เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกจากบันไดหนีไฟด้านนอก คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่าพวกมันมาถึงเร็วกว่าที่คํานวณไว้สามนาที
รินรดาดีดตัวขึ้นจากพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบในมุมอับของเซฟเฮาส์ ร่างบางในชุดเสื้อคลุมสีเข้มเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ปืนสั้นเก็บเสียงในมือถูกขึ้นลำพร้อมใช้งาน ดวงตาสคมกริบกวาดมองจอภาพมอนิเตอร์ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบอาคาร จุดสีแดงสามจุดบนหน้าจอไม่ใช่แค่หน่วยรบรับจ้างทั่วไป แต่พวกมันคือมือสังหารสังกัดองค์กรเงาที่เคยฝังรอยแผลเป็นไว้ในอดีตของเธอ
"พวกมันกระจายกำลังปิดทางออกหมดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้หูจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น คีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะแป้นคีย์บอร์ดบนแท็บเล็ตในมือรัวเร็ว แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่มักจะมีรอยยิ้มเยาะหยันอยู่เสมอ แต่ในเวลานี้มันกลับเรียบสนิทจนน่ากลัว "ทางเลือกของเราเหลือแค่ชั้นใต้ดินที่เชื่อมกับระบบระบายน้ำเก่า... ซึ่งตอนนี้ถูกบล็อกสัญญาณด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปแล้ว"
"นายหมายความว่าเราติดกับ?" รินหันขวับมามอง สายตาสีเข้มคมกริบราวกับใบมีด
"ผมไม่ได้บอกว่าเราติดกับ... ผมบอกว่า*คุณ*กําลังจะติดกับ ถ้ายังยืนเถียงกับผมอยู่ตรงนี้" คีรินตอบสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะฉายแวววาววับที่ยากจะอ่านความหมาย มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยไม่รอคำอนุญาต "เชื่อใจผมสิ ริน... หรือคุณคิดจะใช้กระบอกปืนในมือจัดการกับพวกมันทีละสิบคนด้วยตัวคนเดียว?"
สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวเนื้อ รินรดานิ่งงัดขัดขืนไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากสถานการณ์รอบตัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนของชายหนุ่มผู้นี้
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหน้าแตกกระจายพร้อมกับแรงระเบิดเบาๆ เศษแก้วปลิวว่อน ควันสีขาวพวยพุ่งเข้ามาในห้องโถง กลิ่นดินปืนและสารเคมีฉุนกานต์ตีรวนขึ้นจมูก
เวลาในการตัดสินใจหมดลงแล้ว
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา มือเล็กพลิกข้อมือกลับแล้วคว้าข้อมือของคีรินแน่นเสียเอง แรงบีบที่หนักแน่นเป็นการตอบรับที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"นำทางไปสิ... ถ้าพาฉันตาย นายตายก่อนฉันแน่ คีริน" รินเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความดุดัน
มุมปากของแฮกเกอร์หนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นทันที รอยยิ้มที่ต่อให้ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ยังคงความกวนประสาทและ... พราวเสน่ห์อย่างร้ายกาจได้เสมอ
"ระดับผมแล้ว ไม่มีทางพาคนสวยไปตายเก้อหรอกครับ จับมือผมไว้แน่นๆ ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน"
คีรินกระชับมือเธอให้แน่นขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวนำหน้าฝ่ากลุ่มควันทึบไปยังทางเดินลับหลังชั้นหนังสือเก่า รินรดากัดฟันวิ่งตามแรงดึงของเขาไปติดๆ พลางยิงคุ้มกันด้านหลังเมื่อเงาร่างของศัตรูเริ่มพังประตูเข้ามาในห้องโถง
เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ปุ... ปุ* สองนัดติดกัน แม่นยำราจับวาง ร่างของมือสังหารคนแรกทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงสะท้อนจากการเหนี่ยวไกส่งผ่านฝ่ามือของเธอ แต่วินาทีนี้สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดึงดูดไว้ด้วยแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังกุมมือเธอวิ่งฝ่าความมืดออกไป
ทางเดินใต้ดินชื้นแฉะและอับทึบ แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบสลัวสะท้อนหยดน้ำที่เกาะตามผนังคอนกรีต คีรินพาเธอเลี้ยวลัดเลาะผ่านท่อระบายน้ำร้างจนมาถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระโยงระยาง เขาปล่อยมือจากเธอชั่วคราว นิ้วมือรัวพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนเครื่องมือขนาดพกพาอย่างรวดเร็ว ปลายหน้าจอแสดงสถานะดาวน์โหลดที่วิ่งไปทีละเปอร์เซ็นต์อย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกanไล่หลังที่ดังสะท้อนก้องอุโมงค์เข้ามาใกล้ทุกที
"อีกสิบวินาที..." คีรินพึมพำกับตัวเอง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคาย
รินรดายกปืนขึ้นเล็งไปที่ความมืดเบื้องหลัง หูคอยเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ความตึงเครียดบีบอัดอากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย เธอกลับเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่กำลังตั้งสมาธิกับการแฮกประตู ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก... ผู้ชายคนนี้ มักจะกวนประสาทเธอได้ตลอดเวลา แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อดึงเธอออกมาจากปากเหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบพร้อมกับกลอนประตูเหล็กที่ปลดล็อกออก คีรินไม่รอช้า เขาผลักบานประตูหนักอึ้งออกทันที แรงลมเย็นเยียบจากแม่น้ำด้านนอกพัดปะทะใบหน้า
ทว่า... ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวพ้นธรณีประตูเพื่อหลบหนีออกสู่ที่ปลอดภัย แสงไฟฉากสว่างจ้าจากสปอตไลท์นับสิบดวงก็สาดส่องตรงมาที่พวกเขาจากฝั่งตรงข้ามของท่าเรือร้าง
เงาร่างนับสิบของหน่วยจู่โจมพร้อมอาวุธครบมือยืนดักรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางพวกมัน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มยืนไขว้หลังถือร่มกันฝน ทั้งๆ ที่ฟ้าโปร่ง ใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกและดวงตาคู่คมที่มองมาทางพวกเขามีรอยยิ้มเยือกเย็นประดับอยู่
คีรินชะงักฝีเท้าทันที ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
"ไม่คิดเลยนะครับว่าคุณหนูรินจะเลือกวิธีหนีแบบนี้... น่าผิดหวังจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของทั้งคู่
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ดวงตาสกาววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นเมื่อตระหนักว่าพวกเขาก้าวเข้าสู่หลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับและเคมีอันตรายครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 7
การตัดสินใจครั้งแรก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!