ลำแสงสีขาวโพลนจากไฟฉายแรงสูงสาดเข้ากระทบม่านตาจนรินรดาต้องหรี่ตาลงพร้อมกับยกแขนขึ้นบังปฏิกิริยาอัตโนมัติ ทว่าประสาทสัมผัสของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองไม่ได้ช้าลงตามแสงที่วาบขึ้น นิ้วเรียวยังคงเกี่ยวอยู่บนโกร่งไก กระชับปืนพกในมือมั่นพร้อมลั่นกระสุนใส่เงาร่างที่ทาบทับอยู่ตรงปลายท่อระบายน้ำทิ้ง
กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาในโพรงจมูก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูก—กลิ่นซีดาร์ผสมความเย็นยะเยือกของมินต์ที่เธอมักจะได้กลิ่นจากตัวของคีรินเสมอ
รอยยิ้มเยียบเย็นที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของร่างสูงในชุดเสื้อแจ็กเก็ตกันหนาวสีเข้มทำเอาหัวใจของรินกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด
"เล็งแม่นดีนี่ครับริน... เกือบทำให้อัจฉริยะอย่างผมต้องตายก่อนวัยอันควรแล้วไหมล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะยียวนกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คีรินก้าวเท้าเข้ามาในอุโมงค์แคบๆ แสงไฟฉายในมือของเขาถูกลดระดับลงส่องลงพื้น เพื่อไม่ให้มันทิ่มแทงสายตาของหญิงสาว แต่ทว่าแววตาคมกริบภายใต้กรอบเงาสลัวกลับคมปลาบยิ่งกว่าแสงไฟดวงไหน
รินรดายังไม่ลดปืนลง ปลายกระบอกเหล็กสีดำสนิทon-target เล็งตรงไปยังจุดศูนย์กลางหน้าอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ดวงตากลมโตหรี่แคบลง ประเมินสถานการณ์ด้วยสมองที่ทำงานด้วยความเร็วสูง
"นายมาทำอะไรที่นี่ คีริน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความระแวงระวัง "ฉันจำได้ว่าแผนการที่เราคุยกันเมื่อสองชั่วโมงก่อน นายต้องอยู่ที่เซฟเฮาส์ฝั่งเหนือเพื่อแฮกเข้าระบบไฟร์วอลล์ขององค์กร ไม่ใช่มายืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าปากทางระบายน้ำทิ้งฝั่งใต้ที่ถูกปิดตายไปตั้งแต่ปีมะเร็งแบบนี้"
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้ออย่างไม่รีบร้อน ราวกับสถานการณ์เอาเป็นเอาตายตรงหน้าเป็นเพียงการเดินเล่นในสวนสาธารณะยามบ่าย
"แผนการเปลี่ยนครับ... หรือพูดให้ถูกคือ ผมมีแผนสำรองที่ฉลาดกว่า และจำเป็นต้องใช้ 'ข้อมูลพิเศษ' ที่มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เข้าถึงได้" คีรินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว ปลายกระบอกปืนของรินเกือบจะแตะโดนซิปเสื้อแจ็กเก็ตของเขาอยู่รอมร่อ "แต่ดูเหมือนว่าคุณจะตื่นเต้นเกินไปหน่อยนะริน ระวังมือลั่นใส่หัวใจดวงนี้เข้าล่ะ... แล้วคุณจะหาคนกวนประสาทเก่งๆ แบบผมไม่ได้อีกแล้วนะ"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน คีริน!" รินรดากระแทกเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The muscle line ชัดเจน ความอดทนของเธอขาดผึ่งลงเมื่อนึกถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เธอเพิ่งแอบเปิดดูในห้องทำงานของเขาเมื่อคืนก่อน "นายโกหกฉันเรื่องรหัสผ่านเข้าฐานข้อมูลซีรีส์รหัสลับนั่น... และที่แย่กว่านั้น ไฟล์ลับที่นายบอกว่าถูกลบไปแล้ว มันถูกโอนไปยังเซิร์ฟเวอร์นิรนามในเขตอิทธิพลของศัตรูเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง! อธิบายมา เดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงทันตาเห็น เสียงหยดน้ำจากเพดานอุโมงค์ดังติ๋ๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความอดทนของคนทั้งคู่
คีรินหยุดนิ่ง รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัว ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของรินรดา มองเห็นร่องรอยของความผิดหวัง ความไม่แน่ใจ และคำถามมากมายที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่นั้น
