กับ 'หมูสามชั้นเกรดพรีเมียม' จากซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์ในมิติลับของผมเองครับ" เหมยลี่ตอบด้วยรอยยิ้มพราวระยับ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างคนอารมณ์ดี มือเรียวจัดการจุดเตาถ่านเก่าๆ ในห้องครัวทรุดโทรมอย่างคล่องแคล่วว่องไว ภาพของสะใภ้รองตระกูลหลี่ผู้เคยซูบผอม อ่อนแอ และเอาแต้มก้มหน้าร้องไห้เมื่อวันก่อน ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงหมอผีสาวสายสตรองผู้กุมขุมทรัพย์มหาสารไว้ในมือ
วิญญาณผีคุณทวดตระกูลหลี่ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือขื่อบ้าน ถึงกับรีบพุ่งพรวดลงมาเกาะขอบเตา ลิ้นสีเขียวลอยยาวออกมาแทบจะแตะถึงก้นกระทะ ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหมูสามชั้นชิ้นหนาที่ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างหิวกระหาย ลืมสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปเสียสนิท
*ไอหยา... หอมเหลือเกิน! กลิ่นเนื้อสัตว์นี่มันช่างเย้ายวนจิตวิญญาณเสียจริง ยุคสมัยของข้าตอนมีชีวิตอยู่ ต่อให้เป็นวันปีใหม่ก็ยังไม่ได้กินของดีขนาดนี้เลยนะไอ้หลานตัวดี!* ผีคุณทวดส่งเสียงโหยหวนในใจ พลางพยายามใช้มือโปร่งแสงทำท่าคว้าจับอากาศหวังจะหยิบชิ้นหมูเข้าปาก แต่ก็ทำได้เพียงทะลุผ่านไปมาอย่างน่าอนาถ
เหมยลี่เหลือบสายตาไปมองวิญญาณชราที่กำลังน้ำลายสอจนหยดติ๋ง นางแอบยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะ กระแสพลังหยินหยางถูกส่งผ่านอากาศไปสะกิดเบาๆ ที่หน้าผากของผีคุณทวด จนร่างโปร่งแสงต้องสะดุ้งโหยง
"อย่าแม้แต่จะคิดจะใช้มือสกปรกๆ ของผีมาหยิบของกินในกระทะผมเด็ดขาดนะครับคุณทวด ไม่อย่างนั้นผมจะเอาน้ำมนต์พริกไทยดำราดหัวให้วิญญาณแตกกระซับกระซอนไปผุดไปเกิดใหม่ในนรกขุมที่สิบแปดเดี๋ยวนี้แหละ" เหมยลี่ส่งกระแสจิตคาดโทษด้วยรอยยิ้มหวานหยด
ผีคุณทวดสะดุ้งเฮือก รีบลอยถอยหลังไปตั้งหลักที่มุมเสาบ้านทันที พร้อมกับทำท่าทางรูดซิปปากตัวเองอย่างรู้ความ—หมอผีตนนี้ดุเสียยิ่งกว่ายมบาล เจ้าค่ะ เจ้าประคุณ ข้าไม่กล้าแล้ว!
ในขณะเดียวกัน หลี่จ้านที่ยืนมองภรรยาพูดคุยกับอากาศธาตุ (ตามสายตาของเขา) ก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง แม้เขาจะพอรู้เลาๆ ว่าภรรยาของตนมี 'ความลับ' บางอย่างที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ตั้งแต่เหตุการณ์ไล่ผีเมื่อคืน แต่การที่นางสามารถเนรมิตวัตถุดิบประหลาดรสเลิศออกมาจากความว่างเปล่าได้เช่นนี้ มันเกินความเข้าใจของมนุษย์ยุคปัจจุบันไปไกลโข
"เหมยลี่... น้องกำลังทำอะไรอยู่? หรือว่าสิ่งเหล่านี้..." หลี่จ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลังเล กลัวว่าภรรยาจะไปข้องเกี่ยวกับวิชาปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางเองในภายหลัง
เหมยลี่ชะงักมือที่กำลังตักผงเครื่องปรุงรสหมูสับลงในหม้อน้ำเดือด นางหันมามองสามีหนุ่มร่างกำยำที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดเป็นกังวล แววตาของหลี่จ้านไม่มีความหวาดกลัวหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์และจริงใจจนน่าประหลาดใจสำหรับยุคสมัยที่ผู้คนเห็นแก่ตัวเช่นนี้
นางทอดถอนใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ร่างบางในชุดเก่าๆ หยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายคาวเลือดและควันปืนจางๆ ติดตัว เหมยลี่เอื้อมมือไปจัดปกเสื้อทหารสีเขียวขี้ม้าให้เข้าที่อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วทำเอาหลี่จ้านตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับสามี..." เหมยลี่เงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำเอาทหารกล้าหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู "นี่ไม่ใช่ปีศาจมนตร์ดำที่ไหนหรอก แต่มันคือ 'ทุนนิยมในมิติลับ' ที่สวรรค์เมตตาประทานมาให้คนสู้ชีวิตอย่างผมต่างหากล่ะครับ ในเมื่อครอบครัวฝั่งโน้นตั้งใจจะสูบเลือดสูบเนื้อพวกเราจนแห้งตาย เราก็ต้องรู้จักหาทางรอดด้วยวิธีของตัวเองจริงไหมครับ?"
