เสียงกริ๊กล็อกกลอนประตูด้านนอกที่ดังขึ้นเมื่อครู่ ไม่ได้ทำให้สติของคนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์อันตรายดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ริมฝีปากสะดุดกึกลงไปทันที
แทนคุณเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวราวกับกลองเพลในยามศึกประชิด ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อตระหนักได้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับซีอีโอหนุ่มจอมเผด็จการในตอนนี้ มันใกล้จนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ร่างกายของเขาลอยเคว้งอยู่บนโซฟาตัวยาว โดยมีแผงอกกว้างของคิมหันต์ทาบทับกักขังเอาไว้ทุกด้าน ขณะที่มือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายยังคงค้ำพนักพิงไว้มั่นราวกับกรงขาย่อมๆ
"อื้อ..." แทนคุณส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อปฏิกิริยาอัตโนมัติสั่งให้เขาต้องถอยหนี แรงผลักมหาศาลถูกส่งตรงไปที่หัวไหล่หนา ทว่าคนตัวโตกว่ากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ราวกับร่างทั้งร่างถูกหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้า
แต่ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยแว่วมาจากโซนห้องโถงด้านนอก แทนคุณก็ใช้จังหวะชุลมุนนั้นออกแรงฮือกายเฮือกใหญ่ ดันร่างของคิมหันต์ออกสุดแรง พร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเกือบเซถลา
"แฮก... คุณคิม ถอยไปเลยนะ!" แทนคุณหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู มือบางรีบยกขึ้นมาปัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน สายตาก็จ้องเขม็งไปยังประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทสลับกับร่างสูงที่ยังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีสบายอารมณ์
คิมหันต์ไหวไหล่เบาๆ เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ราวกับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ ชนิดที่ถ้าคนไม่สังเกตคงไม่มีทางเห็น แต่มันกลับกวนประสาทแทนคุณจนต่อมความดันพุ่งปรี๊ด
"ถอยอะไรของเธอ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกขนาดนั้น... ฝันกลางวันอะไรอยู่หรือครับ ดีไซเนอร์แทน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบราwกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตาพราวระยับที่มองตรงมา กลับจงใจหยอกเย้าจนน่าหมั่นไส้
"ผมไม่ได้ฝัน! แล้วใครหน้าแดงกัน เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วลุกขึ้นมาเลย เสียงคนข้างนอกนั่น... น่าจะเป็นคุณปกรณ์กับใครสักคน รีบจัดสภาพตัวเองให้มันดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยเถอะครับ ท่านซีอีโอ" แทนคุณแหวกลับเสียงเบาหวิวแต่เฉียบคม เขาพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไหว ขณะที่สองมือก็รีบยกขึ้นมาสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าทรง
คิมหันต์ปรายตามองสภาพตัวเองแวบหนึ่ง เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่หลุดลุ่ยกระดุมบนไปสองเม็ดถูกจัดการติดใหม่อย่างไม่รีบร้อน เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวคนปากเก่งที่กำลังยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่ใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"สภาพผมมันทำไมครับ... ไม่น่าดูตรงไหน หรือว่า..." คิมหันต์จงใจโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำข้างใบหู จนแทนคุณต้องรีบเอี้ยวตัวหลบแทบไม่ทัน "ติดใจสัมผัสเมื่อกี้ จนอยากให้ผมทำต่อหน้าคนอื่นหรือไง ถึงได้ลนลานขนาดนี้"
"ไอ้... คนฉวยโอกาส!" แทนคุณกัดฟันกรอด ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนหน้ามึนที่กลบเกลื่อนความเนียนเก่งเป็นที่หนึ่ง "ใครเขาอยากจะติดใจคุณกัน หลบไปเลยนะ เสียงคนข้างนอกเข้ามาใกล้แล้ว!"
ก่อนที่คิมหันต์จะได้เอާމาตรการไหนมาแกล้งคนตัวเล็กตรงหน้าอีก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นหูของปกรณ์ที่ตะโกนลอดเข้ามา
"ไอ้คิม! อยู่ข้างในหรือเปล่า แกประชุมเสร็จหรือยังวะ มีแขกพิเศษมารอพบแกที่ห้องรับแขกแหนะ... เฮ้ย หรือว่าแกกำลังยุ่งอยู่?" ปกรณ์ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูกำลังจะดังขึ้น
กริ๊ก!
