สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง•ตอนที่ 17

ยอดขายถล่มทลายจนคนอิจฉา

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงกุญแจกระทบกันในกระเป๋าเสื้อของเฝิงฮุ่ยดัง "กรุ๊งกริ๊ง" ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงเล็กๆ ในยามวิกาล ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและกลิ่นเหงื่อไคลจากร่างท้วมของแม่สามีจอมจุ้นโชยเข้ามาก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวพ้นธรณีประตูเสียอีก ดวงตาตี่เล็กกวาดมองสำรวจไปทั่วห้องด้วยความระแวง ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ บนโต๊ะไม้ตัวเก่ากลางห้อง บัดนี้ถูกยึดครองด้วยกองธนบัตรคละราคาจำนวนมหาศาล ทั้งปึกหนาและแบงค์ย่อยที่ถูกมัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ สะท้อนแสงไฟสีส้มจากตะเกียงวับแวมราวกับทองคำแท้ กองเงินสดเหล่านั้นสูงท่วมจนบังหน้าอกของเหมยลี่ที่นั่งไขว่ห้างถือพัดขนนกยิ้มรับด้วยสายตานิ่งสนิท "แฮ่ม! ดึกดื่นปานนี้... ทำไมพวกแกถึงยังไม่นอนกันอีก แล้วไอ้เงินพวกนี้... ไปปล้นที่ไหนมา!" เฝิงฮุ่ยละล่ำละลักเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความโลภที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก มืออวบอูมพยายามคว้าเอื้อมหมายจะตะปบก้อนเงินตรงหน้า ทว่ากลับต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน เมื่อปลายนิ้วเฉียดถูกกระดาษยันต์สีแดงสดที่แปะตรึงไว้บนขอบโต๊ะราวกับมีกระแสไฟช็อต เปรี๊ยะ! เสียงประจุไฟฟ้าขนาดเล็กดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นสาบสางจางๆ ที่ลอยอวลในอากาศ ทำให้เฝิงฮุ่ยผถอยหลังกรูด ใบหน้าอ้วนกลมซีดเผือดลงทันตาเห็น นางหันไปถลึงตาใส่ลูกสะใภ้ด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ก็เจือด้วยความหวาดกลัว "นัง... นังตัวดี แกกล้าใช้เล่ห์กลอะไรกับฉันอีกแล้วเรอะ!" เหมยลี่ส่งเสียง "หึ" ในลำคอ ร่างบางในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีที่เพิ่งสั่งตัดจากมิติลับขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่งให้สบายขึ้น นางไม่ได้รีบร้อนเก็บเงินเหล่านั้น เพราะรู้ดีว่าเหยื่อที่ติดเบ็ดด้วยความโลภ มักจะดิ้นรนหาห่วงมาคล้องคอตัวเองเสมอ "คุณแม่พูดจาให้เกียรติเงินในตระกูลหลี่หน่อยนะครับ... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้มันคือเงินในกระเป๋าของดิฉันคนเดียวต่างหาก" เหมยลี่ลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "ส่วนที่มาที่ไปน่ะเหรอครับ ก็มาจากฝีมือการค้าขาย 'ซาลาเปาทรงเครื่องสูตรวิญญาณสะท้านภพ' และ 'น้ำเก๊กฮวยพลังจิต' ของดิฉันที่ตลาดมืดเมื่อหัวค่ำนี้ยังไงล่ะครับ ขายดิบขายดีจนพ่อค้าแม่ขายแถบนั้นเขาวิ่งตามเอาตังค์มายัดใส่มือจนทอนไม่ทันเลยทีเดียว" ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนด้านในก็เปิดแง้มออก ผีคุณทวดตระกูลหลี่ในชุดเสื้อคลุมโบราณลอยตัวออกมาจากรอยแยกของผนัง ใบหน้าซีดขาวแต่แววตาวาวโรจน์ด้วยความสะใจ แกเอามือไขว่หลังแล้วโน้มตัวกระซิบข้างหูเฝิงฮุ่ยด้วยเสียงแหบพร่าเย็นเยียบ *“นั่นน่ะ... เงินสดกำไรล้วนๆ สามพันหยวนเชียวนะคุณแม่ยาย... หึหึ สี่เท่าของเงินเดือนลูกชายเธอทั้งปีรวมกันเสียอีก ลูกสะใภ้คนนี้เก่งกาจกว่าคนในตระกูลเธอครึ่งค่อนบ้านมารวมกันเสียอีกนะ... ว่าไหมล่ะ?”