เสียงกระดาษปึกหนาถูกโยนกระทบพื้นโต๊ะทำงานดังปึกใหญ่ เป็นสัญญานเตือนภัยระยะประชิดที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงไซเรนอัคคีภัย แทนคุณกะพริบตาปริบๆ มองเอกสารโครงการรีแบรนด์ดิ้งที่เขาใช้เวลาอดหลับอดนอนปั่นมันมาสามวันเต็ม บัดนี้กลับถูกตีตกด้วยเหตุผลไร้สาระประเภท "ยังขาดจิตวิญญาณแห่งความเป็นลักชัวรี" จากฝีปากของซีอีโอจอมเผด็จการที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า
"คุณคิดว่านี่คือผลงานของดีไซเนอร์ระดับมือรางวัล หรือผลงานของเด็กฝึกงานหัดวาดรูปเล่นในคาบศิลปะกันครับ คุณแทนคุณ"
คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความเยียบเย็นและกดดันในทุกพยางค์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงมาอย่างเหนือกว่า เจ้าตัวจงใจโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างที่บีบคั้น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบส่งกลิ่นกายหอมละมุนของแอมเบอร์และไม้ซีดาร์ลอยมาแตะจมูก เจตนาคุกคามทางสายตาและJอารมณ์ฉายชัดเจนชนิดที่ว่าหากเป็นพนักงานคนอื่นคงตัวลีบเป็นกุ้งแห้งไปแล้ว
ทว่า... นั่นไม่ใช่สำหรับแทนคุณ
ดีไซเนอร์หนุ่มร่างเพรียวไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หมุนอย่างสบายอารมณ์ มือเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาควงเล่นสลับไปมาอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่คิมหันต์เห็นทีไรเป็นต้องรู้สึกหงุดหงิดจนมุมปากกระตุกทุกครั้งไป
"ถ้าท่านประธานใช้สายตาและสมองที่ละเอียดอ่อนกว่าการมานั่งจับผิดเรื่องฟอนต์อักษร ลองอ่านบทวิเคราะห์การตลาดในหน้าสี่ดูสักนิด ท่านก็จะMพบว่าจิตวิญญาณแห่งความเป็นลักชัวรีที่ท่านตามหาน่ะ มันซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายแต่ทรงพลังต่างหากล่ะครับ" แทนคุณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนพอกัน
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมดุหรี่แคบลงเล็กน้อย ความเงียบอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความเย่อหยิ่งของซีอีโอหนุ่มปะทะเข้ากับความหัวรั้นและดื้อดึงของดีไซเนอร์หนุ่มอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีเดือดพล่านประทุขึ้นกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ
"ปากเก่งนักนะ" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นจนแทนคุณต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ในเมื่อคุณมั่นใจในผลงานนัก งั้นผมจะมอบ 'กฎเหล็ก' 5 ข้อในการทำงานร่วมกับผมให้คุณฟัง เผื่อว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะได้เข้าใจระบบระเบียบของที่นี่มากขึ้น"
แทนคุณเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย ผายมือออกเชิงเชิญชวน "เชิญครับ ท่านประธานผู้สมบูรณ์แบบ หูผมเปิดกว้างรับฟังบัญชาสวรรค์อยู่แล้ว"
"ข้อแรก..." คิมหันต์ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงจริงจังไร้ล้อเล่น "เวลาผมเรียกพบ คุณต้องมาถึงภายในสามนาที ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียว"
"ผมไม่ใช่ยามรักษาความปลอดภัยที่จะต้องวิ่งสี่คูณร้อยเมตรทุกครั้งที่คุณกดอินเตอร์คอมนะครับ" แทนคุณแย้งทันที
"ข้อสอง..." ซีอีโอหนุ่มทำเป็นหูทวนลม ชูนิ้วที่สองตามมาติดๆ "เอกสารทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ห้ามมีคำผิดหรือดีไซน์ที่แหวกแนวหลุดโลกอย่างไร้เหตุผล"
"ถ้างานศิลปะมันต้องอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่น่าเบื่ออย่างไร้จิต Aญญาณแบบที่คุณต้องการ ผมลาออกไปนอนเกาพุงอยู่บ้านยังจะดีกว่าครับ"
"ข้อสาม..." คิมหันต์เริ่มกัดฟันกรอดเมื่อโดนยอกย้อนเป็นรอบที่สอง "ห้ามทำหน้าตากวนประสาทใส่ผมเวลาที่ผมกำลังออกคำสั่งเด็ดขาด!"
