"เรย์... ระวัง!"
เสียงอุทานของเซเลสเต้ขาดห้วงไปพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงแกนกลางระบบประสาท รอยแยกมิติสีเงินยวงเบื้องหน้าไม่ได้แค่พ่นร่างของชายสวมหน้ากากปริศนาออกมา แต่มันยังฉีกกระชากกฎเกณฑ์ฟิสิกส์ภายในดันเจี้ยนระดับ S จนบิดเบี้ยวเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันระดับคลาสบอสแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บีบอัดอากาศรอบตัวจนพวกเราแทบหายใจไม่ออก
"เรย์... เด็กน้อยผู้ดื้อรั้น เธอกำลังทำให้ 'ท่านประธาน' หนักใจรู้ไหม?"
เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากโลหะสีเงินสะท้อนก้องกังวาน มันไม่ใช่เสียงในเกม แต่มันคือเสียงที่ถูกแปลงคลื่นความถี่ผ่านระบบภายนอก ชื่อจริงในโลกภายนอกของฉัน—ชื่อที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมายและห้องปฏิบัติการปิดตาย ถูกเอื้อnออกมาจากปากของคนแปลกหน้าได้อย่างหน้าตาเฉย
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าพุ่งตรงสู่สมองส่วนกลาง หัวใจของฉันเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่นั่นไม่ใช่ความกลัว... มันคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัด
*ข้อมูลรั่วไหลได้อย่างไร? หรือว่าบริษัทแม่ของเกมนี้กำลังส่งหน่วยกวาดล้างข้อมูลส่วนบุคคลมาเก็บกวาดผู้เล่นที่รู้มากเกินไป?*
รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉัน แม้สถานการณ์จะคับขันจนแทบไม่มีทางรอด แต่ในฐานะพรีสต์สายลุยผู้ผ่านสมรภูมิบั๊กทะลักเซิร์ฟเวอร์มานับไม่ถ้วน การตื่นตระหนกคือหนทางสู่ความตายที่เร็วที่สุด
"คุยกันนอกรอบแบบนี้ มีใบอนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลเกมเมอร์หรือยังคะคุณพี่?" ฉันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง พร้อมกับกระชับไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ในมือแน่น แสงสีทองอุ่นเริ่มไหลวนรอบปลายไม้เท้า เป็นสัญญาณเตือนว่าสกิลบัฟขั้นสูงถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ชายสวมหน้ากากแค่นหัวเราะในลำคอ "ปากดีไม่เปลี่ยน... สมกับเป็นหัวหน้าทีมวิจัยโปรเจกต์ซีโร่ น่าเสียดายที่กฎหมายโลกภายนอกเอื้อมไม่ถึงดินแดนรกร้างแห่งนี้หรอกนะ"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วเหนือเสียง!
*ชะมัด! สกิล 'เทเลפורต์แบบไร้รอยต่อ' เลเวลเต็ม!*
"เซเลสเต้! ทางซ้าย!" ฉันตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากแขนอาจารย์สาวเอลฟ์ให้หมุนตัวหลบคมดาบโปร่งแสงที่ฟันเฉียดปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากการฟันครั้งนั้นกรีดผิวแก้มจนขึ้นแถบแดงและแสดงค่าพลังชีวิตลดลง (-1,500 HP) ทันที
เซเลสเต้ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวยาวสีมรกตของเอลฟ์โบราณฉายแววเยືือกเย็น เธอยกคทาไม้โบราณขึ้นรับการโจมตีครั้งที่สองที่พุ่งตรงมายังจุดอับสายตาได้อย่างแม่นยำราુูกับอ่านอนาคตได้
"เจ้ามนุษย์หน้าโง่ บังហานอาจหาญมารบกวนเวลาพักผ่อนในอาณาเขตของข้า เจ้าคิดว่ารอยแยกมิตินี้เป็นทางเดินหน้าบ้านของเจ้าหรือไง!" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของเซเลสเต้ตวาดก้อง เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นจากพื้นดินรอบตัวเรา กลายเป็นม่านพลังงานเวทมนตร์รูปทรงโดมที่สะท้อนการโจมตีของหน่วยล่าสังหารจนกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว
