“ถ้าเจ้าคิดว่าจะใช้หินมนตราเวทย์แสงชำระล้างคราบคำสาประดับเจ็ดดาวนั่นด้วยวิธีดลใจแบบเด็กๆ ละก็ ข้าเกรงว่าแม้แต่เศษซากไอเท็มของเจ้าก็คงสลายกลายเป็นธุลีไปกับแรงดันมานาของดันเจี้ยนชั้นที่ยี่สิบสี่นี้แน่นอนค่ะ เรย์”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่เล็กน้อยของเซเลสเต้ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นอายดินปืนของมหานครใต้ดิน «กรา나ออส» เอลฟ์สาวโบราณผู้เป็นทั้งอาจารย์และปริศนาเดินเลี่ยงพ้นเสาหินสลักอักขระโบราณ ดวงเนตรสีมรกตคู่นั้นกวาดมองแผ่นศิลาตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มคล้ายกำลังรอดูละครฉากใหญ่
เรย์ไม่ได้หันกลับไปทันที ฉันยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ข้อมูลสเตตัสและค่าความต้านทานเวทย์มืดของมอนสเตอร์ระดับบอสในดันเจี้ยนนี้กำลังวิ่งวนสลับกันอย่างรวดเร็ว สมองของฉันประมวลผลคำนวณความน่าจะเป็นอย่างเป็นระบบ โลก VRMMO ในเกม «Chronicles of Aethelgard» แห่งนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นเอาชนะด้วยการใช้กำลังเข้าแลกตั้งแต่แรก ระบบการเล่นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่มีไหวพริบ ความเข้าใจในกลไกของโค้ดเกม และการประยุกต์ใช้สกิลที่อยู่นอกกรอบ สามารถพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้เสมอ
และนั่นคือสิ่งที่พรีสต์สายลุยอย่างฉันถนัดที่สุดค่ะ
“อาจารย์คะ วิธีดลใจแบบเด็กๆ ที่ว่าน่ะ มันคือทางเลือกของพวกมือสมัครเล่นต่างหากล่ะคะ” ฉันปัดหน้าจอโฮโลแกรมทิ้งด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว หัวไม้เท้ามรกตเปล่งประกายแสงนวลตาอุ่นๆ ออกมา “สำหรับฉันแล้ว... ถ้าประตูมันไม่ยอมเปิดออกดีๆ เราก็แค่ต้องเขียนรหัสผ่านใหม่ลงไปในระบบของมันด้วยมือของเราเองต่างหากค่ะ”
เซเลสเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายทึ่งอย่างปิดไม่มิด “เจ้าหมายความว่า...”
“ค่ะ ตามนั้นเลย”
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมสมาธิ และปลดปล่อยพลังมานาบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งตรงเข้าสู่แก่นกลางของผนังศิลาโบราณ ทันทีที่ปลายไม้เท้าสัมผัสกับพื้นผิว รอยร้าวสีดำสนิทที่เกิดจากคำสาปโบราณก็เริ่มแผ่ขยายวงกว้างราวกับใยแมงมุม เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวขึ้นในโสตประสาทอย่างต่อเนื่องจนน่าปวดหัว
[คำเตือน: ผู้เล่นเรย์กำลังฝ่าฝืนกฎกลไกของดันเจี้ยนชั้นที่ 24]
[ระบบตรวจพบความพยายามในการแฮกข้อมูลแก่นแท้ของเวทย์มนตร์ด้วยสกิล ‘พรแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์’ (Holy Blessing)]
[คำเตือน: อัตราความเสี่ยงในการสะท้อนกลับของมานาคือ 98.5%]
“เก้าสิบแปดจุดห้าเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นเหรอคะ... ตัวเลขขู่ขวัญใช้ได้เลยนี่นา” ฉันพึมพำเบาๆ กับตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “แต่ก็น่าเสียดายนะคะที่ระบบลืมคำนวณตัวแปรสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง... นั่นก็คือตัวฉันเองค่ะ!”
สิ้นเสียงคำพูดนั้น เรย์ก็ไม่ได้ถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทั่วไป กลับกัน ฉันก้าวเท้าเข้าประชิดผนังศิลาที่กำลังระเบิดพลังงานสีดำทมิฬออกมาอย่างบ้าคลั่ง มือข้างหนึ่งกางอาคมป้องกันระดับสูงขึ้นมาคลุมร่าง ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งสะบัดไม้เท้าเป็นวงกลมกลางอากาศ ถักทอโค้ดคำสั่งสกิลซ้อนทับกันถึงสามชั้น—กระบวนการที่ในหมู่นักเล่นเกมสายฮาร์ดคอร์เรียกกันว่า ‘การร่ายสกิลแบบคอมโบซ้อนมิติ (Multi-Layer Spellweaving)’ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่มีผู้เล่นสายซัพพอร์ตคนไหนในเซิร์ฟเวอร์กล้าทำ เนื่องจากมันกินมานาในปริมาณที่สูงลิ่วแถมยังเสี่ยงต่อการที่สมองจะได้รับความกระทบกระเทือนจากแรงดันเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง
แต่สำหรับพรีสต์ที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างโชกโชน การควบคุมค่ามานาในระดับนี้เป็นเพียงเรื่องสนุกท้าทายเท่านั้นค่ะ
*วู้มมมมมม—!*
คลื่นกระแทกสีทองอร่ามพุ่งทะยานออกจากร่างของฉัน ชนปะทะเข้ากับม่านพลังสีดำสนิทของดันเจี้ยนอย่างจัง เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เศษหินและฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เซเลสเต้ต้องยกแขนเสื้อขึ้นบังเศษซากที่ปลิวว่อน แต่ดวงเนตรสีมรกตยังคงจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าไม่กะพริบ
ในวินาทีที่แสงสีทองและสีดำเข้าหักล้างกันจนเกิดเป็นช่องว่างสุญญากาศ เรย์ก็อาศัยจังหวะเสี้ยววินัตินั้นพุ่งทะยานเข้าไปประชิดใจกลางของอักขระโบราณ มือเรียวบางกดลงบนรอยแยกของศิลาก่อนจะเอ่ยคำสวดที่ไม่มีอยู่ในตำราเล่มไหนบนโลกใบนี้—คำสวดที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาจากบั๊กของระบบที่ฉันค้นพบโดยบังเอิญในช่วงที่ฟาร์มเลเวลมาราธอนสามวันสามคืนติดต่อกัน!