รินรู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวกระสุนปืน แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้... คนที่เธอเริ่มเปิดใจให้ทีละน้อย คนที่คอยปกป้องเธอในยามวิกฤต กลับมีลับลมคมในที่อาจหมายถึงความเป็นความตายของหน่วยงานทั้งหมด
"คุณเช็คไฟล์นั่นเหรอนิน..." คีรินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ใช่! และฉันก็พบว่าทุกอย่างที่นายบอกฉันตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเหยียบเข้ามาในเซฟเฮาส์หลังนี้ มันคือเรื่องโกหกคำโต!" รินรดาตวาดกลับ เสียงสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์แคบ "นายไม่ใช่แค่แฮกเกอร์อิสระ... นายมีส่วนพัวพันกับคดีการตายของคู่หูฉันเมื่อสามปีก่อน ใช่ไหมคีริน?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวน คีรินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะกลับมาตีสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว แต่มันช้าเกินไปสำหรับรินรดา สายตาของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจับพิรุธนั้นได้ทันท่วงที
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง หนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เธอค่อยๆ มอบให้เขาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพังทลายลงในพริบตา นิ้วที่เหนี่ยวไกเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความลังเลก่อตัวขึ้นในใจ—เธอควรจะเหนี่ยวไกเพื่อหยุดภัยคุกคาม หรือควรจะหันหลังแล้วเดินหนีจากผู้ชายอันตรายคนนี้ไปตลอดกาล?
"ถ้าผมบอกว่า... ทั้งหมดที่ผมทำไป ก็เพื่อปกป้องคุณล่ะริน" คีรินพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและจริงจังจนน่าใจหาย ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวเธออีกก้าวอย่างไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืนที่จ่ออกอยู่ "คุณจะยังอยากเหนี่ยวไกใส่ผมอยู่ไหม?"
รินรดาหายใจติดขัด เมื่อแผงอกกว้างของอีกฝ่ายแนบชิดกับปลายกระบอกปืน กลิ่นซีดาร์และมินต์ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง ทว่าเธอกลับฝืนเกร็งแขนไว้ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว
"คำหวานพรรค์นั้นเก็บไว้หลอกเด็กเถอะคีริน..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคลอด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแข็งกระด้าง "ถอยไป... ไม่อย่างนั้นฉันยิงจริงๆ ด้วย"
คีรินไม่ถอย กลับกัน มือหนาของเขาเอื้อมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ข้อมือข้างที่เธอกำด้ามปืนไว้ แรงบีบเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงข้อมือเธอให้หยุดนิ่ง ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน
"ถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด..." คีรินกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ทำเอาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง "...ก็ลองกอดผมดูสิครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง... แม้กระทั่งเรื่องที่ผมรักคุณมากแค่ไหน"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่าทอหรือผลักไสร่างสูงออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากปลายอุโมงค์ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเสียงตะโกนภาษาต่างประเทศที่ดังลั่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
แสงไฟฉายกราดส่องวุ่นวายไปทั่วทิศทาง และก่อนที่คีรินจะทันได้ดึงตัวเธอเข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีต ร่างของใครบางคนก็พุ่งพรวดออกมาจากความมืด พร้อมกับปากกระบอกปืนกลมือที่หันตรงมาทางพวกเขาโดยไม่ลังเล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับและเคมีอันตรายครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 6
รอยร้าวในความเชื่อใจ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!