เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 17

ท่านประธานสติหลุด

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กระดาษแผ่นสีขาวสะอาดตาบนโต๊ะทำงานไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก แต่มันกลับถ่วงรั้งบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก "กระดาษบ้าอะไร... น้ำหนักเท่าก้อนหินหรือยังไงวะ" แทนคุณพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเลื่อนสายตามองซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุจดหมายลาออกฉบับจริง ซึ่งผ่านการพิจารณาไตร่ตรองมาทั้งคืนแล้ว เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือฟ้องว่าเลยเวลาเข้างานมาสิบนาที และนั่นหมายความว่า 'เป้าหมาย' ที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในสามโลกกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ตึกระฟ้าแห่งนี้ในอีกไม่กี่อึดใจ นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะกระวนกระวาย ใจหนึ่งอยากวางมันไว้แล้วเดินหนีไปให้พ้น แต่อีกใจก็รู้ดีว่าคนอย่าง คิมหันต์ ไม่มีทางยอมปล่อยให้พนักงานมือดีเดินออกจากบริษัทไปเฉยๆ โดยเฉพาะในวันที่โปรเจกต์ใหญ่กำลังจะปิดดีล แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานไม่ได้มาจากการหมุนลูกบิดตามมารยาท แต่มันมาพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลจนบานไม้ราคาแพงเกือบซัดเข้ากับผนัง ปรากฏร่างสูงโปรดของซีอีโอหนุ่มที่เวลานี้เนคไทหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางด้วยความเร่งรีบ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นคมกริบทอแสงโรจน์ด้วยเพลิงโทสะผสมความเจ็บปวดระลอกใหญ่ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แต่มันทะลักออกมาจนหมด คิมหันต์หอบหายใจเล็กน้อย หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวมาหยุดนิ่งที่โต๊ะทำงานของแทนคุณ ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนคนนั่งอยู่ต้องเผลอถอยหลังกรูด "คุณหมายความว่ายังไง... แทนคุณ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน มันไม่ได้ดังตะคอก แต่มันสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จนน่ากลัว คิมหันต์ใช้มือสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงมาหาคนที่นั่งอยู่ แววตานั้นแข็งกร้าวแต่กลับไหววูบอย่างน่าประหลาดในวินาทีที่กวาดตามองซองเอกสารบนโต๊ะ แทนคุณกลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ตั้งสติแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากลับด้วยแววตาเรียเฉย พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูง "ก็ตามที่อ่านในเอกสารครับท่านประธาน ผมยื่นใบลาออก มีผลสิ้นเดือนนี้" "ลาออก?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเยียบเย็น ดวงตาคมกวาดมองใบลาออกนั้นราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูล ก่อนจะเงยขึ้นจ้องเขม็ง "คุณกล้าดียังไงถึงยื่นใบลาออกโดยไม่ปรึกษาผม โปรเจกต์คอลเลกชันใหม่กำลังจะเริ่มอาทิตย์หน้า คุณเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก... คุณจะทิ้งมันไปดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ!" "ผมไม่ได้ทิ้งงาน ผมเคลียร์งานทุกอย่างจนถึงงวดสุดท้ายไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องปรึกษา... ผมคิดว่าการลาออกเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครเป็นพิเศษ ยกเว้นฝ่ายบุคคลครับ" แทนคุณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนพอกัน ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยนแม้สถานการณ์ตรงหน้าจะกดดันจนแทบระเบิด คิมหันต์แค่นหัวเราะหนักกว่าเดิม ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดตัวจนคนนั่งเก้าอี้หมุนต้องเอนตัวหนีอัตโนมัติ แต่วินาทีต่อมา มือหนากลับคว้าพนักพิงเก้าอี้ไว้แน่นแล้วกระชากให้มันหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ บังคับให้แทนคุณต้องเงยหน้าขึ้นมอง "สิทธิ์ส่วนบุคคลงั้นเหรอ?" คิมหันต์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเข้มเป่ารดริมฝีปากของคนตัวเล็ก "แล้วสิทธิ์ในหัวใจผมล่ะ... คุณเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน ทำไมถึงกล้าเขี่ยมันทิ้งง่ายดายนัก!" คำพูดนั้นทำเอาแทนคุณชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ทิฐิและความน้อยใจที่สะสมมานานทำให้เขาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ปั้นยิ้มหยันส่งกลับไปให้คนตัวโตที่กำลังสติหลุด "ท่านประธานพูดเรื่องอะไรครับ หัวใจอะไร ผมไม่เคยเอาอะไรของคุณมาสักอย่าง... ปล่อยด้วยครับ ผมต้องทำงานต่อ" "ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!" คิมหันต์คำรามลั่นในลำคอ ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงทันทีเมื่อเห็นท่าทีเยnชาของคนตรงหน้า มือหนาเลื่อนจากพนักเก้าอี้มาจับข้อมือของแทนคุณไว้แน่น บีบกระชับพอให้เจ็บแต่ไม่ถึงกับร้าวราน "เรื่องมินตรา... คุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ผมกับเธอไม่มีอะไรกันทั้งนั้น