กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในเซฟเฮาส์ชั้นสิบสอง ทำให้บรรยากาศยามบ่ายนี้ดูราวกับสนามรบขนาดย่อม รินรดากำลังยืนวิเคราะห์ข้อมูลชุดสุดท้ายบนหน้าจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าจากจอสะท้อนนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววครุ่นคิด ปมการสูญเสียในอดีตยังคงหลอกหลอน แต่สัญชาตญาณนักสืบของเธอกลับทำงานเฉียบคมกว่าเดิม
"ถ้าคุณยังจ้องมันด้วยสายตาดุๆ แบบนั้น จอคอมพิวเตอร์คงทะลุเป็นรูไปแล้วล่ะครับคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำติดจะยียวนดังขึ้นจากมุมห้อง คีรินพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน กอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ แววตาของเขาไม่ได้มองหน้าจอเลยสักนิด มันกวาดสำรวจตั้งแต่ปลายเส้นผมที่รวบตึงจนถึงรอยย่นบนเสื้อเชิ้ตของเธอด้วยซ้ำ สายตาที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งจนรินต้องหันขวากลับมามอง
"ฉันกำลังเช็คเบาะแสของกลุ่มเงาเพลิง ไม่ใช่เวลามาเล่นสนุก คีริน" รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าระบบของคุณยังแฮกข้อมูลชุดนี้ไม่ได้ตามกำหนด ฉันว่าเราคงต้องทบทวนเรื่องการแบ่งหน้าที่กันใหม่"
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มทุ้มแต่น่าขนลุกในคราวเดียวกัน เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เธอไม่ทันได้ถอยหลังหนี ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโชยเข้าจมูก รินขยับตัวเล็กน้อยแต่ถูกมือใหญ่เอื้อมไปยันขอบโต๊ะไว้เสียก่อน กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์
"ผมไม่เคยทำงานพลาด เรื่องนั้นคุณรู้ดี... แต่บางที การที่คุณเอาแต่สนใจหน้าจอพวกนั้น มากกว่าสนใจผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันก็น่าน้อยใจเหมือนกันนะครับ" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสนุกสนานเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟความคลั่ง and โหยหาที่รุนแรงจนน่ากลัว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะผ่านสมรภูมิและเผชิญหน้ากับฆาตกรมานักต่อนัก แต่ปฏิกิริยาที่คีรินมีต่อเธอมักจะทำให้หัวใจที่สงบนิ่งเสมอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนเสียอีก
"ถอยไปหน่อย คีริน คุณใกล้เกินไปแล้ว" เธอเตือนเสียงเข้ม พยายามรักษามาตร and
"ใกล้แค่นี้... ยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับผม" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังจนรินรู้สึกวูบวาบในท้อง "ถ้าเลือกได้ ผมอยากขังคุณไว้ในนี้ ให้มีแค่ผมคนเดียวที่มองเห็นคุณ ให้มีแค่ผมคนเดียวที่ได้ยินเสียงคุณ... คุณคิดว่าผมบ้าไหมล่ะครับ"
ก่อนที่รินจะได้ทันต่อปากต่อคำ เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากทางบันไดหนีไฟและการเคาะประตูห้องพักอย่างไร้มารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
คีรินผละออกจากตัวรินทันที ทว่ารังสีอำมหิต and ความหงุดหงิดพุ่งพล่านออกจากร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน นัยน์ตาที่เคยพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นร่างของ "สารวัตรภาคิน" นายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่มักจะเข้ามาพัวพันกับคดีนี้บ่อยครั้งเกินความจำเป็น ถือวิสาสะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"สวัสดีครับคุณริน พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารลับ—"
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาเหยียบในพื้นที่ส่วนตัวของผมครับ... สารวัตร"
คีรินเอ่ยตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ร่างสูงก้าวเข้าไปขวางหน้าภาคินไว้ทันที แววตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับเสือจ้องจะขย้ำเหยื่อ บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของนักอัจฉริยะหนุ่มจนภาคินต้องชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาดุดันที่พร้อมจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
รินรดายืนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอมองแผ่นหลังกว้างของคีรินที่ยืนบังเธอไว้มิดชิด ความหวงแหนที่แสดงออกอย่างดิบเถื่อนและชัดเจนไม่มีปิดบังนั้น ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างแรง คีรินในตอนนี้... น่ากลัวอย่างที่เขาบอกจริงๆ
แต่ในจังหวะที่คีรินกำลังจะเอ่ยปากไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบเซฟเฮาส์ก็ดังแทรกขึ้นมา หน้าจอหลักปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง... ภาพของบุคคลที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อนกำลังก้าวพ้นประตูตึกเข้ามา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเงาดำนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 17
ความคลั่งรักที่น่ากลัว
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!