* เฝิงฮุ่ยสะดุ้งสุดตัว ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง นางหันขวับไปมองความว่างเปล่าข้างตัวด้วยความหวาดผวา แม้จะมองไม่เห็นตัวชัดเจน แต่แรงกดดันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาทำให้รู้ได้ทันทีว่าผีบรรพบุรุษตนนี้กำลังเข้าข้างนังเด็กปากแจ๋วคนนี้อย่างออกนอกหน้า บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วราวกับคนสติแตก ก๊อกๆๆๆ! "พี่สะใภ้! พี่สะใภ้รอง! เปิดประตูให้ฉันทีเถอะจ้า!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแว่วเข้ามา เฝิงฮุ่ยขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อจำได้ว่านั่นคือเสียงของ 'เฝิงหลาน' น้องสาวแท้ๆ ของนางเอง ผู้ซึ่งเคยประกาศกร้าวกลางวงกินข้าวเมื่อเดือนก่อนว่าตระกูลหลี่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ และห้ามไม่ให้ใครมาคบค้าสมาคมด้วยเด็ดขาด ประตูหน้าบ้านถูกดันเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เฝิงหลานในชุดนอนไม่ได้นอน สวมเสื้อคลุมทับลวกๆ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าที่เคยเชิดชูคอระหงยามเมื่อมาเยือนในอดีต บัดนี้กลับซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ฝืนปั้นแต่งจนน่าเกลียด ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นกองเงินสดมหาศาลบนโต๊ะ ดวงตาของเฝิงหลานก็เบิกโพลงเป็นประกายวาววับ นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะโผเข้ากอดแขนของเหมยลี่ ทว่าถูกไอร้อนจากยันต์ผีสิงที่วางอยู่บนตักสะบัดใส่จนต้องชะงักกึก ถอยกรูดด้วยความเจ็บแปล๊บที่ฝ่ามือ "โอย... น้องเหมยลี่จ๊ะ หลานรัก! ไม่สิ พี่สะใภ้คนสวย!" เฝิงหลานเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี นางบีบน้ำตาฉับพลันแล้วยกมือขึ้นเช็ดหัวตาที่แห้งผาก "ฉันได้ยินชาวบ้านเขาลือกันหนาหูว่าเธอค้าขายร่ำรวยเป็นเศรษฐีินีชั่วข้ามคืน ฉันกับพี่สาวก็ตกใจรีบมาดูด้วยความเป็นห่วง... แหม ครอบครัวเราเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันจริงไหมจ๊ะ?" เฝิงฮุ่ยที่ตั้งสติได้จากการตกใจกลัวผี ก็รีบเข้ามาสมทบพลางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนลงอย่างน่าขัน นางขยับเข้าไปใกล้โต๊ะไม้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแกมบังคับ "นั่นสิoseหมยลี่ แกก็รู้ว่าบ้านเราช่วงนี้ขัดสน ค่าใช้จ่ายในบ้านก็เยอะ น้องสาวฉันเขากำลังเดือดร้อนเรื่องเงินทุนเปิดร้านค้าปลีกที่ท้ายหมู่บ้าน แกในฐานะสะใภ้ใหญ่... อ้อ สะใภ้รองของบ้าน ก็ควรจะรู้จักกตัญญูและเผื่อแผ่ญาติพี่น้องเสียบ้าง เงินตั้งหลายพันเนี่ย แกเอาไปใช้คนเดียวไม่หมดหรอก แบ่งให้ทางนี้สักสองพันหยวนไปหมุนก่อนเถอะนะ ถือว่าทำบุญสร้างกุศล!" คำพูดที่หน้าด้านหน้าทนอย่างไร้ยางอายถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความละอายใจ เฝิงหลานรีบพยักหน้ารัวสนับสนุนทันที "ใช่ๆๆ พี่สะใภ้รอง เธอยังเด็กนัก เรื่องการบริหารเงินให้ผู้ใหญ่จัดการน่าจะดีกว่านะจ๊ะ เอาเงินมาให้ฉันลงทุน เดี๋ยวฉันคืนกำไรให้งามๆ เลย เอ้า... ส่งเงินมาสิยะ!" เหมยลี่ชะงักมือที่กำลังหมุนพัดขนนก นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสองป้าหลานด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความขบขันและเหยียดหยามที่ฉาบอยู่บนใบหน้าเรียวสวย