เสียงกระสุนเจาะทะลุกระจกกันกระสุนดัง *ปัง!* สนั่นหู เศษฟิล์มเคลือบกระจกแตกกระจายราวกับเกล็ดน้ำแข็งท่ามกลางความมืดมิดของเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน กลิ่นดินปืนและโอโซนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ร้อนจัดคละคลุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ
รินรดากลิ้งตัวหลบหลังโต๊ะทำงานเหล็กหนาอย่างคล่องแคล่ว มือขวาตวัดกระชับปืนพกเซมิออโตเมติกในมือขึ้นเล็งไปยังช่องระบายอากาศด้านบนอย่างแม่นยำ ดวงตาสีเข้มฉายแววเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นตระหนก
"ให้ตายเถอะคุณ... ผมเพิ่งบอกไปหรอกนะว่าระบบรักษาความปลอดภัยของผมไร้เทียมทาน" คีรินสบถเบาๆ มือเรียวยาวราวกับศิลปินยังคงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดสามจอตรงหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเล่นเปียโนโซนาต้าแห่งความตาย หน้าจอหลักแสดงเส้นกราฟถอดรหัสไฟล์ลับที่กำลังวิ่งชนกำแพงไฟสีแดงฉาน "แต่มันดูเหมือนจะยกเว้นพวกไม่ได้รับเชิญที่อยู่นอกกฎหมายพวกนั้นนะ"
"ถ้าคุณยังมัวแต่พูดมากแล้วนิ้วไม่ยอมขยับเร็วกว่านี้ เราคงจะได้ตายก่อนที่จะได้รู้ว่าในแฟลชไดรฟ์นั่นมีความลับอะไรซ่อนอยู่" รินรดาตอกกลับเสียงเรียบ พรางเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้าง ไหล่กว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นปนระทึก—ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความท้าทายที่ดูเหมือนจะปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวอัจฉริยะด้านรหัสออกมาจนหมดสิ้น
*ปัง!* อีกนัดหนึ่งเจาะเข้าที่มุมโต๊ะทำงาน เศษไม้และโลหะกระเด็นเฉียดแก้มเนียนใสของรินรดาไปเพียงนิดเดียว
คีรินหันขวับมามอง แววตาสนุกสนานเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความดุดันที่ยากจะคาดเดา เขาเอื้อมมือคว้าแขนเรียวของรินรดากระชากให้หลบเข้ามาแนบชิดกับตัวในมุมอับของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก กลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่มปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นบุหรี่มวนโปรดพุ่งเข้าปะทะจมูก รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามวิสัยทัศน์ของอดีตสายลับ กลับกระหน่ำรัวราวมันจะทะลุออกมานอกอก
"อยู่นิ่งๆ สิครับคุณริน... ผมไม่อยากให้กระสุนพวกนั้นมาโดนคนสวยๆ อย่างคุณหรอกนะ" คีรินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เจ้าตัวก็ยังไม่วายส่งสายตากรุ้มกริ่มและรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความคลั่งรักแบบสุดโต่งมาให้
"มีสติหน่อยคีริน... ไฟล์นั้น!" รินรดาดุเสียงเข้ม พยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออกเบาๆ แต่คีรินกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนแทบหลอมละลายบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว
"ผมมีสติยิ่งกว่าใคร... และผมรู้ว่าต้องทำยังไงให้เราปลอดภัย" คีรินหันกลับไปมองหน้าจอหลักที่ตอนนี้แสดงข้อความ *Access Granted* เป็นสีเขียวสว่างวาบ รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "ไฟล์ถอดรหัสเรียบร้อยแล้วครับคนสวย ข้อมูลทั้งหมดถูกอัปโหลดเข้าสู่คลาวด์นิรภัยเรียบร้อย ตอนนี้ต่อให้พวกมันระเบิดตึกทิ้ง เราก็มีหลักฐานมัดตัวพวกมันทั้งหมดอยู่ดี"
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากชื่นชม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า เสียงโลหะกระแทกกับวงกบดังโครมคราม บ่งบอกว่าแนวป้องกันชั้นนอกสุดถูกทำลายลงแล้ว มือสังหารจากองค์กรเงามาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
คีรินสบถคำโต ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับดึงมือรินรดาให้ลุกตาม "ทางออกฉุกเฉินอยู่หลังชั้นหนังสือ... วิ่ง!"
รินรดาไม่รอช้า เธอสลัดความรู้สึกวาบหวามเมื่อครู่ออกไปอย่างไร้เยื่อใย สัญชาตญาณนักล่าตื่นเต็มพิกัด เธอยกปืนขึ้นยิงสวนไปยังเงาร่างแรกที่พังประตูเข้ามา กระสุนนัดเดียวเข้าเป้ากลางอกล้มคว่ำไปทันที ก่อนจะออกตัววิ่งตามหลังคีรินฝ่าความมืดเข้าไปในช่องทางลับหลังชั้นหนังสือเก่าแก่อย่างรวดเร็ว
ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทางเดินแคบๆ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินที่กะพริบติดๆ ดับๆ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่สะท้อนก้องไปตามผนังคอนกรีตชื้นแฉะ คีรินวิ่งนำหน้าโดยไม่ยอมปล่อยมือเรียวที่กุมไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือไป เธออาจจะหายลับไปกับความมืดมิดตลอดกาล
"อีกนิดเดียวครับ... ทางออกอยู่ตรงประตูเหล็กบานนั้น" คีรินเอ่ยบอกเสียงหอบ พรางใช้มืออีกข้างควักคีย์การ์ดสำรองออกมาเตรียมพร้อม
แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่ควรจะอยู่เบื้องหลัง กลับดังขึ้นจาก *เบื้องหน้า* แทน!
รินรดาสะดุดกึก ชักศอกดึงตัวคีรินให้หยุดชะงักอย่างกะทันหันจนเกือบชนเข้ากับแผงอกของเธอ สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังปลายทางเดินที่มีแสงสว่างสลัว ร่างของชายชุดดำร่างใหญ่สองคนยืนดักรออยู่ก่อนแล้ว ในมือถือปืนกลไรเฟิลพร้อมสรรพ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าของหัวหน้ามือสังหารที่ยืนกอดอกรออยู่
"ฉลาดนักนะ... คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ หนูริน" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างของชายอีกคนก้าวออกมาจากเงาดำด้านข้าง
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดและปริศนาที่เธอตามหามาตลอดหลายปีพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
"แก..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา
คีรินหันมามองรำไร สังเกตเห็นความสั่นไหวในแววตาของหญิงสาวเป็นครั้งแรก มือหนาที่กุมมือเธออยู่บีบแน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงให้
"ไม่เป็นไรครับ..." คีรินกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่กล้ามาทำร้ายผู้หญิงของเขา "ไม่ว่ามันจะเป็นใคร... วันนี้มันไม่มีทางได้แตะต้องคุณแน่... เพราะผมจะฆ่าพวกมันให้หมดเอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 3
เมื่อกำแพงเริ่มพังทลาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!