“ในนามของพรีสต์ผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย... ขอรีเซ็ตระบบตรรกะของเจ้านี่เสียใหม่เดี๋ยวนี้ค่ะ!”
*เปรี๊ยะ...! แครก...!*
เสียงราวกับกระจกแก้วบานใหญ่แตกละเอียดดังขึ้น อักขระสีดำที่เคยคุมขังประตูทางลับมานานนับร้อยปีพลันสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ความมืดมิดที่ปกคลุมทั่วบริเวณถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างเจิดจ้าจนแสบตา กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความเงียบสงบอันน่าทึ่ง
[ประกาศจากระบบส่วนกลาง: ผู้เล่น ‘เรย์’ ประสบความสำเร็จในการดัดแปลงกลไกดันเจี้ยนด้วยวิธีที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูล]
[ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: สกิลเฉพาะตัว ‘การแปรสภาพมานาศักดิ์สิทธิ์ (Divine Mana Transmutation)’ ได้รับการยกระดับสู่ขั้นสูงสุด]
[ท่านได้รับฉายาหายาก: ‘ผู้บัญญัติกฎแห่งแสง’]
หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงดนตรีเฉลิมฉลองชัยชนะที่ดังกระหึ่ม เซเลสเต้ลดแขนลง มองภาพความสำเร็จตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย รอยยิ้มที่มักจะซ่อนความลับเอาไว้เสมอในครานี้กลับกลeาย1เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง
“เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ... ทำเอาข้าประหลาดใจได้เรื่อยๆ จริงด้วยสินะคะ” เอลฟ์สาวเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้ปลายนิ้วแตะที่ไหล่ของฉันเบาๆ “แบบนี้เห็นทีว่าการเดินทางไปยังชั้นที่ยี่สิบห้าคงจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเสียแล้วล่ะค่ะ”
เรย์ระบายลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบและมั่นใจ แต่เอาเข้าจริงเหงื่อกาฬก็ซึมชุ่มแผ่นหลังไปหมดแล้วเหมือนกัน การดึงดันทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ถ้าพลาดไปนิดเดียวมีหวังได้กลับไปนอนนับหนึ่งใหม่ที่วิหารเริ่มต้นแน่ๆ ค่ะ
“ก็แค่ใช้สมองและไหวพริบนิดหน่อยเองค่ะอาจารย์” ฉันยิ้มรับ พลางเก็บไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ช่องเก็บไอเท็ม “อีกอย่าง ฉันยังต้องรีบเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ให้จบก่อนกำหนดการอีเวนต์ประจำสัปดาห์ด้วยนะคะ ขืนชักช้าเดี๋ยวอดไอเท็มหายากเซ็ตใหม่พอดี”
ฉันหันกลับไปมองเบื้องหน้า ประตูศิลาบานมหึมาที่เคยปิดตายบัดนี้เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินทอดยาวสู่ความมืดเบื้องล่าง บรรยากาศภายในดูเงียบสงบผิดปกติ ราวกับว่ากำลังรอคอยการมาเยือนของใครบางคนอยู่... หรือบางที อาจจะมีบางสิ่งที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราอันยาวนานแล้วจริงๆ
ในจังหวะที่พวกเรากำลังจะก้าวเท้าเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและมั่นคงก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ทั่วไป และไม่ใช่เสียงของระบบ NPC ในดันเจี้ยน แต่เป็นเสียงฝีเท้าของ ‘ผู้เล่น’ อีกคนหนึ่งที่มีเจตนามุ่งร้ายชัดเจน
*ตึง... ตึง... ตึง...*
พร้อมกันนั้น แสงไฟเวทมนตร์สีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นตามผนังทางเดิน เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนดักรออยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นภายใต้ฮู้ดสีเข้ม พร้อมกับชื่อเหนือศีรษะที่ถูกปลดล็อกเปิดเผยออกมาให้เห็นชัดเจน—ชื่อของผู้เล่นอันดับหนึ่งแห่งเซิร์ฟเวอร์ที่ควรจะติดอยู่ในภารกิจลับอีกซีกโลกหนึ่งของเกม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความป่วนและไหวพริบของพรีสต์สายลุยเสมอนะคะ!
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์•ตอนที่ 27
ปลุกพลังหลับใหล
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!