เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 5

ติดฝนกลางกรุง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงบีบแตรยาวเหยียดจากรถกระบะคันข้าง ๆ ดังแทรกเข้ามาในห้องโดยสารที่ถูกปิดทึบ สะท้อนความหงุดหงิดของคนกรุงเทพฯ ยามเย็นที่ติดแหง็กอยู่บนทางด่วน ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก บรรยากาศภายในรถยนต์หรูยี่ห้อดังกลับเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว แทนคุณนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างคนขับ สายตาทอดมองเม็ดฝนที่แข่งกันไหลละန်းบนกระจกใส ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน หลังจากที่พายุลูกใหม่ในใจเพิ่งสงบลงไปชั่วคราวจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ออฟฟิศเมื่อครู่ ทว่า ความเงียบในพื้นที่แคบ ๆ แบบนี้กลับอันตรายกว่าที่คิด มันไม่ได้สร้างความผ่อนคลาย แต่มันกลับขยายเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ให้ดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนน่ารำคาญ "ถ้าจะถอนหายใจดังขนาดนั้น ลงไปโบกแท็กซี่กลางสายฝนด้านนอกไหมล่ะครับ คุณแทนคุณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คิมหันต์ยังคงจดจ้องถนนเบื้องหน้า มือหนาจับพวงมาลัยมั่น ใบหล่อเหลานิ่งขรึมตามสไตล์ซีอีโอหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ แต่หางตาคมกริบกลับเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ แทนคุณหันขวับ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนทันที ปากบางเฉียบขยับยิ้มหยัน "ถ้าผมลงไปเปียกปอนอยู่ข้างนอก คนที่จะเดือดร้อนและรู้สึกผิดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็คงไม่ใช่ผมหรอกครับ... แต่เป็นท่านประธานปากร้ายที่กลัวว่าผมจะลาออกมากกว่า" "มั่นใจเกินไปหน่อยแล้วมั้งครับ" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ปรายตามองด้วยแววตาวับวาวที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้มิดชิด "ผมแค่กลัวว่าถ้าคุณป่วย งานโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะส่งลูกค้าพรุ่งนี้เช้าจะพังไม่เป็นท่าต่างหาก ไม่มีเหตุผลอื่นเลยสักนิด" "อ๋อเหรอครับ..." แทนคุณลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ "งั้นก็กรุณาเหยียบคันเร่งให้เร็วกว่านี้หน่อยเถอะครับท่านประธาน รถติดแหง็กแบบนี้ ผมเกรงใจเวลาอันมีค่าของคุณจะหมดไปกับการมานั่งเถียงกับลูกน้อง" คิมหันต์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงแต่ขบกรามแน่นจนสันกรากนูนเด่น มือที่กำพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปากบอกว่าไม่อยากเสวนาด้วย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรำไปกับจังหวะกวนประสาทของอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น ผู้ชายอะไร... ต่อปากต่อคำเก่งเป็นบ้า ยิ่งดื้อยิ่งน่าจับมาตีให้เข็ดเสียให้เข็ด รถยนต์เคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ไม่ถึงสิบเมตรก็ต้องหยุดนิ่งสนิทอีกครั้ง เมื่อสัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงยาวนาน บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม มันคือความเงียบที่หนาแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ คิมหันต์หันศีรษะมามองคนข้างกายเต็มตา ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้มีร่องรอยความเหนื่อยล้าเจือจาง สายตาของซีอีโอหนุ่มไล่ระดับต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะดุดเข้ากับจุดสะดุดตาที่มุมปากอิ่ม ตรงนั้น... มีคราบซอสสีเข้มจากมื้อเที่ยงเร่งรีบเมื่อกลางวันหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ตัดกับผิวเนียนละเอียดอย่างเห็นได้ชัด แทนคุณขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องนิ่งไม่วางตา "มองอะไรครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" คิมหันต์ไม่ตอบ คำพูดใด ๆ ถูกกลืนหายไปในลำคอ ชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายช้า ๆ ระยะห่างระหว่างเบาะถูกร่นให้แคบลงจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนลอยวนอยู่รอบตัว แทนคุณชะתากรัง ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ม "นี่คุณ... จะทำอะไรน่ะ ถอยไปเลยนะ" คิมหันต์ไม่สนใจคำท้วงติง นิ้วเรียวยาวแข็งแรงเอื้อมออกไป ปลายปลายนิ้วโป้งสัมผัสเข้ากับมุมปากนุ่มนวลอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ทำให้แทนคุณสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ช็อตเข้าที่กลางใจ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สัมผัสนั้นเบามือเสียจนผิดวิสัยคนปากร้าย แต่มันกลับหนักหน่วงพอที่จะทำให้สมองของแทนคุณขาวโพลนไปชั่วขณะ คิมหันต์บรรจงเกลี่ยรอยเปื้อนออกอย่างเบามือ สายตาที่มองมาลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา นัยน์ตาคู่นคมเข้มคู่นั้นไหววับสะท้อนภาพใบหน้าของแทนคุณที่กำลังขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ซุ่มซ่าม..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิด ชิดเสียจนริมฝีปากแทบจะเฉียดผ่านแก้มใส "โตจนป่านนี้แล้ว ยังกินเลอะเป็นเด็ก ๆ ไปได้" แทนคุณสมองอื้ออึง หัวใจเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบอก มือเล็กเผลอยกขึ้นกำเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายไว้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่จะผลักไส ร่างกายกลับแข็งค้างปล่อยให้อีกฝ่ายรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวอย่างหน้าตาเฉย บรรยากาศรอบกายราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เม็ดฝนที่กระทบกระจกรถด้านนอกกลายเป็นเสียงประกอบฉากที่เบาหวง คิมหันต์ชะงักมือค้างไว้ที่เดิม เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววสั่นไหวไม่แพ้กัน ระยะห่างแค่คืบทำให้รับรู้ถึงไออุ่นจากกันและกันได้อย่างชัดเจน ความซุนเดระที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ "ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนี้อีก..." คิมหันต์กระซิบชิดริมหิมะฝีปาก เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างอันตราย "ผมอาจจะลืมตัวทำเรื่องที่มากกว่าแค่เช็ดปากให้คุณก็ได้นะครับ... แทนคุณ" แทนคุณเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่กำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกรถด้านคนขับดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลจนพังทลายในพริบตา คิมหันต์ผละถอยหลังกลับไปนั่งตัวตรงอย่างหงุดหงิด ดวงตาคมตวัดมองไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนตากฝนอยู่ด้านนอกผ่านกระจกใส ใบหน้าของบุคคลมาใหม่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักค้าง มินตรา... ยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่ท่ามกลางสายฝน มือเรียวถือร่มคันใหญ่พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ เมื่อมองลอดกระจกเข้ามาเห็นเจ้านายหนุ่มและดีไซเนอร์คนเก่งนั่งประชิดติดกันในระยะประชิด "คิมคะ... บังเอิญจังเลย" มินตราเอ่ยทักทายเสียงใสทันทีที่กระจกลดลง "มินเห็นรถคุณจอดติดอยู่นาน เลยเดินมาดู... เอ๊ะ หรือว่ามินรบกวนเวลาอะไรของคุณสองคนหรือเปล่าคะเนี่ย?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" คนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%