เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 18

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
ปลายนิ้วเรียวของคีรินกดปุ่มEnterบนคีย์บอร์ดครั้งสุดท้าย แสงสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ บรรยากาศภายในเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นผงและดินปืน ผสมผสานกับความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ระบบจำลองภาพความร้อนบนจอหลักแสดงจุดสีแดงสามจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตวงกطرชั้นนอกของฐานลับเข้ามาทุกที "พวกมันติดกับดักสัญญาณลวงที่เราวางไว้แล้วครับ คุณริน" คีรินหันมาส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ต่อให้สถานการณ์จะวิกฤตแค่ไหนก็ยังคงมีความกวนประสาทเจืออยู่เสมอ ทว่าแววตากลับจริงจังและกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างระแวดระวัง รินรดายืนกอดอกพิงผนังคอนกรีตเปลือย สายตาคมกราบมองหน้าจอมอนิเตอร์อย่างพิจารณา ปลอกกระสุนปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตรถูกบรรจุลงรังเพลิงด้วยเสียงคลิกหนักแน่นที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ เธอเหลือบมองคีรินด้วยหางตา "นายมั่นใจแค่ไหนว่ารหัสลวงตาที่นายฝังไว้ในเซิร์ฟเวอร์หลัก จะหลอกพวกมันได้นานพอที่เราจะตลบหลัง" น้ำเสียงของรินราบเรียบและเย็นเยียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่พร้อมเชือดเฉือน "ระดับผมแล้ว... คำว่าพลาดไม่มีอยู่ในพจนานุกรมหรอกครับ มีแต่คำว่า 'เกือบไป' กับ 'เกือบได้ใจ' เท่านั้นแหละ" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปหารินรดาอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง เข้มงวดและอันตราย "แต่ถ้าเกิดว่าเราพลาดขึ้นมาจริงๆ ผมก็ไม่เสียใจหรอกนะที่จะได้ตายไปพร้อมกับคุณ" รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว "เก็บคำพูดเลี่ยนๆ ของนายไว้พูดตอนที่เราออกจากที่นี่ได้เถอะคีริน ตอนนี้... สมาธิอยู่กับเป้าหมาย" แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคีรินเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เขาไม่เคยปิดมิด แม้ในสถานการณ์คอขาดบาดตายเช่นนี้ "ครับ... เป้าหมายคือรอดตาย แล้วก็... ทำให้ผมได้ยินคำว่า 'เป็นห่วง' จากปากคุณสักครั้งก่อนหมดวัน" คีรินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าทำเอาลมหายใจของรินรดาสั่นไหวไปชั่ววูบ เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง หน้าจอหลักแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่สาม ศัตรูสามนายในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทกำลังพังประตูล็อคชั้นที่สองเข้ามาอย่างระมัดระวัง ปืนอัสสัมชัญติดลำกล้องเก็บเสียงถูกยกขึ้นเล็งไปรอบทิศทาง พวกมันตกหลุมพราง เข้าสู่พื้นที่สังหารที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตโดยสมบูรณ์แบบ รินรดาดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง "ถึงเวลาต้อนรับแขกแล้ว" เธอพยักหน้าให้คีริน ทั้งคู่แยกย้ายเข้าสู่ตำแหน่งซุ่มยิงอย่างรู้ใจ รินรดากลิ้งตัวไปหลบหลังลังคอนกรีตหนาทางด้านซ้าย ขณะที่คีรินหายตัวไปในเงาสลัวของมุมอับด้านขวา พร้อมกับนิ้วที่เตรียมกดสวิตช์ตัดระบบไฟทั้งหมดในเซฟเฮาส์ ความมืดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ทันทีเมื่อคีรินกดสวิตช์ เสียงฝีเท้าของศัตรูชะงักกึก เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารดังลอดเข้ามาในคลื่นความถี่ที่คีรินดักฟังอยู่ *“ไฟดับ ระวังตัว แจ้งศูนย์ควบคุม...”* ปัง! เสียงปืนเก็บเสียงนัดแรกดังขึ้นแหวกความมืด รินรดาลั่นกระสุนเข้าใส่เป้าหมายแรกอย่างแม่นยำ กระสุนเจาะทะลุเกราะอ่อนบริเวณหัวไหล่ของศัตรูจนร่างนั้นล้มลงกระแทกพื้น เสียงโวยวายและเสียงฝีเท้าอลหม่านดังขึ้นในความมืด พวกมันเริ่มยิงสุ่มอย่างไร้ทิศทาง กระสุนเจาะทะลุกำแพงและข้าวของจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบ "ริน ทางขวา!" เสียงคีรินตะโกนเตือนพร้อมกับเสียงปืนของเขาเองที่ดังขึ้นเพื่อคุ้มกัน รินรดาย่อตัวหลบวิถีกระสุน เธออาศัยจังหวะที่ศัตรูกำลังสับสน พุ่งตัวเข้าประชิดตัวเป้าหมายที่สอง ใช้สันมือกระแทกเข้าที่ต้นคออย่างแรงจนอีกฝ่ายหมดสติคามือ ก่อนจะแย่งอาวุธปืนมาถือไว้เองอย่างคล่องแคล่ว สถานการณ์ดูเหมือนจะอยู่ในการควบคุม ศัตรูทั้งสามคนถูกจัดการและนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นคอนกรีต คีรินเดินออกมาจากความมืด ปลายกระบอกปืนในมือลดต่ำลง เขากวาดสายตามองรอบตัวก่อนจะถอนหายใจยาว "เรียบร้อย... ดูเหมือนแผนซ้อนแผนของเราจะสำเร็จด้วยดีนะครับ" คีรินพูดพลางเดินเข้าไปหารินรดาเพื่อสำรวจว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความโล่งใจกำลังจะเข้าครอบงำ หน้าจอโฮโลแกรมที่ควรจะดับสนิทไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยแสงสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังลั่นสนั่นห้องควบคุม ไม่ใช่เสียงเตือนจากผู้บุกรุกภายนอก... แต่เป็นระบบทำลายตัวเองของเซฟเฮาส์ที่ถูกเปิดใช้งานจากรหัสลับวงใน! คีรินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เป็นไปไม่ได้... ระบบถูกแฮกจากข้างในเซฟเฮาส์!" รินรดาหันขวับมามองหน้าเขา แววตานิ่งสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและระแวงสงสัยทันที ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ที่เคยแนบแน่น กลับถูกคั่นกลางด้วยความเงียบงันและอันตรายระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร ประตูเหล็กนิรภัยหนาเตอะทางด้านหลังก็เลื่อนปิดลงด้วยเสียงดังสนั่น ล็อคตายอย่างไร้ทางหนี และบนจอภาพหลักนั้นเอง... ภาพใบหน้าของบุคคลที่สามที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วนับตั้งแต่อดีต กลับปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมาถึงพวกเขาทั้งคู่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเงาดำนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%