แฟ้มเอกสารดีไซน์โปรเจกต์สุดท้ายถูกปัดร่วงลงบนพื้นพรมราคาแพง เสียงกระดาษหนาปึกกระทบพื้นดังทึบสะท้อนความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพลของคนเก็บกักษ์กลับดังยิ่งกว่า
แทนคุณก้มลงมองแฟ้มผลงานที่ตัวเองทุ่มเทอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันสามคืนเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัทจากข่าวฉาวที่มินตราสร้างไว้ มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์ แต่คือศักดิ์ศรี หยาดเหงื่อ และความตั้งใจทั้งหมดที่เขาอยากพิสูจน์ให้คนตรงหน้าเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ "เด็กเส้น" อย่างที่ใครต่อใครนินทากัน
"คุณจะโยนมันทิ้งอีกกี่รอบครับ ถึงจะพอใจ?"
เสียงหวานติดจะแห้งผากเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่คมกริบ แทนคุณไม่ได้ก้มลงเก็บแฟ้มนั้นทันที ปลายนิ้วเรียวกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและดื้อรั้นมาตลอด บัดนี้กลับมีรื้นน้ำใสๆ เอ่อคลอหน่วยโดยไม่ยอมให้ร่วงหล่นลงมา
คิมหันต์ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ ร่างสูงโปรดปรานความสมบูรณ์แบบเป็นที่สุด แต่ความสมบูรณ์แบบทั้งหมดในโลกใบนี้เทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า ปากร้ายๆ ที่มักจะหาคำพูดเชือดเฉือนมากลบเกลื่อนความห่วงใย กลับหนักอึ้งรากับมีก้อนหินมาถ่วงไว้จนเปล่งเสียงไม่ออก
"ผมไม่ได้หมายความว่า..." คิมหันต์ขยับตัว ทำท่าจะก้าวเข้าไปหา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อแทนคุณเงยหน้าขึ้นมาสบตา
หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินผ่านแก้มเนียนลงมาเงียบๆ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีท่าทีฟูมฟาย มีเพียงความเปราะบางที่พังทลายลงในวินาทีที่คนปากแข็งที่สุดยอมแพ้ต่อความเหนื่อยล้า
"ผมรู้ว่าผมมันดื้อ... ผมรู้ว่าผมทำตัวน่ารำคาญในสายตาคุณ" แทนคุณแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือจนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่กลางอก "แต่ผมก็ทุ่มเท... ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้คุณยอมรับในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ในฐานะอื่น... ทำไมคุณถึงใจร้ายจังครับท่านประธาน"
คำว่า "ใจร้าย" พุ่งชนหัวใจคิมหันต์เข้าอย่างจัง ความซึนเดระที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาเดียว
ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวในระยะประชิด ก่อนจะดึงร่างบางที่สั่นเทาเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้แทนคุณได้ตั้งตัวหรือผลักไส
"เฮ้ย..." แทนคุณอุทานด้วยความตกใจ พยายามจะดันอกแกร่งออก แต่แรงน้อยนิดหรือจะสู้แรงอ้อมกอดที่รัดแน่นรากับคีมเหล็ก "ปล่อยนะ! ไหนว่าเกลียดผมนักไม่ใช่เหรอ ปล่อยสิครับ!"
"ใครบอกว่าเกลียด" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น คิมหันต์กดศีรษะทุยของคนในอ้อมกอดให้ซบลงกับแผงอกของตน ฝ่ามือหนาลูบเส้นผมนุ่มอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดในชีวิต "ผมไม่เคยเกลียดนาย... แทนคุณ ฟังให้ดีนะ ผมไม่เคยเกลียดเด็กดื้อคนนี้เลยสักวินาทีเดียว"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อม ยิ่งทำให้เขื่อนน้ำตาที่พยายามกั้นไว้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ แทนคุณซบหน้าลงกับเสื้อสูทเนื้อดี ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน ความกดดัน ความเหนื่อยล้า และความน้อยใจที่สะสมมานานระบายออกมาผ่านหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้าจนเปียกชื้น
คิมหันต์เจ็บแปลบไปทั้งใจยามที่ได้ยินเสียงสะอื้นฮักของคนในอ้อมแขน เขายิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของอีกฝ่ายให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ริมฝีปากหยักได้รูปจูบซับลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างลืมตัว ปล่อยให้ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจนับเดือนพรั่งพรูออกมาเป็นคำพูดคลั่งรักระดับสิบเล่มเกวียน
"ถ้ารู้ว่าร้องไห้แล้วผมจะใจจะขาดแบบนี้... ผมคงไม่กล้าขัดใจนายตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ"
คิมหันต์กระซิบชิดขมับ เสียงทุ้มนุ่มนั้นสั่นน้อยๆ แฝงความเวทนาและคลั่งรักจนเกินเยียวยา
"คนบ้า..." แทนคุณทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ทั้งที่เสียงยังอู้อี้ "คุณมันปากร้าย... ปากไม่ตรงกับใจที่สุด"
"ยอมรับก็ได้ว่าปากแข็ง" คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้มลงกดจูบซับหยาดน้ำตาที่ยังเปื้อนแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนและหลงใหลจนแทบคลั่ง "แต่ต่อให้ผมปากแข็งแค่ไหน... หัวใจผมมันก็สั่งให้ผมรักนายคนเดียวอยู่ดี... แทนคุณ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟอร์ม ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยตึงเครียดกลับหวานเชื่อมจนมดแทบขึ้น ปลายนิ้วเรียวของคิมหันต์เกลี่ยไล้คราบน้ำตาบนแก้มใสอย่างเบามือ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
แทนคุณชะงักงัน หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่วิ่งมาราธอน ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความซึนและอาการปากเก่งหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความเขินอายที่แล่นริ้วจนต้องหลบสายตาคมคู่นั้น
"ใครใช้ให้มาบอกตอนนี้เล่า..." แทนคุณพึมพำเสียงเบาหวิว ซุกหน้าหนีความเขินลงกับอกแกร่งอีกรอบ ทำเอาคิมหันต์หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ระคนหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะก้มลงกระซิบชิดริมหูขาว
"ถ้ายังไม่พอใจ... จะให้ผมพิสูจน์ความคลั่งรักด้วยวิธีอื่นอีกไหมล่ะครับ หืม?"
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศแสนหวาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณคิมคะ! มินมีเรื่องด่วนต้อง..."
มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเธอเห็นท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังโอบกอดดีไซเนอร์ตัวแสบไว้อย่างแนบแน่น แถมสายตาที่คิมหันต์ตวัดกลับมามองเธอบัดนี้... เต็มไปด้วยประกายแห่งความเหี้ยมเกรียมและรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกร่างใครก็ตามที่กล้าเข้ามารบกวนช่วงเวลาสำคัญนี้เป็นชิ้นๆ!
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของท่านประธานด้วยกันนะครับ!
เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 25
น้ำตาของคนปากแข็ง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!