ทางผู้ใหญ่แค่จัดฉากขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ผมปฏิเสธไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ทำไมคุณถึงไม่ฟังผมบ้างวะ!" แทนคุณสะบัดข้อมือออกสุดแรง แม้จะหลุดพ้นแต่รอยแดงเป็นปื้นที่ข้อมือก็ฟ้องชัดถึงแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยเริ่มมีประกายรื้นด้วยความอัดอั้น "แล้วทำไมผมต้องฟังคุณด้วยล่ะครับ ในเมื่อสิ่งที่คุณทำมันสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง คุณปากบอกว่าไม่มีอะไร แต่ภาพที่คุณไปไหนมาไหนด้วยกันมันหราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์! คุณเห็นผมเป็นตัวอะไร เป็นสนามอารมณ์ หรือเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อเวลาที่คุณว่างจากงานบริหารบริษัทกันแน่ครับ!" ประโยคคำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ทำให้คิมหันต์ชะงักงัน ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาป แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้งอย่างปิดไม่มิด "ผมไม่เคย... มองคุณเป็นของเล่นเลยสักครั้ง" คิมหันต์เสียงแผ่วลง ความดุดันหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเว้าวอนของหมาป่าตัวโตที่หลงทาง "แทน... มองตาผมสิ ผมรักคุณ... ผมคลั่งรักคุณจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว คุณไม่รู้จริงๆ หรือไงวะ" บรรยากาศในห้องทำงานพลันเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันห่างกันแค่คืบ แทนคุณเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่พยายามปิดตายเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากซีอีโอผู้หยิ่งทะนงคนนี้มีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู มือเรียวยกขึ้นหมายจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างเพื่อตั้งหลัก แต่คิมหันต์ไว Thณกว่า มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของแทนคุณรวบไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยดึงเข้ามาประชิดตัวจนแทบจมหายไปในอ้อมอก กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยระคนความร้อนรุ่มแผ่ซ่านจนแทนคุณสมองตื้อตัน "ถ้าคิดจะลาออกแล้วหนدหน้าผมไปล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่มีทาง" คิมหันต์กระซิบชิดริมหีบปาก เสียงทุ้มพร่าสั่นสะเทือนอารมณ์ "ต่อให้คุณจะลาออก หรือหนีไปสุดขอบโลก ผมก็จะตามไปลากคุณกลับมาอยู่ดี... จำใส่ใจไว้ซะ" ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนดราม่าแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของปกรณ์ที่ถือแฟ้มเอกสารกองโตพะรุงพะรัง "ไอ้คิม... เอกสารอนุมัติงบตัวใหม่ต้องให้แกเซ็นด่วน... เฮ้ย!" ปกรณ์เบรกเอี๊ยดจนเกือบหัวท่วมล้มเมื่อเห็นภาพตรงหน้า สองหนุ่มยืนกอดกันกลมจนแทบสิงร่าง แถมใบหน้าของประธานหนุ่มยังอยู่ห่างจากแก้มของดีไซเนอร์คนเก่งไม่ถึงเซนติเมตร บรรยากาศมาคุเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นสีชมพูฉาบด้วยความกระอักกระอ่วนทันที คิมหันต์ตวัดสายตาดุขวางใส่เพื่อนสนิทราวกับจะกินเลือดกินเนื้อที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญ ขณะที่แทนคุณหน้าแดงก่ำ รีบออกแรงผลักอกแกร่งของซีอีโอหนุ่มสุดแรงจนต้องเซถอยหลังไปสองก้าว ปกรณ์กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ยกแฟ้มขึ้นบังหน้าตัวเองครึ่งหนึ่งแล้วทำเป็นมองเพดาน "เอ่อ... โทษทีเว้ย กูไม่น่ามาจังหวะนี้เลย เอาเป็นว่ากูวางแฟ้มไว้ตรงนี้ก่อนนะ... เชิญพวกแกเคลียร์ปارหัวใจกันตามสบาย กูขอตัวไปประชุมก่อนดีกว่า" พูดจบร่างของปกรณ์ก็หมุนตัวพุ่งพรวดออกจากห้องแล้วปิดประตูให้อย่างรู้ความทันที ความเงียบกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง คิมหันต์หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เสมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบแดงก่ำด้วยความเขินอาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของซีอีโอหนุ่มผู้ซนเดระตัวพ่อทันที เขาขยับเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้งด้วยท่าทีคุกคามแต่นุ่มนวลกว่าเดิม "คุยกับไอ้ปกรณ์เมื่อกี้ยังไม่จบเลยนะ แทนคุณ..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีจัด "เรื่องใบลาออกเนี่ย... เดี๋ยวผมฉีกทิ้งให้ตอนนี้เลยดีไหม หรือว่าคุณอยากจะฟังคำสารภาพรักรอบสองจากปากผมอีกรอบดีล่ะครับ" แทนคุณเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ทิฐิที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มอย่างอ่อนโยน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบเพื่อยุติสงครามประสาทนี้ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดหน้า หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบพร้อมข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกปลอมที่ปรากฏภาพถ่ายใบเสร็จการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวปลายทางต่างประเทศ... พร้อมแคปชันสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที *“ระวังตัวไว้ให้ดี... ของที่เธอคิดว่าครอบครองได้ อาจจะกำลังหลุดมือไปตลอดกาล”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%