กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้เจือจางผสมกับไอฝนจางๆ จากเครื่องปรับอากาศในรถยนต์คันหรู ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดซึ่งแคบลงถนัดตาเมื่อเบาะฝั่งข้างคนขับถูกครอบครองโดยดีไซเนอร์ปากเก่ง
ประโยคประกาศิตจากตอนที่แล้วยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ทว่าตอนนี้ ประตูรถถูกล็อกอัตโนมัติเรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยปล่อยให้เกมพลิกหลุดมือ
"ล็อกรถทำไมครับคุณคิมหันต์" แทนคุณเลิกคิ้วถาม ร่างเพรียวขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชิดติดกับประตูรถฝั่งซ้ายโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะยังเก่งและเชิดหน้าท้าทาย แต่ดวงตากลมโตที่ไหวระริกเล็กน้อยนั้นไม่สามารถซ่อนความประหม่าเอาไว้ได้เลย
คิมหันต์ไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เจ้าตัวมักใส่เวลาอ่านเอกสารยาวๆ แต่ตอนนี้มันถูกถอดออกและวางไว้คอนโซลหน้ารถ) จ้องมองคนตรงหน้าด้วยประกายไฟที่สุกสกาวเสียยิ่งกว่าแสงไฟจากตึกสูงริมถนนยามค่ำคืน
"ก็บอกแล้วไงครับว่าเรื่องของเรา... ยังไม่จบ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำพAร่าพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยได้รูป คิมหันต์ขยับกายเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงทาบทับพื้นที่กึ่ง1นกึ่งนั่ง พื้นที่ระหว่างเบาะถูกย่อให้แคบลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้บริหารหนุ่มโชยเข้าปะทะนาสิกจนแทนคุณต้องกลั้นหายใจชั่วขณะ
"คุณคิม ถอยไปหน่อยครับ มันแคบ" แทนคุณเอ่ยเตือน เสียงห้วนที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวกลับสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด เมื่อปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน แล้วเชยขึ้นเบาๆ บังคับให้ดวงหน้าหวานต้องเงยขึ้นสบตา
"แคบตรงไหนครับ... ผมว่ากำลังพอดีต่างหาก"
คิมหันต์กระิบชิดริมฝีปาก สายตาคมปลาบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่ออย่างพึงพอใจ ความซึนเดระที่เคยพعاکเกราะป้องกันตัวมลายหายไปจนสิ้น ยามนี้หลงเหลือเพียงหมาโบ้ตัวโตที่จ้องจะตะครุบเหยื่อด้วยความคลั่งรักแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
แทนคุณเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองเพล ปากที่เคยไวและทันคนกลับหนักอึ้งขึ้นมาเฉียบพลัน ความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นจนแทบหลอมละลายทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมกระเจิงไปคนละทิศละทาง
"คุณมัน... เอาแต่ใจที่สุด" แทนคุณพึมพำลอดไรฟัน พยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่รั้งไว้มั่น
"ครับ ยอมรับ" คิมหันต์ตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความร้ายกาจทำเอาคนมองใจสั่นสะเทือน "โดยเฉพาะกับเรื่องของคุณ... ผมเอาแต่ใจมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก, แทนคุณ"
บรรยากาศภายในรถเงียบงันลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่สอดประสานกัน ความเร่าร้อนจากความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือนกำลังปะทุขึ้นทีละน้อย สายตาของทั้งคู่ประสานกันลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำบรรยายใดมาทดแทน คิมหันต์ไล่สายตาจากดวงตากลมโตลงมาที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ความรู้สึกโหยหาและอยากครอบครองตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบระเบิด
ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น คิมหันต์หลับตาลงช้าๆ เตรียมจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านสัมผัสที่รอคอยมานาน
"แทน... คือว่าผม..."
เสียงทุ้มต่ำเอื้อAนเอ่ยคำสารภาพที่กล Sั้นอยู่ในใจออกมาด้วยความจริงจัง น้ำเสียงที่มักจะแข็งกระด้างยามสั่งงานกลับนุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อยในห้วงอารมณ์นี้ แทนคุณหลับตาลงรับรู้ถึงสัมผัสอุ่นที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เตรียมพร้อมจะรับฟังคำตอบที่รอคอย
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะวิกฤตการณ์หัวใจอย่างไม่รู้กาลเทศะ
คิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาคมลืมตาขึ้นด้วยความหงุดหงิดระAคายเคืองอย่างถึงที่สุด เขากัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ขณะที่แทนคุณสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังกลับไปชิดประตูรถทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
หน้าจอสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนคอนโซลรถสว่างวาบขึ้น พร้อมกับชื่อผู้โทรเข้าที่ปรากฏหรา
[มินตรา]
ดวงตาของคิมหันต์หรี่แคบลงด้วยความกรุ่นโกรธ เขากดตัดสายตาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แต่ไม่ถึงสามวินาทีต่อมา... เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้
แทนคุณสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ "รับสายก่อนเถอะครับ... คุณมินตราอาจจะมีเรื่องสำคัญ"
คิมหันต์มองหน้าดีไซเนอร์คนเก่งสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุด ความหงุดหงิดฉายชัดในแววตา เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่าทีฮึดฮัด ก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างที่พร้อมจะระเบิดใส่ปลายสายทันที
"มีอะไร!"
("คิมคะ... อยู่ไหนคะเนี่ย คุณพ่อท่านบอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ต้องคุยกับคุณตอนนี้เลยค่ะ รบกวนมารับมินที่คอนโดหน่อยนะคะ พอดีรถมินเสีย...") เสียงหวานใสของมินตราเอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองแทนคุณที่นั่งกอดอกตีสีหน้านิ่งเรียบกลับมาทันที ความซวยที่เข้ามาขัดจังหวะในวินาทีสำคัญทำให้เขาอยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น
แต่ก่อนที่คิมหันต์จะทันได้เอปากปฏิเสธเสียงแข็ง แทนคุณก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
"ไปเถอะครับ... คู่หมั้นของคุณรออยู่"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังพุ่งทะยานนี้นะครับ
เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 15
คำสารภาพที่กลืนหายไป
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!