เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 4

เสียงกระซิบจากเงามืด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ของเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน ร่างของมือสังหารรับจ้างสองคนที่บุกเข้ามาเมื่อครู่ นอนแน่นิ่งสนิทอยู่บนพื้นพรมสีเข้ม หยดเลือดสีแดงสดไหลรินเป็นทางยาวตามรอยต่อของแผ่นกระเบื้อง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นรัว ไม่ใช่ความตายที่เพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา... แต่เป็นผู้ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอนี่ต่างหาก คีริน... ผู้ชายที่เธอรู้จักในฐานะอัจฉริยะด้านไอทีและเด็กหนุ่มกวนประสาทผู้คอยดูแลระบบหลังบ้าน เขากำลังยืนเช็ดคราบเลือดบนนิ้วเรียวยาวของตัวเองด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวอย่างใจเย็น แววตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ไม่ใช่ความตกใจที่คนเขียนโค้ดเก่งๆ จะมีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดระดับพระกาฬ... แต่เป็น "ความคุ้นเคย" ในการปลิดชีพต่างหาก ที่ทำให้สัญชาตญาณอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของเธอร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น "คุณรู้ได้ยังไง..." รินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกชักออกจากฝัก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า "ไอ้พวกนั้นไม่ใช่โจรปล้นบ้านธรรมดา และพวกมันมีรอยสักรูปงูพิษไขว้กับดาบที่ต้นคอ... รอยสักของหน่วยปฏิบัติการลับใต้ดินรหัส 'แบล็คไวเปอร์' หน่วยงานที่ถูกยุบไปเมื่อห้าปีที่แล้ว... ทำไมคุณถึงรู้จุดอ่อนของพวกมัน และรู้วิธีหักคอพวกมันในพริบตาเดียวโดยที่ไม่ต้องส่งเสียงร้องเลยสักแอะ คีริน?" คีรินชะงักมือเล็กน้อย เขายังคงหันหลังให้เธอ รอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏขึ้นเสมอเวลาที่เขาอยากกวนประสาทเธอบัดนี้หายวับไปกับตา บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่ซ่านความกดดันบางอย่างออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ช้าๆ... คีรินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสองข้างที่ประสานกันเต็มไปด้วยความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา เขาไม่ได้แสดงอาการลนลาน หรือพยายามหาข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งมันช่างดูอันตรายและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน "คุณนี่ช่างสังเกตสมกับเป็นอดีตมือหนึ่งของหน่วยสืบราชการลับจริงๆ นะครับ ริน..." คีรินก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ระยะห่างที่ลดลงทีละก้าวทำให้รินต้องขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้เนื้อแข็งที่ตั้งชิดผนัง มือใหญ่ของคีรินยื่นออกไป วางทาบลงบนชั้นหนังสือข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความตายที่ยังติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขา โอบล้อมรินเอาไว้จนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ "ถอยไปคีริน คุณกำลังเบี่ยงเบนประเด็น" รินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกรวดไม่มีความกลัวเจือปน แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมดแล้วก็ตาม "ตอบคำถามของฉัน... คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมคุณถึงรู้เรื่องราวของฉันทุกอย่าง ตั้งแต่รหัสผ่านนิรภัยสมัยทำงานหน่วยเก่า ไปจนถึงแผนผังเซฟเฮาส์ลับหลังนี้... และที่สำคัญที่สุด ทำไมคุณถึงรู้ว่าฉันชอบดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน?" คำถามของเธอกระแทกเข้าใส่ความเงียบ คีรินก้มหน้าลงมามองเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอบัดนี้เหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดนี้ทำให้รินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่มันคือความหวั่นไหวที่เธอเกลียดชังตัวเองที่เผลอมันออกมา "ถ้าผมบอกว่า..." คีรินกระซิบเสียงต่ำ พางก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลจนน่าขนลุก แต่กลับแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้อันดำมืดที่สั่นสะท้อนไปถึงขั้วหัวใจ "ผมเฝ้าดูคุณมานานกว่าที่คุณคิด... นานก่อนที่เราจะได้ร่วมงานกันเสียอีก... คุณจะเชื่อไหมครับ?" รินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว "หมายความว่ายังไง..." "หมายความว่า..." คีรินผละใบหน้าออกมาสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง "ต่อให้ทั้งโลกนี้หันหลังให้คุณ หรือต่อให้องค์กรที่คุณเคยภักดีส่งคนมาเก็บคุณ... คนที่จะยืนอยู่ข้างคุณและพร้อมจะล้างบางทุกคนให้ราบคาบ ก็คือผมนี่แหละครับ ริน" "คุณมันบ้า..." รินพึมพำ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรุนแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "คุณไม่ใช่แค่โปรแกรมเมอร์ธรรมดา... คุณอันตรายเกินไป คีริน" "ผมอาจจะอันตรายสำหรับคนทั้งโลก..." คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มของเธออีกนิด สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากเธอนิ่งราวกับสัตว์ล่าเนื้อที่กำลังจ้องเหยื่ออันโอชะ "แต่สำหรับคุณ... ผมเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งการลงนรกไปลากคอคนที่มันบังอาจทำให้คุณเสียใจ... ให้มาตายแทบเท้าคุณ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนถูกตรึงไว้ด้วยความตึงเครียดและเคมีอันตรายที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ รินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความใกล้ชิดนี้ทำให้เผลอใจสั่นไหวไปกับความดิบเถื่อนและจริงจังที่แผ่ออกมาจากตัวตนที่แท้จริงของเขา มือเรียวของเธอวางทาบลงบนอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว เพื่อดันตัวเขาออก แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้า กลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังเอาตัวเองไปเข้าใกล้เปลวไฟ ก่อนที่รินจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อทำลายสถานการณ์ที่ชวนใจสั่นนี้ เสียงกริ่งเตือนภัยระบบป้องกันรอบนอกของเซฟเฮาส์ก็ดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." ขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่มุมห้องสว่างวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดตัวนอกสุดที่จับภาพของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็กกล้า คีรินผละออกจากตัวรินช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้เมื่อครู่ แปลเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบในเสี้ยววินาที เขาก้มลงมองหน้าจอที่มีภาพบุคคลปริศนากำลังยืนกดรหัสผ่านเปิดประตูเซฟเฮาส์อย่างแม่นยำ ราวกับว่าเขารู้รหัสผ่านนั้นดีเสียยิ่งกว่าเจ้าของบ้านตัวจริง รินขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ "นั่นมันรหัสผ่านฉุกเฉินระดับสาม... รหัสที่ใช้เฉพาะตอนที่ผอ.หน่วยข่าวกรองเรียกประชุมลับเท่านั้น..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริงไม่ได้มาแค่คนเดียวนะครับ" คีรินพูดเสียงเรียบ พางหยิบปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน ตรวจเช็กกระสุนด้วยความคล่องแคล่ว "และดูท่าทาง... เขาจะรู้ความลับที่คุณตามหามาตลอดเสียด้วยสิครับ..." **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ**
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%