คำว่า 'ทุนนิยม' และ 'มิติลับ' ฟังดูแปลกหูเสียจนหลี่จ้านจับใจความไม่ได้ทั้งหมด แต่เขากลับเข้าใจความหมายแฝงที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นเป็นอย่างดี ภรรยาตัวน้อยของเขาเปลี่ยนไปแล้ว นางไม่ได้อ่อนแอให้ใครรังแกอีกต่อไป และที่สำคัญ... นางกำลังปกป้องครอบครัวนี้ด้วยวิธีของนางเอง
"ไม่ว่าน้องจะทำอะไร หรือมีความลับอะไรพี่ก็ไม่สนทั้งนั้น..." หลี่จ้านเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเรียวที่วางอยู่บนอกเสื้อของตนไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง "ขอแค่... น้องปลอดภัย และไม่ทิ้งพี่ไปไหนก็พอ"
*อื้อหือ! เลี่ยนเสียยิ่งกว่าน้ำมันหมูในกระทะอีก!* ผีคุณทวดที่แอบมองอยู่หลังเสาทำท่าทางคลื่นไส้อาเจียนออกมาเป็นควันสีเทາ แต่ก็ต้องรีบหุบปากฉับเมื่อเหมยลี่หันมาส่งสายตาดุใส่
กลิ่นหอมกรุ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้มยำหมูสับผสมผสานกับความมันเยิ้มของหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมที่ถูกผัดจนเกรียมกำลังดี เริ่มฟุ้งกระจายขยายวงกว้างออกไปนอกตัวบ้าน ทะลุผ่านร่องไม้ไผ่สานของผนังห้องครัว ลอยไปตามสายลมยามเย็นที่พัดโชยเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรรทหารอันเงียบสงบ
ณ บ้านพักหลังถัดไป...
เฝิงฮุ่ย แม่สามีใจร้ายผู้กำลังนั่งนับคูปองอาหารในมืออย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ก็ต้องชะงักกึก จมูกย่นเข้าหากันเมื่อสูดดมกลิ่นประหลาดที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความมันที่เย้ายวนจนกระเพาะอาหารส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
"กลิ่นอะไรวะเนี่ย?" เฝิงฮุ่ยขมวดคิ้วมุ่น นางสูดดมกลิ่นนั้นอีกครั้งอย่างงุนงง "กลิ่นเนื้อหมูชัดเจนขนาดนี้... แถมยังหอมหวลชวนหิวเสียยิ่งกว่าภัตตาคารในเมืองหลวงเสียอีก บ้านไหนมันแอบต้มตุ๋นอะไรกินกันวะเนี่ย ทำไมถึงไม่รู้จักเกรงใจบ้านอื่นเขาบ้างเลย!"
ไม่เพียงแต่แม่สามีใจร้ายเท่านั้น แต่บรรดาเพื่อนบ้านรอบข้างต่างก็เริ่มเปิดประตูชะโงกหน้าออกมาจากบ้านของตนเองทีละหลัง สองหลัง ทุกคนต่างสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาเตะจมูกอย่างหิวกระหาย ดวงตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นว่ากลิ่นหอมระดับสวรรค์สร้างนี้มาจากบ้านไหนกันแน่!
ในห้องครัวตระกูลหลี่ เหมยลี่ตักบะหมี่ร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ สองใบ กลิ่นควันลอยกรุ่นพร้อมกับชิ้นหมูสามชั้นชุ่มฉ่ำที่วางเรียงรายอยู่ด้านบนอย่างน่ารับประทาน นางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อรับรู้ได้ถึงความโกลาหลเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นนอกบ้าน
"ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคงจะทนกลิ่นความอร่อยนี้ไม่ไหว แล้วพากันมาเคาะประตูบ้านเราเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับ" เหมยลี่หันไปกล่าวกับสามีด้วยน้ำเสียงติดตลก
หลี่จ้านมองหน้าภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงในลำคออย่างเยือกเย็น ร่างสูงใหญ่ก้าวไปหยิบไม้กระบองฟืนข้างเตามาถือไว้ในมือ พร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมาโดยอัตโนมัติ
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีที่ตะโกนแหกปากลั่นบ้านด้วยความโมโหหิว
"ไอ้สะใภ้ตัวดี! แกซ่อนอะไรกินอยู่ในบ้าน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนี้นะโว้ย!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนหิวของหมอผีวัยรุ่นในยุค 80 นะครับ!
สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง•ตอนที่ 2
เปิดมิติลับ ควักตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ต
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!