เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 5

กับดักในเซฟเฮาส์

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอตรงมุมห้องเซฟเฮาส์ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดสนิทเข้ากลืนกินพื้นที่ทันที มีเพียงแสงไฟสีแดงกะพริบถี่จากกล่องควบคุมฉุกเฉินบนผนังที่ส่งเสียงเตือน *ตี๊ด... ตี๊ด...* แหลมสูงบาดแก้วหู "ระบบโครงข่ายถูกตัดขาดจากภายนอก... และตัวเซฟเฮาส์กำลังถูกล็อกดาวน์จากระบบควบคุมส่วนกลาง" คีรินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด น้ำเสียงของเขาไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นอันตรายที่รินรดารู้จักดี ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในความมืด กลิ่นโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยแตะจมูก "ตามผมมาครับคุณริน ถ้าไม่อยากถูกฝังกลบพร้อมกับความลับพวกนั้น" รินรดาสะบัดข้อศอกออกจากการฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเขาอย่างรู้ทัน แม้ในยามวิกฤตสัญชาตญาณนักสืบของเธอก็ยังทำงานเฉียบคม นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงมองร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่ามันจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น คีริน?" "ผมเป็นอัจฉริยะนะครับ ไม่ใช่พ่อมดหมอผีที่จะล่วงรู้ทุกเรื่อง" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความระคนขบขัน ทว่ามือข้างหนึ่งกลับเอื้อมมาโอบเอวบางของเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับเสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านหลังเข้ามา ฝังตัวลงบนผนังปูนด้วยแรงปะทะมหาศาล "แต่ถ้าเรายังยืนเถียงกันเรื่องความรับผิดชอบ... คุณอาจจะไม่ได้ใช้ปากสวยๆ นี่เถียงผมอีกเลยนะครับ" แรงกระชากของเขาทำให้รินรดาเซเข้าไปปะทะแผงอกแกร่ง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน "ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันเดินเองได้" เธอเอ่ยลอดไรฟัน พลางใช้มือดันอกอีกฝ่ายออกเบาๆ ทว่าคีรินกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก รอยยิ้มมุมปากของเขาเผยให้เห็นในความมืดเมื่อแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคาย "ปล่อยตอนนี้ก็เท่ากับส่งคุณไปตายสครับ... อยู่ใกล้ผมปลอดภัยที่สุดแล้ว" เขาว่าด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเจ้าเล่ห์ แต่นัยน์ตากลับคมกริบและจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าเซฟเฮาส์ ปัง! เสียงถีบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้บานประตูพังหลุดจากวงกบ ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินรดาลดตัวลงต่ำตามสัญชาตญาณ มือเรียวควักปืนพกคู่ใจออกมากระชับมั่น สายตาดุดันมองตรงไปยังกลุ่มเงาดำสามคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับอาวุธปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ คีรินไม่รอช้า มือข้างหนึ่งคว้ามือเธอให้วิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งสู่ห้องใต้ดินที่เป็นทางหนีฉุกเฉิน แรงบีบที่มืออุ่นจัดส่งผ่านความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีระnระรื่น แม้ในยามที่กระสุนปืนเฉียดผ่านใบหูไปไม่ถึงคืบ รินรดากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด "ทางนี้ครับ" คีรินดันตัวเธอให้เข้าไปในช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดรอไว้แล้ว กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองลอยเข้าจมูกจนต้องนิหน้า แต่ไม่มีเวลาให้ลังเล รินรดามุดตัวเข้าไปอย่างคล่องแคล่วตามด้วยร่างสูงที่ตามติดมาไม่ห่าง ความมืดภายในท่อระบายอากาศทำให้พวกเขาต้องเคลื่อนไหวด้วยการสัมผัส รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอ เนื่องจากพื้นที่คับแคบทำให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกของคีรินในทุกย่างก้าวที่คลานไปข้างหน้า ความใกล้ชิดที่มากเกินไปนี้ทำให้สมาธิที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน "คุณ... ขยับไปหน่อยสิ" เธอพกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดปนกระวนกระวาย "ถ้าขยับมากกว่านี้ เราได้หล่นลงไปกองข้างล่างด้วยกันแน่ๆ ครับ" เสียงกระซิบตอบกลับมาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดผิวแก้มทำให้หัวใจของอดีตเจ้าหน้าที่สาวเต้นผิดจังหวะ "อีกอย่าง... ผมว่าท่านั่งตรงนี้มันก็ไม่ได้แย่นะครับ ออกจะ... แนบแน่นดีด้วยซ้ำ" "ไอ้บ้า..." รินรดากัดฟันกรอด อยากจะหันไปฟาดหน้าผากอีกฝ่ายสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดที่พื้นที่จำกัดทำให้ทำได้เพียงแค่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังคลานฝ่าความมืดเพื่อไปให้ถึงปากทางออกอีกด้าน เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาเหนือศีรษะก็หยุดลง ตามด้วยเสียงเคาะโลหะหนักๆ ดังสะท้อนก้องเข้ามาในท่อระบายอากาศ *ก๊อก... ก๊อก...* เสียงนั้นไม่ได้มาจากด้านหลัง แต่มันดังมาจาก *ข้างหน้า* จุดที่พวกเขาต้องคลานผ่านไป คีรินหยุดชะงักทันที มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่ของรินรดาเป็นสัญญาณให้หยุดนิ่ง ร่างสูงขยับเข้าไปบังร่างบางไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองความมืดเบื้องหน้าผ่านแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากรอยต่อของท่อ "ดูเหมือนว่า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของคีรินดังขึ้นชิดริมหูของเธอ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวจนน่าใจหาย "เราไม่ได้มีแค่แมวไล่จับหนูข้างหลังแล้วล่ะครับคุณริน... แต่ดูท่าทางจะมีคนมารอ 'ต้อนรับ' เราอยู่ข้างหน้าด้วยเหมือนกัน" รินรดาหรี่ตาลงในความมืด มือเรียวกระชับด้ามปืนในมือแน่นขึ้น พร้อมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อหากมีสิ่งผิดปกติโผล่เข้ามา ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว แสงไฟฉายสว่างจ้าก็ส่องทะลุเข้ามาจากปลายท่อเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นของใครบางคนที่ปรากฏขึ้นตรงทางออก... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%