ในเสี้ยววินาทีนั้น แทนคุณแทบจะพุ่งตัวไปหลบหลังตู้เอกสารด้วยซ้ำ แต่คิมหันต์กลับคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้แล้วดึงเข้ามาประชิดตัวเบาๆ ก่อนจะดันให้อีกฝ่ายไปยืนจัดระเบียบอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ส่วนตัวเองก็ก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกำแพงน้ำแข็งเหมือนเดิม
ประตูห้องเปิดอ้าออก ปกรณ์ยืนทำหน้าทะเล้นอยู่หน้าห้อง โดยมีร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง แววตาคมกริบของเธอกวาดมองเข้ามาในห้องทำงานทันทีที่ประตูเปิด
"แหม... กว่าจะเปิดได้นะ นึกว่าอยู่ในนี้จนสร้างตึกใหม่เสร็จแล้วซะอีก" ปกรณ์แซวพลางปรายตาข้ามไหล่เพื่อนสนิทไปมองแทนคุณที่กำลังแสร้งทำเป็นง่วนอยู่กับการตรวจแบบงานบนหน้าจอ "อ้าว น้องแทนคุณก็อยู่ด้วยหรอกเหรอครับเนี่ย ขยันกันจริงเชียว... พอดีเลย พอดีว่ามีคนเขาอยากจะมาเซอร์ไพรส์ซีอีโอของเราหน่อยนึง"
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผ่านตัวปกรณ์ไปยังร่างระหงที่ก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นเล็กน้อยทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นคือใคร
"คุณมินตรา..." น้ำเสียงของคิมหันต์ราบเรียบและเย็นเยียบลงหลายระดับ "คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วเข้ามาได้ยังไง"
มินตราคลี่ยิ้มบางๆ เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสำรวจรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของแทนคุณที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมหนึ่ง
"ถ้าฉันไม่มาวันนี้ ก็คงไม่รู้สินะคะว่าคุณคิม... จะงานยุ่งจนไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันเลยสักสาย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่มันกลับแฝงความประชดประชันไว้อย่างชัดเจน "คุณพ่อท่านเป็นห่วงเรื่องงานโปรเจกต์ใหญ่ ก็เลยให้มิ้นแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... แต่ดูเหมือนว่า ฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญของคุณกับ... ดีไซเนอร์คนนี้หรือเปล่าคะ?"
บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางพลันลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
แทนคุณถอนหายใจเบาๆ ในใจ เขารู้ทันทีว่าความสงบสุขชั่วคราวกำลังจะจบลง และละครฉากใหญ่ที่เขาไม่อยากมีส่วนร่วมกำลังจะเปิดม่านขึ้นอีกครั้ง ดวงตากลมโตเหลือบมองคิมหันต์แวบหนึ่ง ก็เห็นสันกรามของอีกฝ่ายขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ชัดเจนว่าเสือร้ายกำลังถูกรบกวนเวลาส่วนตัวและเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ แล้ว
"ถ้ามีเอกสารแค่นั้น ฝากไว้กับปกรณ์ก็ได้ครับคุณมินตรา ไม่เห็นจำเป็นต้องลำบากมาถึงนี่ด้วยตัวเองเลย" คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงปราศจากเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น
"ทำไมคะ หรือว่า... มิ้นอยู่ขวางทางใครบางคน..." มินตราจงใจหันขวับไปมองหน้าแทนคุณตรงๆ รอยยิ้มที่มุมปากฉาบด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผย "ได้ยินว่าช่วงนี้ คุณคิมให้ความสำคัญกับโปรเจกต์ใหม่ของคุณแทนคุณเป็นพิเศษ จนแทบจะตัวติดกันตลอดเวลา... จริงอย่างที่เขาเม้าท์กันในบริษัทหรือเปล่าคะ?"
แทนคุณเม้มปากแน่น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมยืนให้ใครมาจิกกัดฟรีๆ โดยไม่เอาคืน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเขาเบาๆ
แรงบีบกระชับที่มั่นคงและอบอุ่น ทำให้แทนคุณต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นมอง
คิมหันต์ก้าวเข้ามาขวางหน้ามินตราเอาไว้ครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนมินตราต้องผงะถอยหลังไปนิด นัยน์ตาคมปลาบกวาดมองคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"เรื่องงานในบริษัทของผม ผมเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมดครับคุณมินตรา" คิมหันต์พูดเน้นทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจนแทบหยุดลมหายใจของคนฟัง "และถ้าคุณยังมีธุระแค่เรื่องเอกสาร... วางไว้ตรงนั้นแล้วเชิญกลับได้เลยครับ เพราะตอนนี้... ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับ 'คนของผม' มากกว่าจะมานั่งฟังเรื่องไร้สาระ"
เปรี้ยง!
คำว่า 'คนของผม' หลุดออกมาจากปากซีอีโอหนุ่มผู้รักความสันโดษและเกลียดการผูกมัด ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ ปกรณ์ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ส่วนมินตราหน้าถอดสีทันทีด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
แทนคุณเองก็ใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะกับสรรพนามที่อีกฝ่ายจงใจประกาศกร้าวออกมาต่อหน้าคนนอก
แต่มินตราสูดหายใจเข้าลึก เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน คว้าแฟ้มเอกสารในมือฟาดลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
"คุณคิม! คุณกล้าพูดแบบนี้กับฉันเพื่อเด็กเส้นคนนี้เนี่ยนะ!" มินตราแผดเสียงลั่น "ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... สิ่งที่คุณกำลังปกป้องมันอาจจะไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คุณคิด!"
พูดจบลับหลังปะทะอารมณ์ มินตราก็คว้ากระเป๋าถือแล้วหมุนตัวสะบัดหน้าพรวดเดินดิ่งไปที่ประตูทันที ทว่า...
หมับ!
ก่อนที่มือเรียวของมินตราจะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับร่างของใครอีกคนที่ก้าวสวนเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงักกึก
บุคคลที่สามหยุดยืนขวางทางประตูเอาไว้พอดี ร่างนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบให้มินตรา ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบเข้ามาภายในห้องทำงานของซีอีโอ และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคิมหันต์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"ขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้นัดล่วงหน้า... แต่พอดีว่าผมมี 'หลักฐานสำคัญ' อีกชิ้น ที่ท่านประธานใหญ่ฝากให้ผมเอามาส่งให้คุณคิมหันต์ดูด้วยตาตัวเองครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ!
เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที•ตอนที่ 8
เส้นแบ่งที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ หยุดคลั่งรักผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!