เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 13

ความลับในฮาร์ดไดรฟ์

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดกระทบใบหน้าคมสันของคีริน ในขณะที่นิ้วเรียวยาวราวกับศิลปินกำลังรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กติดต่อกันเป็นจังหวะ ในเซฟเฮาส์คับแคบที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันท่ามกลางความตึงเครียด "ถ้าไม่อยากโดนฝังกลบอยู่ที่นี่ ก็จับมือผมไว้ให้แน่นๆ นะครับ... เพราะต่อจากนี้ ผมจะพาคุณไปเจอของจริง" ประโยคทิ้งท้ายจากเหตุการณ์ระทึกเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย สายตาคมกริบกวาดมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังทำสงครามประสาทกับระบบรักษาความปลอดภัยระดับชาติ เธอไม่ได้จับมือเขาอย่างที่เอ่ยปากขู่แกมหยอก แต่ฝ่ามือที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังอด "คุณแน่ใจนะคีรินว่าไฟล์นั่นไม่ได้ถูกตั้งระบบทำลายตัวเองอัตโนมัติ" รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน คีรินหยุดพิมพ์ชั่วขณะ เขาสะบัดหน้ากลับมามองหญิงสาว ยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มยียวนที่เห็นทีไรก็ชวนให้หมั่นไส้จนอยากหาอะไรมาฟาดสักที "ระดับอัจฉริยะอย่างผม ถ้าพลาดก็คงไม่ได้นั่งหายใจอยู่ตรงนี้หรอกครับ... อีกอย่าง เป็นห่วงผมเหรอครับ ริน" "อย่าหลงตัวเองให้มากนักคีริน ฉันแค่ไม่อยากตายเพราะความบ้าบิ่นของคุณ" "ปากแข็งจังนะครับ ทั้งที่เมื่อกี้ตอนกระสุนเฉียดหัว เรายังตัวติดกันแทบจะสิงร่างอยู่แล้วเชียว" คีรินจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาพราวระยับมองสำรวจเรือนร่างเพรียวระหงของอดีตเจ้าหน้าที่สาวที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล รินรดากลอกตาด้วยความเอือมระอา แต่ลึกๆ แล้วเธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจดวงนี้กำลังเต้นแรงผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดอันตรายที่ผู้ชายคนนี้จงใจสร้างขึ้นมาล้อมกรอบเธอต่างหาก หน้าจอหลักปรากฏแถบโหลดข้อมูลสีเขียววิ่งจนครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียงสัญญาณเตือนเบาๆ ดังขึ้นยืนยันความสำเร็จ คีรินหันกลับไปให้ความสนใจกับหน้าจออีกครั้ง รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาสุขุมจริงจังที่หาดูได้ยาก "มาแล้วครับ... ความลับที่พวกมันพยายามเอาชีวิตเราเพื่อปิดปาก" คีรินพยักเพยิดให้รินรดาขยับเข้ามาดูใกล้ๆ หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปยืนชิดโต๊ะทำงาน ร่างกายของทั้งคู่เบียดกันโดยไม่ตั้งใจจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา รินรดากลั้นหายใจชั่วขณะ ก่อนจะเบนสายตาไปที่หน้าจอ ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่แค่เอกสารราชการธรรมดา แต่มันคือโฟลเดอร์ลับที่บรรจุไฟล์เสียงสนทนา วิดีโอหลักฐานการทุจริตโครงการงบประมาณแผ่นดินมูลค่ามหาศาล และรายชื่อของบุคคลระดับสูงในรัฐบาล ทั้งรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงนักธุรกิจอิทธิพลมืดที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการฟอกเงินและค้าอาวุธเถื่อน ชื่อแต่ละชื่อที่ปรากฏขึ้นมาสามารถสั่นคลอนเสถียรภาพของประเทศได้ในชั่วข้ามคืน "พวกมันไม่ได้แค่โกงกินบ้านเมือง..." รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นไฟล์วิดีโอล่าสุด "นี่มันการฆาตกรรมอำพราง... คนพวกนี้อยู่เบื้องหลังการตายของหน่วยข่าวกรองชุดก่อนทั้งหมด" มือขาวเนียนของรินรดาเผลอวางลงบนโต๊ะจนสั่นเทา ปมในใจที่เธอตามหาคำตอบมาตลอดหลายปีเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคู่หูคนสนิท ถูกคลี่คลายลงด้วยภาพและเสียงตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนดูลึกล้ำในแววตาคู่สวย คีรินเหลือบมองมือที่สั่นเทานั้นอย่างนึก เขายื่นมือไปกุมทับมือของเธอไว้อย่างมั่นคง สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมาให้โดยไม่ต้องเอื้อnนเอ่ยคำปลอบโยนใดๆ "คราวนี้เชื่อรึยังครับ ว่าผมไม่ได้พาคุณมาเล่นๆ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ ใกล้จนลมหายใจอุ่นปัดปรือผ่านผิวแก้ม รินรดาหันไปสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว เคมีอันตรายพุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยเตือนสติเขาเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน แต่สายตาคมกราบที่มองลึกลงมาในดวงตาของเธอกลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ "คีริน... ตอนนี้ไม่ใช่เวลามา..." "ผมรู้ครับ..." คีรินพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนเธอนิ่งงัน "แต่ต่อให้โลกล่มสลายตรงหน้า ผมก็มีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่อยากจะบอกคุณเหมือนกัน" ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ เสียงกระชากประตูเหล็กด้านนอกเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้ พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องลอดผ่านช่องประตูกระจกเข้ามา คีรินดึงตัวรินรดาเข้ามาหลบหลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปืนพกสั้นออกมาจากสายสะพายข้างอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นนักล่าในพริบตา เขากระซิบชิดริมหูเธอเบาๆ "ดูเหมือนแขกไม่速เชิญของเราจะมาเร็วกว่าที่คิด... แต่โชคดีที่เราดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จพอดี" รินรดาดึงแมกกาซีนปืนของตัวเองออกมาเช็กความพร้อม แววตาของอดีตสายลับกลับมาคมกลาบและเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกครั้ง เธอยิ้มมุมปากให้ชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้าง "งั้นก็คงต้องต้อนรับพวกมันสักหน่อยแล้วล่ะครับ... พาร์ทเนอร์" ก่อนที่คีรินจะทันได้ตอบรับ เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นทะลุประตูห้องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำหลายสิบคนที่พังประตูเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกด้าน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%