นางค่อยๆ เลื่อนมือไปกวาดธนบัตรปึกใหญ่เข้าหาตัวทีละปึกอย่างเชื่องช้า เสียงกระดาษกระทบกันดังกรอบแกรบราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในความโลภของคนทั้งสอง "โอ้โห... หน้าหนากว่าแผ่นเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมในโรงงานตีเหล็กหลังหมู่บ้านเสียอีกนะครับเนี่ย" เหมยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่คำพูดกลับจิกกัดเข้ากระดูกดำ "ตอนที่สามีฉันบาดเจ็บกลับมาจากชายแดน แล้วพวกท่านสองคนเดินมาถ่มน้ำลายใส่หน้าบ้าน พร้อมกับประกาศตัดขาดญาติมิตรเพราะกลัวพวกเราจะไปขอส่วนบุญ... ความทรงจำส่วนนั้นของดิฉัน ยังไม่ได้ถูกรีไซเคิลทิ้งถังขยะไปไหนหรอกนะครับ" สีหน้าของเฝิงฮุ่ยและเฝิงหลานแข็งค้างลงทันที รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระเจิงกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ "นัง... นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่!" เฝิงฮุ่ยตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความเหลืออด "ฉันเป็นแม่สามีแกนะ! ส่วนนี่คือน้องสาวแท้ๆ ของฉัน แกจะปล่อยให้ญาติอดตายรอมร่อโดยไม่แยแสเลยรึไง!" "อ้าว ถ้ารู้ตัวว่าอดตาย ทำไมไม่ไปทำนาหาเช้ากินค่ำเหมือนชาวบ้านเขาปกติล่ะครับ?" เหมยลี่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากวิญญาณรอบตัวแผ่ซ่านจนหน้าต่างไม้สั่นสะเทือน นางก้าวเข้าไปใกล้เฝิงหลานทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดไปจนชนฝาผนัง "เงินนี่คือหยาดเหงื่อแรงงานของดิฉันกับสามี ที่ต้องตื่นตีสามออกไปต้มน้ำซุปและปราบผีสางในตลาดมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด... พวกท่านอยู่ดีกินดีนอนกระดิกเท้าอยู่ที่บ้านเฉยๆ พอได้กลิ่นเงินสดก็วิ่งแจ้นมาเลียแข้งเลียขาเหมือนสุนัขหิวโซ... น่าสมเพชเสียจริงนะครับ" เฝิงหลานหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอาย นางกรี๊ดออกมาด้วยความโมโหแล้วพุ่งตัวจะเข้ามาแย่งกระเป๋าเงินบนโต๊ะ "นังเด็กนี่! แกตายเสียเถอะ!" ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ปลายนิ้วของเฝิงหลานจะทันได้แตะถูกชายเสื้อของเหมยลี่ ประตูห้องนอนด้านในก็เปิดผางออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะเปื้อนคราบโคลนจางๆ และกลิ่นไอความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ก้าวออกมาขวางกลางวงสนทานาไว้พอดิบพอดี หลี่จ้านยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นแม่และป้าภรรยาด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความเย็นชาชวนขนหัวลุก มือหนาทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เพียงแค่เขายืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น บรรยากาศกดดันรอบตัวก็ทำเอาเฝิงฮุ่ยและเฝิงหลานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แม่... กำลังทำอะไรภรรยาผมอยู่เหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ แต่ทรงพลังจนคนฟังเข่าแทบทรุด ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้หมอผีวัยรุ่นคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สามีทหารอย่าดุ เดี๋ยวตบด้วยยันต์ผีสิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%