เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 8

เส้นทางลัดในโลกมืด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและไอน้ำมันเครื่อง คือเอกลักษณ์ของห้องใต้ดินตึกแถวร้างย่านเยาวราชที่คีรินเลือกใช้เป็นจุดพักพิงชั่วคราว แสงไฟนีออนสีส้มกระพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอที่ตั้งเรียงรายเป็นกำแพงขนาดย่อม รินรดายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวกระวัง สัญชาตญาณของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองบอกเธอว่า สถานที่แห่งนี้มีทางหนีทีไล่ไม่ต่ำกว่าสามทาง และทุกทางล้วนถูกควบคุมด้วยระบบดิจิทัลของพ่อมดไอทีที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาเหมือนผมเป็นนักโทษประหารแบบนั้น ผมคงไม่มีสมาธิแกะรหัสผ่านของเครือข่ายใต้ดินหรอกนะครับ, ริน" คีรินเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วเรียวยาวราวกับนักเปียโนกำลังพรูพรมลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูง เสียงรัวแป้นดั่งเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี เขาอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำตัวเก่งที่ช่วยขับให้ไหล่กว้างดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นกอง แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ตามเคย "ฉันแค่มองสำรวจจุดอ่อนของคุณต่างหาก คีริน" รินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีนิลคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา "คุณมั่นใจแค่ไหนว่าข้อมูลที่เรากำลังจะเข้าไปเอาจะไม่ทำให้พวกเรากลายเป็นศพไร้ญาติอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาเสียก่อน" "มั่นใจเท่ากับที่ผมมั่นใจว่า... คุณขาดผมไม่ได้ก็แล้วกันครับ" คีรินหยุดพิมพ์กะทันหัน เขาหมุนเก้าอี้สำนักงานหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างเขากับรินลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้รินต้องผถกคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขาโดยไม่ยอมถอยหลังหนี ความอวดดีของเขาทำให้รินหมั่นไส้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีที่แววตาขี้เล่นนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและลึกล้ำ มันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนความนิ่งสงบในใจเธอได้อย่างน่าประหลาด "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย" รินเชิดหน้าขึ้น ไดอะล็อกของเธอเฉียบคมราวกับใบมีดโกน "เรามาที่นี่เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับองค์กรใต้ดิน ไม่ใช่มาฟังคุณพูดจาเพ้อเจ้อ" "ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ... ผมพูดความจริงต่างหาก" คีรินก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด จนสะโพกของรินเกือบจะชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกวาดมองใบหน้านวลเนียนที่ประดับด้วยความเคร่งเครียดอย่างพิจารณา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้ม "โลกใต้ดินมันอันตราย ริน... คนที่เดินเข้ามาในนี้ ถ้าไม่มีผมคอยคุ้มกัน ป่านนี้คงโดนแยกชิ้นส่วนไปขายตลาดมืดตั้งแต่สามนาทีแรกแล้วล่ะครับ" รินไม่หลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง แม้ภายนอกเขาจะชอบทำตัวกวนประสาท แต่ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เธอเผชิญหน้ามันเพียงลำพังเลยสักครั้ง เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ก่อนที่บทสนทนาระหว่างทั้งสองจะก้าวล้ำไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ คีรินถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย เขายอมผถกายถอยหลังกลับไปหน้าจอหลัก รอยยิ้มขี้เล่นกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง "เอาล่ะครับ... ประตูมิติสู่เครือข่ายใต้ดินเปิดออกแล้ว" คีรินเคาะแป้น Enter ครั้งสุดท้าย หน้าจอหลักเปลี่ยนเป็นหน้าจอสีดำสนิทที่มีโค้ดสีเขียววิ่งผ่านรวดเร็ว ก่อนจะปรากฏแผนผังโครงข่ายข้อมูลและรายชื่อบุคคลต้องสงสัยจำนวนมาก "ยินดีต้อนรับสู่ 'ตลาดมืดซีโร่' สถานที่ที่ทุกความลับบนโลกใบนี้มีราคาค่างวด... และที่สำคัญที่สุด ข้อมูลการตายของคู่หูคุณ อาจจะซ่อนอยู่ตรงนี้แหละครับ" รินรีบก้าวเข้าไปประชิดหน้าจอทันที ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อนรักในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาในอกอีกครั้ง ดวงตากลมโตไล่อ่านรายชื่อและไฟล์เอกสารเข้ารหัสที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ คีรินเหลือบมองปฏิกิริยาของหญิงสาว เขายื่นมือหนามาวางทับลงบนหลังมือของเธอ แผ่ไออุ่นอันมั่นคงถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่น รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดออก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา คีรินส่งยิ้มอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งมาให้ "จำไว้ว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบา ชวนให้หัวใจที่ด้านชามานานเกิดอาการกระตุกไหว ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความลึกซึ้งนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงอาวุธครบมือ และก่อนที่คีรินจะทันได้กดแป้นลัดเพื่อตัดสัญญาณเครือข่าย ประตูเหล็กกล้าของห้องใต้ดินก็ถูกระเบิดตูมเข้าให้อย่างไร้การเตือนล่วงหน้า! คันศรและกระสุนปืนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุกรอบประตูที่พังทลาย พร้อมกับร่างของชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนกลมือในมือ และคนที่เดินนำหน้าสุด ถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นของบุคคลที่รินไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แห่งนี้... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับและเคมีอันตรายครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%