เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 2

รหัสลับใต้บรรทัด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นดินปืนและคราบเขม่าควันจางๆ ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอายความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศสำรองที่ยังคงทำงาน เสียงกะพริบถี่ๆ ของหลอดไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของคีรินและแววตานิ่งสนิทที่เปี่ยมด้วยรังสีสังหารของรินรดา ตึกร้างสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากแรงระเบิดที่ชั้นบน แต่ไม่มีใครมีเวลาสนใจความตายที่อยู่เหนือเพดานขึ้นไป ในเมื่อความตายในรูปแบบของความจริงกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่ตรงนี้ "คุณเล่นเกมอะไรอยู่ คีริน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ปืนสั้นเก็บเสียงในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังกึ่งกลางหน้าผากของชายหนุ่มโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ปลายนิ้วเรียวสวยวางทابقไว้อย่างมั่นคงบนไกปืน "เสียงระเบิดข้างบนนั่นคือแผนเบี่ยงเบนความสนใจของคุณใช่ไหม คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่" คีรินไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความยียวนและประกายความคลั่งไคล้บางอย่างที่มักทำให้รินรดารู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ปลายกระบอกปืนอีกหนึ่งก้าว จนเนื้อโลหะเย็นเฉียบเกือบจะแนบชิดกับผิวเนื้อบริเวณหว่างคิ้วของเขาเอง "ใจเย็นก่อนสครับ คุณตำรวจคนสวย... หรือตอนนี้ต้องเรียกว่าอดีตสายลับตกอับดีล่ะ" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสบายๆ "วางปืนลงก่อนเถอะครับ หน้าตาตอนคุณกำลังโกรธมันน่ามองจนผมแทบไม่มีสมาธิจะกดเปิดไฟล์สำคัญพรรณนี้เลยรู้ไหม" "สามวินาที คีริน ถ้าคุณยังไม่พูดว่าเอกสารในแฟลชไดรฟ์นั่นคืออะไร ผมจะเป่าสมองคุณให้กระจายติดผนังห้องนี่ซะ" "โหดร้ายจังนะครับ ทั้งที่ผมกำลังจะช่วยชีวิตคุณแท้ๆ" คีรินยอมยกมือขึ้นระดับหัวไหล่เป็นเชิงยอมจำนน แต่สายตาคมกริบกลับไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดบริเวณขมับ เขาเคาะนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์พกพาที่วางอยู่บนโต๊ะเหล็กผุๆ หน้าจอสีฟ้าสว่างวาบขึ้น สะท้อนภาพเอกสารลับเก่าคร่ำครึที่มีตราประทับลับสุดยอดของหน่วยงานข่าวกรอง หน้าจอแสดงภาพถ่ายใบหน้าของเด็กสาวคนหนึ่งในอดีต... เด็กสาวที่มีรอยยิ้มคุ้นตา และแฟ้มคดีอารกรรมอำพรางเมื่อเจ็ดปีก่อน รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ปลายกระบอกปืนที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความบนหน้าจอ "นี่มัน..." เสียงของเธอแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "ใช่ครับ... คดีที่ทำให้คู่หูของคุณต้องตายเมื่อเจ็ดปีก่อน และเป็นคดีเดียวกันกับที่คุณพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพพร้อมกับความลับของรัฐบาล" คีรินหุบยิ้ม ท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความจริงจังและดวงตาที่ลุ่มลึกจนน่ากลัว "แต่สิ่งที่พวกมันไม่ได้บอกคุณก็คือ คนที่ออกคำสั่งเก็บกวาดพยานปากเอกในคืนนั้น... ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นหัวหน้าหน่วยคนปัจจุบันของคุณเอง รินรดา" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยด้านบนเงียบลงแล้ว เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำในอกของหญิงสาว รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความทรงจำสีเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน ภาพร่างไร้ลมหายใจของคู่หูสนิทที่นอนจมกองเลือด ภาพที่เธอเคยโทษว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเอง... มันถูกบิดเบือนมาตลอดอย่างนั้นหรือ? "คุณโกหก..." รินรดากัดฟันกรอด ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแข็งกระด้าง เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม มืออีกข้างกระชากคอเสื้อคีรินเข้ามาหาตัวจนใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "คุณเอาหลักบ้าอะไรมาพูด คีริน! ถ้าคุณคิดจะปั่นหัวผม บอกไว้ก่อนเลยว่าคุณเลือกวิธีได้แย่มาก!" คีรินไม่ขัดขืน ปล่อยให้ร่างสูงถูกกระชากจนเซเข้าหา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของหญิงสาว ความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ภายในอกทำให้เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา เป็นการกระทำที่อ่อนโยนเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมไม่เคยโกหกคุณ... โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณ" คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ "ผมยอมเป็นอาชญากรที่โลกต้องการ ยอมโดนตามล่าจากองค์กรใต้ดินครึ่งค่อนโลก ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดนี้มาช่วยคุณ... คนเดียวเท่านั้น ริน" เคมีอันตรายระอุขึ้นในอากาศที่อบอ้าว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ บนตัวของกันและกัน ทำให้ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนระคนวาบหวาม รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือคำด่าทอเพื่อผลักไสเขาออกไป ทว่า... *กริ๊ก.* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากความมืดตรงมุมอับด้านหลังประตูห้องควบคุมที่ควรจะว่างเปล่าดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นรัวลงในเสี้ยววินาที ทั้งคีรินและรินรดาชะงักกึก สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวพร้อมกันในเสี้ยววินาที รินรดาผละออกจากร่างของชายหนุ่ม ปรับปืนในมือหันขวับกลับไปเล็งยังความมืดมิดเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว "ใครอยู่ตรงนั้น!" รินรดาตะโกนกร้าว เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมาอย่างช้าๆ ภายใต้แสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบสลับไปมา ใบหน้านั้นปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ "ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของแผนการ... รินรดา" เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยทักทาย พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับปริศนากลุ่มเงาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%