"ท่านเซเลสเต้... NPC ระดับตำนานผู้พิทักษ์ความลับสินะครับ ทางสำนักงานใหญ่เตือนไว้แล้วว่าระบบ AI ในดันเจี้ยนนี้มีความผิดปกติขั้นรุนแรง... ดูท่าเราคงต้อง 'รีเซ็ต' ข้อมูลของท่านใหม่ทั้งหมดด้วยเช่นกัน" ชายสวมหน้ากากเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้ซึ่งความรู้สึก มือข้างขวายกขึ้นกดอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่ข้างหู "หน่วยสนับสนุนยืนยันพิกัด... เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างรหัส 001 และ 004"
ทันทีที่เขาสั่งการ พื้นดินรอบดันเจี้ยนก็สั่นสะเทือนยิ่งกว่าเดิม ผนังหินแกรนิตโบราณเริ่มปริแตกออก เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืด มอนสเตอร์รับจ้างระดับมินิบอส "เงาทมิฬไร้เงา" จำนวนนับสิบตัวกรูออกมาจากซอกมุมต่างๆ ล้อมรอบพวกเราไว้ทุกด้านจนแทบไม่เหลือทางหนี
สถานการณ์บีบคั้นจนมุม พื้นที่หลบหนีถูกตัดขาด ระบบแจ้งเตือนสีแดงกระพริบถี่รัวในเรตินาของฉัน
[คำเตือน: ท่านกำลังถูกคุกคามโดยผู้เล่นระดับสูงและกองกำลังภายนอกระบบ]
[ระบบป้องกันความปลอดภัยของดันเจี้ยนจะปิดตัวลงในอีก 3 นาที]
ฉันกวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณความน่าจะเป็นของเส้นทางหลบหนีอัตราส่วน 3 ต่อ 100 การปะทะตรงๆ มีแต่ตายกับตาย สิ่งเดียวที่เราทำได้ไม่ใช่การสู้ แต่เป็นการใช้บั๊กของสภาพแวดล้อมเพื่อเอาตัวรอด
"เซเลสเต้... เชื่อใจฉันไหมคะ?" ฉันหันไปสบตากับอาจารย์สาวเอลฟ์ น้ำเสียงของฉันราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมั่น
เซเลสเต้ปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เจ้าเด็กมนุษย์... ต่อให้เจ้าจะพาข้าไปตกเหว ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจเจ้าแล้วไม่ใช่หรือไง?"
"ดีมากค่ะ! งั้นเราจะไป 'โดดร่ม' นอกแผนที่กัน!"
ฉันร่ายสกิล 'แสงศักดิ์สิทธิ์กระจายตัว' อัดพลังเวททั้งหมดลงสู่พื้นดินจนเกิดระเบิดแสงสีขาวจ้าแสบตา บดบังการมองเห็นของหน่วยล่าสังหารชั่วขณะ ฉันคว้ามือเซเลสเต้แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่รอยแยกมิติที่ยังคงหลงเหลือพลังงานความผันผวนอยู่เบื้องหลัง ไม่สนใจเสียงตะโกนไล่หลังหรือคมดาบที่เฉียดผ่านเสื้อผ้าไปแม้แต่น้อย
ร่างของเราทั้งสองร่วงหล่นลงไปในความมืดอนันต์ของช่องว่างระหว่างมิติ แรงเหวี่ยงมหาศาลฉีกกระชากชุดเกราะจนเสียหาย แต่ฉันยังคงกัดฟันแน่น ประคองสติและใช้ไม้เท้าค้ำยันกระแทกเข้ากับผนังมิติเพื่อลดความเร็วในการตก
ทว่า... ก่อนที่พวกเราจะหลุดพ้นไปยังโซนปลอดภัย เสียงแจ้งเตือนปริศนาก็ดังขึ้นก้องกังวานในหัว
ไม่ใช่เสียงของระบบเกม... แต่มันคือเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
[ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงสุด... ยินดีต้อนรับกลับสู่ 'โปรเจกต์ซีโร่' ผู้ดูแลระบบหมายเลขศูนย์... ท่านต้องการลบความทรงจำของเป้าหมายทั้งหมดทันทีหรือไม่?]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมผจญภัยไปกับพรีสต์สายลุยนะคะ!
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์•ตอนที่ 23
กับดักลวงตา
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!