กลิ่นอานิสงส์ของความตายยังอบอวลอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินแห่งนี้ หน้าจอคอมพิวเตอร์สี่จอฉายแสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนกับหยาดเหงื่อบนขมับของรินรดา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังไร้นิ้วกำลังพิมพ์รหัสผ่านชุดสุดท้ายด้วยความเร็วสูง ขณะที่ลมหายใจของเธอถูกควบคุมให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวราวกับกลองศึกก็ตาม
"ระวังหน่อยครับคนสวย ถ้าคีย์ผิดอีกแค่ครั้งเดียว ระบบทำลายตัวเองจะเปลี่ยนห้องนี้ให้กลายเป็นเตาอบมนุษย์ย่อมๆ เลยนะ"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของคีรินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงาน มือข้างหนึ่งหมุนมีดพับเล่มเล็กเล่นอย่างใจเย็น ทั้งที่สถานการณ์รอบตัววิกฤตจนแทบหายใจไม่ออก แต่แววตาที่เขามองรินรดากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจและประกายความคลั่งไคล้ที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด
รินรดาเหลือบสายตาคมกริบมองชายหนุ่มด้วยหางตา
"ถ้าไม่อยากตายเป็นเถ้าธุลีพร้อมฉัน หุบปากแล้วช่วยเช็กสัญญาณรบกวนข้างนอกให้ที คีริน"
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิม... แต่ผมชอบนะครับ" คีรินยิ้มมุมปาก ยอมขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสอบได้สัดส่วนก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนต้นคอระหงจนรินรดาต้องเกร็งไหล่ "โดยเฉพาะเวลาที่คุณสั่งผมด้วยสายตาแบบนั้น"
"ถอยไป" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่คีรินกลับหัวesในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่โดยดี สายตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างปราดเปรียวของเธอด้วยความเสน่หาที่ทะลักล้น
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอหลักดังขึ้น ข้อมูลไฟล์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงเจ็ดชั้นถูกปลดล็อกออกทีละแฟ้ม แสงสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต พร้อมกับรายชื่อและภาพถ่ายที่ปรากฏขึ้นบนจอใหญ่เบ้อเริ่ม
รินรดากลั้นหายใจ นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อชื่อแรกปรากฏชัดเจน
"ผู้กำกับสารัตน์..." เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงของมันมีน้ำหนักมากพอที่จะกดทับร่างของเธอให้จมดิ่งลงไปในพื้นห้อง
ชายผู้เป็นดั่งอาจารย์ เป็นคนสอนทุกกลยุทธ์ในการเอาตัวรอด เป็นคนที่เธอเคารพรักและไว้วางใจยิ่งกว่าใคร... กลับเป็นชื่อแรกที่ปรากฏในฐานะ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" คำสั่งฆ่าล้างบางหน่วยปฏิบัติการพิเศษเมื่อสามปีก่อน และเป็นเจ้าของโปรเจกต์ "เงาดำ" ที่กำลังตามล่าพวกเขาในตอนนี้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมเซฟเฮาส์ทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมเบาๆ
คีรินหุบยิ้มกวนๆ บนใบหน้าทันที แววตาคมกริบฉายแววอันตราย รอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายผู้ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้ายต่างหาก ที่ทำให้โลกรอบตัวเหมือนดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวจากตอนที่แล้ว บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยความจริงอันแสนโหดร้ายที่สะท้อนอยู่บนหน้าจอ
"เจ็บปวงดีใช่ไหมครับ?" คีรินเอ่ยเสียงนุ่ม ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่ มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนไหล่บางของรินรดา บีบเบาๆ เพื่อถ่าย
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธแค้น ความผิดหวัง และความเคียดแค้นประดังประเดเข้ามาในอกจนแน่นทึบ เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเงาทั้งหมด จะเป็นคนที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องมาตลอด
"ฉันต้องไปหาเขา..." เสียงของเธอดังขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยเพลิงโทสะ
"ใจเย็นก่อนครับคนสวย การเดินไปหาหมาป่าในถ้ำโดยไม่มีแผน ไม่เรียกว่ากล้าหาญ... เขาเรียกว่ารอด2ตัวส่งเดช" คีรินคว้าข้อมือเรียวไว้มั่น แรงบีบไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะหยุดยั้งก้าวเท้าของเธอ
"ปล่อยนะ คีริน! นายก็เห็นเอกสารนั่นแล้วนี่ หม Aนั่นมัน..."
"ผมเห็นครับ และผมก็รู้ด้วยว่าตอนนี้... สารัตน์ไม่ได้อยู่คนเดียว" คีรินตัดบท น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนน่ากลัว เขากดแป้นพิมพ์บนโต๊ะทำงานด้วยมืออีกข้างอย่างรวดเร็ว หน้าจอหลักถูกดึงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกเซฟเฮาส์เข้ามาแทนที่
ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้ลมหายใจของรินรดาต้องสะดุดกึก
เงาดำนับสิบชีวิตกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมตึกร้างแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ พร้อมกับแสงไฟสีแดงจากลำกล้องปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่ส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องใต้ดิน
และตรงกลางของหน้าจอ... ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบ ผู้มีรอยยิ้มใจดีเยี่ยงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่รินรดาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต กำลังก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในเขตตึก พร้อมกับเงาปริศนาอีกร่างที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้ง ราวกับเสียงเคาะโลงศพที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่
"สวัสดีครับ... รินรดา ลูกสาวตัวน้อยของผม" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมหน้าประตูเข้ามา พร้อมรอยยิ้มของสารัตน์ที่จ้องมองตรงมายังเลนส์กล้องวงจรปิดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เขามาเร็วกว่าที่เราคิด... และดูเหมือนว่า เขาจะไม่ได้มาแค่เพื่อเจรจานะครับคนสวย" คีรินกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอันตราย พร้อมกับดึงปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากเข็มขัดด้านหลัง ยัดใส่มือเรียวของรินรดาอย่างรู้ใจ "งานนี้... เราคงต้องตายกันไปข้าง หรือไม่เขาก็ต้องเป็นฝ่ายจำนนแทบเท้าคุณ"
รินรดากำด้ามปืนในมือแน่น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร เธอหันไปสบตากับคู่หูจอมกวนประสาทที่บัดนี้กลายเป็นแนวร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
"ถ้าคืนนี้เราต้องตาย... ฉันขอพามันลงนรกไปก่อนก็แล้วกัน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 10
เบาะแสจากคนตาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เงากับนักล่าที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!