"อันนี้คงยากครับท่านประธาน เพราะหน้าตาผมมันถูกสร้างมาให้ดูหมั่นไส้โดยธรรมชาติ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนถือลิขสิทธิ์ความหล่อและความเป๊ะอยู่คนเดียวนี่แหละครับ" แทนคุณตอบกลับพร้อมรอยยิ้มพริမ်းเพรา ชนิดที่ว่าถ้าหยิบไม้บรรทัดมาวัดความกวนประสาท คะแนนของเขาคงทะลุเพดานไปไกล
คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่พุ่งพล่านจนเกือบจะระเบิดออกมาเป็นคำด่า ผู้ชายคนนี้คือภัยคุกคามต่อสุขภาพจิตของเขาอย่างแท้จริง ทั้งดื้อด้าน ปากคอเราะร้าย และไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งมองรอยยิ้มระเรื่อบนริมฝีปากนั่น หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ จนคิมหันต์ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งสติ
"ข้อสี่..." คิมหันต์พยายามดึงเสียงให้กลับมาขรึมตามเดิม "คุณต้องรายงานความคืบหน้าของงานทุกวัน... โดยตรงกับผมเท่านั้น ห้ามผ่านเลขา"
แทนคุณชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงพิจารณาปฏิกิริยาของคนตรงหน้า "ห้ามผ่านเลขา? ปกติงานดีไซน์เราส่งผ่านระบบของบริษัทไม่ใช่เหรอครับ ทำไมต้องรายงานตรงกับคุณด้วยล่ะ หรือว่า... ท่านประธานกลัวเหงา ไม่มีเพื่อนคุย?"
"อย่าสำคัญตัวผิดน่า แทนคุณ!" คิมหันต์เสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า "ผมแค่อยากควบคุมคุณภาพงานอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มันพังคามือคุณก็เท่านั้น และข้อสุดท้าย ข้อที่ห้า..."
ซีอีโอหนุ่มเว้นจังหวะ ก้าวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวดีไซเนอร์หนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาครอบงำพื้นที่จนแทนคุณต้องเอนหลังจนติดพนักพิง กลิ่นหอมอบอุ่นผสมผสานกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากห้องทำงานตึงเครียด กลายเป็นห้วงเวลาโรแมนติกที่สั่นสะเทือนหัวใจอย่างกะทันหัน
คิมหันต์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของแทนคุณ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"ข้อที่ห้า... ห้ามทำตัวน่ารัก... เวลาเถียงผม"
คำพูดนั้นทิ้งทวนความเงียบงันไว้กลางอากาศ แทนคุณถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบอกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกลาบที่เต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
ก่อนที่สงครามประสาทครั้งนี้จะลามเลยไปถึงเขตอันตรายที่พวกเขาอาจถอนตัวไม่ขึ้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท พร้อมกับการหมุนลูกบิดเปิดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณคิมคะ มินตราเองค่ะ พอดีคุณแม่ท่านให้มินตราเอา..."
เสียงหวานหยดของมินตรา คู่หมั้นสาวทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส ทำให้บรรยากาศเดือดพล่านเมื่อครู่อลายหายไปในพริบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคิมหันต์และแทนคุณต้องเบิกตา wide ด้วยความตกใจ คือเอกสารสำคัญในมือของมินตรา ที่เปิดกางออกและมีคราบกาแฟหกเปรอะเปื้อนจนเละเทะ ทับอยู่บนร่างสัญญาโปรเจกต์ลับที่เพิ่งเซ็นอนุมัติไปหยกๆ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของนาโนบอทมาสเตอร์เสมอนะครับ
เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 5 ข้อของท่านประธาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!